เฟิงถิงเซินพูดอีกว่า “ถ้าอย่างนั้นคุณลองติดต่อคุณย่าไปไหม?”
หรงฉือ “…”
ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าคุณหญิงย่าไม่มีทางยอมเห็นด้วยกับการที่เธอจะหย่าออกมาตัวเปล่าแน่นอน
เธอถาม “ถ้าไม่แก้ไขข้อตกลงในหนังสือสัญญาหย่า แล้วเราน่าจะไปรับใบหย่าได้ตอนไหน?”
เฟิงถิงเซิน “น่าจะภายในปีนี้”
ตอนนี้เพิ่งเดือนมีนาคม กว่าจะสิ้นปีก็อีกตั้งหลายเดือน
เวลาเพียงไม่กี่เดือน ก็ใช่ว่าเธอจะรอไม่ได้
เพียงแต่...
เฟิงถิงเซิน “ยังมีปัญหาอะไรอีกงั้นเหรอ?”
หรงฉือไม่ได้พูดอะไร กดวางสายไปทันที
เธอเพิ่งวางสายไป มือถือก็ดังขึ้นอีกครั้ง
เป็นสายจากเฮ่อฉางปั่ว
เขาบอกว่าตานตานเป็นไข้หวัดใหญ่ สองวันนี้ออกไปไหนไม่ได้แล้ว เดิมทีแพลนที่พวกเขาวางกันไว้ว่าสุดสัปดาห์นี้จะออกไปเที่ยวด้วยกัน คาดว่าคงต้องเลื่อนออกไปก่อน
หรงฉือได้ยินเช่นนั้น เธอกล่าว “ไม่เป็นไรค่ะ ถ้างั้นรอให้ตานตานหายแล้วค่อยนัดกันใหม่” หรงฉือเป็นห่วงอาการของตานตานอยู่บ้าง พอเอ่ยจบ ก็พูดต่ออีกว่า “ถ้าตานตานดีขึ้นบ้างแล้ว คุณบอกฉันหน่อยนะคะ”
ฟังออกว่าเธอห่วงใยตานตาน เฮ่อฉางปั่วจึงหัวเราะแล้วพูด “ได้ครับ”
หลังจากพวกเขาคุยกันเรื่องสัพเพเหระสักครู่หนึ่งแล้วจึงค่อยวางสาย
หรงฉือวางแผนว่าจะรีบวิจัยและพัฒนาโปรเจกต์ก่อนหน้านี้พร้อมกับสร้างโมเดลใหม่ขึ้นมาโดยเร็ว
ในวันหยุดสุดสัปดาห์ หรงฉือจึงอยู่ทำงานที่บ้านอย่างเดียว
วันจันทร์ หรงฉือมาถึงบริษัท อ่านข้อมูลอยู่ครู่หนึ่ง เห็นว่าใกล้ได้เวลาแล้ว ก็ลุกขึ้นเดินไปยังห้องสัมภาษณ์งาน
ขณะสัมภาษณ์มาถึงคนที่สี่ คนผู้นั้นเดินมา แต่ไม่เห็นอวี้มั่วซวิน จึงยืนอยู่ที่หน้าประตูไม่ยอมเดินเข้ามา และถามว่า “อวี้มั่วซวินไม่อยู่เหรอครับ?”
หรงฉือได้ฟังดังนั้น พลันเงยหน้าขึ้นมองเขา ก่อนกล่าว “ไม่อยู่ค่ะ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณเฟิง คุณผู้หญิงอยากหย่ากับคุณตั้งนานแล้ว
อยากให้ลงวันละ 10 ตอนจะขอบคุณมากค่ะ...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่เราเติมเงินได้เมื่อซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น เราไม่ได้มีเงินมากมายพอทำบัตเครดิตได้ ขอโทษนะคะ...