ซุนเยว่ชิงกับหลินอู๋ได้ยินแบบนั้นก็หน้าเปลี่ยนสีไปเล็กน้อย
ปกติแล้ว หากเกิดเรื่องแบบนี้ พวกเธอก็จะให้ซุนลี่เหยาขอโทษไป
จะไม่ยอมให้เรื่องมันลุกลามใหญ่โต จนกระทบต่อโอกาสที่พวกเธอวาดหวัง
ทว่า ทันทีที่หรงฉือพูดออกมาว่า “คิดว่าพวกเรามีความสามารถไม่เพียงพอ ก็ยุติสัญญาความร่วมมือได้” นั้น ไม่ว่าจะเป็นคนตระกูลหลินหรือคนตระกูลซุน ล้วนสนใจอยู่กับเรื่องที่ว่าหรงฉือเป็นเจ้าของฉางโม่ได้หรือไม่เสียเป็นส่วนใหญ่
พวกเธอพากันคิดโดยไม่รู้ตัว ว่าต่อให้ซุนลี่เหยาผิดจริง พวกเธอก็รอให้จัดการปัญหากับหรงฉือให้เสร็จเสียก่อน แล้วค่อยตัดสินใจไปตามสถานการณ์ว่าต้องไปขอโทษหรงฉือหรือไม่
แต่นึกไม่ถึงเลยว่าเพียงแค่ชะล่าใจเล็กน้อย ก็จะถูกหรงฉือเปลี่ยนประเด็นหลักไปเป็นอีกอย่างได้
คนอื่น ๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคของฉางโม่ หรือเจ้าหน้าที่ของซวิ่นตู้
ล้วนไม่มีใครรู้เรื่องบุญคุณความแค้นระหว่างหรงฉือกับคนตระกูลหลินและตระกูลซุน
พวกเขาเป็นผู้ชม ไม่ได้สนใจนักว่าการเซ็นชื่อของหรงฉือจะมีผลตามกฎหมายจริงหรือไม่
พวกเขาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ในสายตาของพวกเขานั้น คือทั้งที่คนตระกูลซุนกับคนตระกูลหลินรู้ว่าซุนลี่เหยาทำผิด แต่เพื่อปกป้องซุนลี่เหยาเลยพูดออกไปทำนองว่าหรงฉือไม่มีทางเป็นเจ้าของฉางโม่ หรือไม่ก็ลายเซ็นของเธอไม่มีผลทางกฎหมายอะไรพวกนี้มากดดันหรงฉือ
ให้พูดกันจริง ๆ แล้ว ตอนที่พวกเขารวมถึงผู้อำนวยการเฉวียนเห็นพวกหลินอู๋กระทำเช่นนี้ อันที่จริงก็ประหลาดใจไม่น้อย
ซุนลี่เหยาน่ะไม่เท่าไร แต่หลินอู๋ ซุนเยว่ชิงกับพวกคุณย่าหลินนั้นให้ความรู้ว่าพวกเขาเป็นคนมีการศึกษารู้จักกาลเทศะ ไม่เหมือนคนที่ไม่มีเหตุผลเลยสักนิด

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณเฟิง คุณผู้หญิงอยากหย่ากับคุณตั้งนานแล้ว
อยากให้ลงวันละ 10 ตอนจะขอบคุณมากค่ะ...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่เราเติมเงินได้เมื่อซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น เราไม่ได้มีเงินมากมายพอทำบัตเครดิตได้ ขอโทษนะคะ...