อีกฟากหนึ่ง
ภายในห้องส่วนตัว
ฉีเกิงยิ้มพลางกล่าวว่า “พวกเราเจออัจฉริยะมาไม่น้อย แต่คนที่สร้างผลงานไม่ธรรมดาออกมาได้ทั้งที่อายุยังน้อยแบบเสี่ยวฉือนี่ กลับพบเจอได้น้อยนัก ฉันกับพวกหรงหงเลยอยากมาเจอหน้าหนูสักหน่อย หวังว่าจะไม่เป็นการสร้างความลำบากใจให้หนูนะ”
แม้ฉีเกิงจะเป็นผู้มีตำแหน่งสูง ทว่ากลับพูดจาสุภาพขนาดนี้ หรงฉือจึงพูดด้วยความเคารพ “ท่านพูดเกินไปแล้วค่ะ มีโอกาสได้พบท่าน นับว่าเป็นเกียรติสำหรับดิฉันมากกว่าค่ะ”
หรงหงยิ้ม พลางกล่าวกับฉีเกิง “เอาละ ๆ คุณก็อย่าไปทำให้เด็กมันตกใจเลย”
เขากับฉีเกิงคิดว่าหรงฉือเป็นคนรุ่นใหม่ที่โดดเด่นไม่เหมือนใครคนหนึ่งจริง ๆ เธอมีศักยภาพไร้ขีดจำกัด พวกเขาถือหางเธอมากทีเดียว เลยอยากได้เจอหน้า ได้ทำความรู้จักกับเธอสักหน่อย
พวกฉีเกิงกับหรงหงพูดจาสุภาพเป็นอย่างยิ่ง ทั้งยังมีจี้หวนอิงกับเหรินอี้อันอยู่ด้วย บรรยากาศในห้องส่วนตัวจึงดีมาก
เมื่อกินข้าวเสร็จ พวกเขาทั้งกลุ่มก็พูดคุยกันต่ออีกหนึ่งชั่วโมง
เมื่อแลกเปลี่ยนช่องทางการติดต่อกับฉีเกิงและหรงหงแล้ว พวกเขาถึงได้แยกย้าย
วันจันทร์เป็นวันเปิดเทอมของเด็กอนุบาลกับเด็กประถมของเมืองตูเฉิง
ปีการศึกษานี้หรงสวินต้องเริ่มกินนอนอยู่ที่โรงเรียนแล้ว เกิดเรื่องที่บ้านแม่ของป้าสะใภ้ หรงฉ่างเซิ่งเองก็งานยุ่ง หรงฉือจึงต้องไปส่งหรงสวินที่โรงเรียนแทนในบ่ายวันอาทิตย์
เมื่อมาถึงโรงเรียน หรงฉือก็เห็นคนตระกูลหลินกับคนตระกูลซุน
มีคนรับใช้สามคนคอยตามพวกเขาอยู่ด้านหลัง ในมือถือกระเป๋าเดินทางทั้งใบใหญ่ใบเล็กไว้และคอยปรนนิบัติพวกเขาอยู่ข้างหลัง ช่างดูฟุ่มเฟือยและอลังการทีเดียว
ดังนั้น หลินเช่อก็ย้ายมาเรียนที่เมืองตูเฉิงแล้ว?
โรงเรียนแห่งนี้ หากไม่มีความสัมพันธ์กับใครหรือเส้นสาย คิดอยากจะย้ายเข้ามาเรียนนั้นเป็นเรื่องยากไม่น้อย
ไม่ต้องใช้หัวคิดก็รู้ได้ทันที การที่หลินเช่อย้ายมาเรียนที่โรงเรียนนี้ได้ ต้องเป็นผลงานของเฟิงถิงเซินแน่นอน
เมื่อหลินเช่อต้องเข้าเรียน ทุกคนในตระกูลหลินจึงพากันมาส่งเขาถึงที่โรงเรียน แสดงให้เห็นว่าคนตระกูลหลินให้ความสำคัญและรักเอ็นดูเขา
ส่วนกระเป๋าสะพายที่ซุนเยว่ชิงถืออยู่ในมือก็เป็นรุ่นลิมิเต็ดที่ราคาเกินกว่าห้าล้าน...
เมื่อได้ยินคนอื่นชื่นชม พวกคุณย่าหลินกับซุนลี่เหยาจึงมองมาทางหรงฉือ
เห็นว่าสัมภาระของหรงสวินมีเพียงแค่ครึ่งหนึ่งของหลินเช่อ อีกทั้งกระเป๋าเดินทางและถุงใส่สัมภาระก็เป็นของถูก ๆ ที่ราคาไม่กี่ร้อยไม่กี่พัน คุณย่าหลินเพียงมองเล็กน้อยแล้วเก็บสายตากลับมาด้วยท่าทางเย็นชา
ซุนลี่เหยากลับแค่นเสียงหัวเราะเยาะเย้ยออกมา
ในสายตาของคนตระกูลหลินกับตระกูลซุน แม้จะบอกว่าตอนนี้บริษัทของตระกูลหลินฟื้นตัวขึ้นมาได้แล้ว ทว่าการจะทำกำไรให้ได้ผลนั้นยังจำเป็นตัวใช้เวลาอีกสักพัก
ยิ่งไปกว่านั้น ใครจะไปรู้ได้ว่าวันข้างหน้าบริษัทของหรงฉ่างเซิ่งสุดท้ายแล้วจะลุกขึ้นมาได้หรือไม่?
ส่วนหรงฉือนั้น แม้จะบอกว่าเป็นเพื่อนของอวี้มั่วซวิน แต่ว่ากันว่าที่จริงแล้วอวี้มั่วซวินก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเธอมากเหมือนอย่างที่พวกเขาคิดไว้ก่อนหน้านี้
ซึ่งก็หมายความว่า ตระกูลหรงในตอนนี้ไม่ใช่คนชนชั้นเดียวกันกับพวกเขาแล้ว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณเฟิง คุณผู้หญิงอยากหย่ากับคุณตั้งนานแล้ว
7เหรียญ อ่านได้กี่ตอน...
จะมีลงต่อมั้ยค่ะ...
อยากให้ลงวันละ 10 ตอนจะขอบคุณมากค่ะ...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่เราเติมเงินได้เมื่อซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น เราไม่ได้มีเงินมากมายพอทำบัตเครดิตได้ ขอโทษนะคะ...