เมื่อมาถึงร้านอาหาร หรงฉือสีหน้าไร้อารมณ์มองตระกูลหลินและตระกูลซุนที่กำลังเดินประจันหน้าเข้ามา
อวี้มั่วซวินสบถออกมาเบา ๆ “โลกมันแคบจังเลยเนอะ”
คนตระกูลหลินและตระกูลซุนกลับดีใจที่ได้เห็นอวี้มั่วซวิน
หลินลี่ไห่ยิ้มพลางกล่าว “ประธานอวี้ พวกเราเจอกันอีกแล้วนะครับ”
อวี้มั่วซวินยิ้มบาง ๆ “ใช่ครับ เจอกันอีกแล้ว”
หลินลี่ไห่ยิ้มพลางกล่าว “เจอกันพอดีเลย มาทานด้วยกันดีไหมครับ?”
เมื่อครู่ที่โทรไปหาอวี้มั่วซวิน หลินลี่ไห่ก็อยากจะเชิญอวี้มั่วซวินมาทานข้าวอยู่แล้ว ในเมื่อตอนนี้บังเอิญเจอพอดี เป็นธรรมดาที่เขาจะไม่อยากให้โอกาสนี้หลุดมือไปอยู่แล้ว
อวี้มั่วซวินกล่าว “ไม่ดีกว่าครับ ตอนนี้เป็นเวลาส่วนตัวของผม ไว้คราวหน้าแล้วกัน”
“เอ่อ...ก็ได้ครับ งั้นไว้คราวหน้า”
อวี้มั่วซวินพูดมาแบบนี้แล้ว หลินลี่ไห่ก็ไม่อยากฝืนใจ
อวี้มั่วซวินพยักหน้า หันไปพูดกับหรงฉือ “พวกเราไปกันเถอะ”
หรงฉือพยักหน้า ไม่ได้ชายตามองคนตระกูลหลินและตระกูลซุน เดินขึ้นชั้นบนไปกับเขาทันที
มองแผ่นหลังของหรงฉือและอวี้มั่วซวิน หลินลี่หลานหน้านิ่วคิ้วขมวด “ได้ยินเสี่ยวอู๋บอกมาว่า ที่อวี้มั่วซวินทำท่าทีเมินเฉยกับเธอมาโดยตลอดเพราะหรงฉือ โปรเจกต์ของฉางโม่ครั้งนี้ อวี้มั่วซวินคงไม่คิดจะร่วมมือกับพวกเราเพียงเพราะเธอหรอกมั้ง?”
จากท่าทีเย็นชาที่อวี้มั่วซวินมีต่อพวกเขา ก็มีความเป็นไปได้จริง ๆ
ซุนเยว่ชิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “ยังมีเวลาอีกระยะหนึ่งก่อนที่โปรเจกต์ทั้งสองของฉางโม่นี้จะเปิดประมูล เรื่องราวยังไม่ลงตัว ทุกอย่างก็ยังมีความเป็นได้ทั้งหมด”
ซุนหม่านซานกล่าวด้วยรอยยิ้มเช่นกัน “ก็จริงนะ ก่อนหน้านี้เพราะคุณย่าเฟิงขัดขวางเรื่องของเสี่ยวอู๋และถิงเซินจึงทำให้เรื่องไม่มีความคืบหน้ามาโดยตลอด ตอนนี้จู่ ๆ ก็เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีแล้วไม่ใช่เหรอ? ดังนั้นพวกเราก็อย่าเพิ่งท้อแท้ จะต้องยังมีโอกาสอย่างแน่นอน”
การเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีที่ซุนหม่านซานหมายถึง ที่จริงแล้วก็คือเรื่องที่เฟิงถิงเซินและหรงฉือหย่าร้างกัน
เมื่อพูดเรื่องนี้แล้ว คุณย่าซุนอารมณ์ดีเป็นอย่างมาก
เดิมทีพวกเขาและเสี่ยวอู๋ไม่ได้รู้เรื่องนี้แม้แต่น้อย
เป็นเพราะฉีอวี้หมิงหลุดปากพูดกับเสี่ยวอู๋ พวกเขาจึงรู้เรื่องนี้
