คนส่วนหนึ่งไม่ต้องการล่วงเกินเฟิงถิงเซิน
แต่ก็มีคนอีกส่วนหนึ่งที่กระตือรือร้นอยากจะผูกมิตรกับตระกูลหลินและตระกูลซุน
อย่างไรก็ตาม หลายปีมานี้ตระกูลหรงตกต่ำลงไปมาก ในขณะที่ตระกูลหลินและตระกูลซุนกลับมีเฟิงถิงเซินเป็นดั่งต้นไม้ใหญ่ให้พึ่งพิง ควรจะเลือกอย่างไรนั้น ไม่ต้องพูดก็เป็นที่เข้าใจได้
ท่านประธานหลานกล่าวขอโทษหรงฉ่างเซิ่งแล้วก็จากไป
คุณยายและเหอหมิงเสว่ น้าสะใภ้ของหรงฉือรวมถึงคนอื่น ๆ ในตอนแรกก็ไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก
เมื่อแขกที่มาถึงแล้วก็จากไปทันทีมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ และงานเลี้ยงก็ใกล้จะเริ่มแล้ว แต่แขกในห้องจัดเลี้ยงกลับลดน้อยลงอย่างต่อเนื่อง เหลือเพียงไม่กี่โต๊ะที่มีคนนั่งอยู่ประปราย และที่นั่งอีกกว่าครึ่งก็ยังคงว่างเปล่า พวกเขาก็ย่อมสังเกตเห็นว่าสถานการณ์เริ่มจะไม่ปกติแล้ว
คุณยายและเหอหมิงเสว่เดินเข้ามา ขมวดคิ้วพลางเอ่ยถามว่า “ทำไมแขกถึงกลับไปเยอะขนาดนี้ เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
เมื่อหรงฉ่างเซิ่งและหรงฉือได้ยินดังนั้น ชั่วขณะหนึ่งก็ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรดี
ทว่า เมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว จะไม่พูดก็คงไม่ได้
หรงฉ่างเซิ่งจึงจำต้องกล่าวว่า “ตระกูลซุนกับตระกูลหลินย้ายมาตั้งรกรากที่เมืองตูเฉิงแล้ว ตระกูลซุนเลือกจัดงานขึ้นบ้านใหม่ในวันนี้พอดี และพวกเขาก็ส่งบัตรเชิญไปให้แขกส่วนใหญ่ของเราด้วย ดังนั้น...”
ดังนั้น มันจึงทำให้เกิดสถานการณ์อย่างที่เห็นในตอนนี้
เมื่อพูดถึงตรงนี้ หรงฉ่างเซิ่งและหรงฉือรวมถึงคนอื่น ๆ ต่างก็มองไปยังคุณยายด้วยความเป็นห่วง
กลัวว่าท่านจะทนรับไม่ไหว
ตระกูลซุนเนรคุณทำร้ายตระกูลหรงของพวกเขาจนตกอยู่ในสภาพนี้ ความแค้นนี้ ตราบใดที่หรงอิ้งเซิ่งยังคงอยู่ที่สถานพักฟื้นแม้เพียงวันเดียว พวกเขาก็ไม่สามารถไม่จงเกลียดจงชังได้
มาตอนนี้พวกเขายังเหิมเกริมถึงขั้นจงใจสร้างเรื่องแบบนี้ขึ้นในวันเกิดของเธออีก ความเกลียดชังที่คุณยายมีต่อตระกูลซุนนั้นคาดเดาได้ไม่ยาก
ทว่า คุณยายหรงอย่างไรเสียก็เป็นผู้ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก
เมื่อได้ยินถึงตรงนี้ เธอเพียงแต่กำขอบโต๊ะไว้แน่น วินาทีต่อมา เธอก็มองไปยังหรงฉ่างเซิ่งและหรงฉือด้วยสายตาคมกริบ แล้วกล่าวอย่างตรงประเด็นว่า “เป็นเจ้าคนแซ่เฟิงนั่นใช่ไหม ที่คอยหนุนหลังพวกเขาอยู่”
ไม่อย่างนั้นแล้ว คนตระกูลซุนที่ไม่มีรากฐานใด ๆ ในเมืองตูเฉิง เพิ่งจะมาถึงและยังตั้งหลักไม่ได้ด้วยซ้ำ จะไปเชิญคนมากมายขนาดนี้ได้อย่างไร
พวกเขาก็เพิ่งจะเดินทางมาถึงเช่นกัน
พวกเขาก็ทราบเรื่องราวระหว่างตระกูลหรงกับตระกูลซุนและตระกูลหลินเป็นอย่างดี
เมื่อได้ยินถึงตรงนี้ ฉู่จื่อหลานก็สบถออกมาทันที “พวกเขานี่เลวทรามต่ำช้าที่สุด! ไม่เคยเห็นใครน่ารังเกียจเท่านี้มาก่อนเลย!”
อวี้มั่วซวินตบไหล่หรงฉือเบา ๆ อย่างปลอบใจ
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น เมื่อเห็นข้อความในโทรศัพท์ เขาก็ชะงักไปเล็กน้อย แล้วพูดว่า “เดี๋ยวฉันเรียกคนมาช่วยเธอคนหนึ่ง”
หรงฉือไม่เข้าใจ “หืม?”
อวี้มั่วซวินยิ้ม “เดี๋ยวเธอก็รู้เอง”
ในขณะเดียวกัน ณ ห้องจัดเลี้ยงของตระกูลซุน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณเฟิง คุณผู้หญิงอยากหย่ากับคุณตั้งนานแล้ว
จะมีลงต่อมั้ยค่ะ...
อยากให้ลงวันละ 10 ตอนจะขอบคุณมากค่ะ...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่เราเติมเงินได้เมื่อซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น เราไม่ได้มีเงินมากมายพอทำบัตเครดิตได้ ขอโทษนะคะ...