จากนั้นจึงได้รู้ว่า เดิมทีหนังสือสัญญาหย่าไม่สามารถทำเรื่องได้รวดเร็วขนาดนั้น เฟิงถิงเซินไม่อยากให้เสี่ยวอู๋เป็นห่วงเรื่องนี้ จึงวางแผนว่าหลังจากที่ได้ใบสำคัญหย่ามาแล้วค่อยบอกเสี่ยวอู๋ และถือเป็นการเซอร์ไพรส์เสี่ยวอู๋ด้วยเช่นกัน
เมื่อคิดดังนี้ คุณย่าซุนกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ช่วงก่อนถิงเซินอยากจะหย่าร้างมาโดยตลอด ตอนนี้เสี่ยวอู๋ช่วยเขาจากการได้รับบาดเจ็บ ตอนนี้เขาไม่สนใจคำคัดค้านของคุณย่าเฟิงแล้ว ยืนกรานที่จะหย่าร้างกับหรงฉือ เฟิงถิงเซินมีใจให้เสี่ยวอู๋พอสมควร”
“จริงด้วย ไม่เสียแรงที่เสี่ยวอู๋รอมานาน ชีวิตที่ดีของเสี่ยวอู๋ใกล้เข้ามาแล้ว”
“ถูกต้อง”
เมื่อพวกซุนเยว่ชิงและหลินลี่ไห่ได้ยินดังนี้ก็เผยรอยยิ้มออกมาเช่นกัน
ทว่า มองไปทางที่หรงฉือและอวี้มั่วซวินเดินจากไป จู่ ๆรอยยิ้มบนใบหน้าของคุณย่าซุนก็จางลงไปเล็กน้อย:“ นางเด็ก หรงฉือนั้นจะต้องไม่ยอมหย่าแน่ ๆ การหย่าครั้งนี้...ท้ายที่สุดคงจะไม่เกิดการหย่าไม่สำเร็จใช่ไหม?”
ซุนเยว่ชิงแววตาเย็นเยียบพลางกล่าว “ฉันได้ยินเสี่ยวอู๋บอกมาว่า โดยปกติแล้วถ้าเป็นเรื่องของถิงเซินเองเขามักจะตัดสินใจด้วยตนเองเสมอ ช่วงก่อนที่เขายังไม่อยากหย่า คงแค่อยากจะหาโอกาสดี ๆ ไม่อยากทำร้ายความรู้สึกของคุณย่าเฟิงเท่านั้นเอง เดิมทีถิงเซินต้องการเสี่ยวอู๋แต่เพียงผู้เดียวอยู่แล้ว ตอนนี้เสี่ยวอู๋เสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยเขา ถิงเซินจึงหย่าร้างกับหรงฉือโดยไม่บอกกล่าวอะไรทันที นั่นก็หมายความว่าเขาไม่อยากให้เสี่ยวอู๋น้อยใจเพราะคุณย่าเฟิงอีกแล้ว เขาตัดสินใจเด็ดขาดไปแล้ว ดังนั้นโอกาสในการหย่าสำเร็จมีสูงมาก”
“ฉันไม่ได้เคลือบแคลงใจทางถิงเซินอยู่แล้ว” คุณย่าซุนกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “แค่กลัวว่านังเด็กหรงฉือนั้นจะสร้างเรื่องอะไรแผลง ๆ มาบังคับขู่เข็ญถิงเซิน”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ เธอพูดกับคุณย่าหลินและหลินลี่ไห่ว่า “เกรงว่าเรื่องนี้คงต้องให้พวกคุณไปคุยกับเธอเสียหน่อยแล้ว”
หลินลี่ไห่และคุณย่าหลินก็คิดแบบนี้เช่นกัน
หรงฉือและอวี้มั่วซวินไม่รู้ว่าคนตระกูลหลินและตระกูลซุนกำลังคิดอะไรอยู่
พวกเขาเดินออกจากลิฟต์ กำลังมุ่งหน้าไปที่ห้องส่วนตัว ก็ร่างเงาสูงใหญ่สามคนเดินมุ่งหน้ามาทางพวกเขา
จี้ชิงเยว่พยักหน้า
อวี้มั่วซวินและหรงฉือก็ชิงเข้าไปในห้องส่วนตัวก่อนแล้ว
หลังจากที่เดินออกมาไกลแล้ว จี้ชิงเยว่จึงกล่าวว่า “พวกนายไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจ?”
แม้อวี้มั่วซวินจะไม่ได้แสดงออกอย่างชัดเจน ทว่าอากัปกิริยาแบบนั้นเห็นได้ชัดว่าไม่อยากใส่ใจพวกเขา
เหยาซินปั๋วงุนงง “ไม่มีนะ”
เหรินจี่เฟิงขมวดคิ้ว แต่ไม่ได้พูดอะไร
เมื่อเข้าไปในห้องพิเศษ เหยาซินปั๋วจิบชาเล็กน้อย พลางกล่าว “สิ่งที่ควรพูดไม่พูด อวี้มั่วซวินนี่ร้ายกาจจริง ๆ ถ้าสองโปรเจกต์นั้นสำเร็จ ค่าตัวเขาต้องพุ่งทะยานแน่นอน”
จี้ชิงเยว่กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “เขาฉลาดหลักแหลมตั้งแต่เด็ก อาจารย์ที่คอยติดตามก็เป็นหนานจื้อจืออีกด้วย ภาควิชาของเขาประจวบเหมาะกับกระแสสังคมพอดี ความสามารถของเขาก็โดดเด่นกว่าคนอื่น ความสำเร็จก็เป็นเรื่องที่ถูกที่ถูกเวลาอยู่แล้ว”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ เขาชำเลืองมองเหรินจี่เฟิงเล็กน้อย “ได้ยินซินปั๋วบอกมาว่าเมื่อก่อนนายเคยชอบผู้หญิงที่อยู่ด้านข้างอวี้มั่วซวิน แต่ไม่นานก็เปลี่ยนใจไปชอบคนอื่น นายจะเปลี่ยนใจก็เปลี่ยนใจไปสิ ทำไมยังต้องจงเกลียดจงชังเธอด้วยล่ะ? เธอทำเรื่องไม่ดีอะไรงั้นเหรอ?”
เมื่อครู่เหรินจี่เฟิงไม่แม้แต่จะชายมองหรงฉือแม้แต่น้อย
การแสดงออกว่าไม่ชอบของเขาชัดเจนมาก เขาคิดที่จะไม่สนใจคงเป็นไปได้ยาก
ในตอนแรกเหรินจี่เฟิงตกตะลึงกับความงามของใบหน้าและบุคลิกของหรงฉือ ตอนนี้ทนฟังคนพูดถึงเธอไม่ได้แล้ว
เขารู้สึกไม่พอใจ
เขาขมวดคิ้วพลางกล่าว “ไม่ต้องพูดถึงเธอแล้วได้ไหม? สั่งอาหารเถอะ”
จี้ชิงเยว่ได้ยินดังนั้น ยักไหล่เปลี่ยนเรื่องพูดทันที

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณเฟิง คุณผู้หญิงอยากหย่ากับคุณตั้งนานแล้ว
อยากให้ลงวันละ 10 ตอนจะขอบคุณมากค่ะ...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่เราเติมเงินได้เมื่อซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น เราไม่ได้มีเงินมากมายพอทำบัตเครดิตได้ ขอโทษนะคะ...