หลินอู๋เองก็คิดแบบเดียวกันนี้
เพียงแต่...
สาเหตุที่เกิดเรื่องนี้ขึ้น เป็นเพราะพวกเธอ...
เธอมีภาพจำดี ๆ อยู่ในใจเฟิงถิงเซินมาตลอด
ถ้าให้เฟิงถิงเซินรับรู้เรื่องนี้ ไม่รู้ว่าเขาจะคิดว่าเธอกับครอบครัวกำลังรังแกหรงฉืออยู่หรือเปล่า แล้วมันจะกระทบต่อภาพลักษณ์ของเธอในใจเขา
แน่นอนว่าซุนเยว่ชิงเข้าใจความคิดของเธอ
ไม่มีใครที่รู้ซึ้งถึงความสำคัญของภาพลักษณ์ได้ดีไปกว่าเธอ
เพราะมันเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ผู้ชายคนหนึ่งรักคุณไปได้ตลอด!
แน่นอนว่าคุณย่าหลินเองก็เข้าใจในเรื่องนี้ ที่เฟิงถิงเซินรักหลินอู๋ขนาดนี้ ล้วนเป็นเพราะเธอพิเศษ และดีมากพอในใจเขา
ถ้าให้เฟิงถิงเซินรู้เรื่องนี้เข้าละก็ มันก็อาจจะกระทบต่อภาพจำของหลินอู๋ในใจของเขาจริง ๆ
ต่อให้จัดการทุกอย่างได้ดีจนไม่ได้มีผลกระทบหนักหนาอะไร แต่สำหรับหลินอู๋แล้ว มันไม่ใช่เรื่องที่ดีเลยสักนิด
เธอมองซุนลี่เหยาเล็กน้อย แล้วกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “เหยาเหยาก็อายุไม่น้อยแล้ว ต่อไป ทุกคำพูดทุกการกระทำต้องคอยระวังไว้ให้ดี”
ถ้าจัดการเรื่องนี้ได้ไม่ดี ตระกูลของพวกเขาจะต้องได้รับผลกระทบจนถึงชีวิตแน่!
“นะ หนู...”
เดิมทีคิดว่าเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น ทว่าตอนนี้กลับวุ่นวายจนเป็นแบบนี้ไปแล้ว ซุนลี่เหยาหวาดหวั่นมาตั้งนานแล้ว เธอไม่ได้ถูกคนตำหนิจริงจังขนาดนี้มานานแล้ว เลยรู้สึกน้อยใจ แต่ก็ต้องยอมรับผิด จึงพูดออกไปว่า “หนูเข้าใจแล้วค่ะ ต่อไปหนูจะระวัง”
คุณย่าหลินไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก
เห็นคุณย่าหลินตำหนิหลานสาวตัวเอง ในใจคุณยายซุนย่อมไม่ชอบใจ
ทว่าซุนลี่เหยาเป็นคนก่อเรื่องนี้ขึ้นมาจริง ๆ
หากกระทบต่ออนาคตของรถยนต์ไร้คนขับของซวิ่นตู้จริง เช่นนั้นความเสียหายก็ไม่น้อยแล้ว
เทียบกับเงินก้อนนั้นแล้ว ซุนลี่เหยาถูกตำหนิสักประโยค ก็ไม่นับว่าเป็นอะไรมากนัก
ดังนั้น แม้ว่าในใจเธอจะไม่พอใจ แต่ก็ไม่ได้แก้ต่างอะไรให้กับซุนลี่เหยา
ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่พวกเขาอยากปิดบังแล้วจะปิดบังได้
ถึงอย่างไร หากฉางโม่ยืนกรานจะยกเลิกสัญญาจริง ไม่ช้าก็เร็วเฟิงถิงเซินจะต้องรู้เรื่องนี้แน่
เหตุผลนี้ หลินอู๋เข้าใจดี ซุนเยว่ชิงกับพวกคุณย่าหลินเองก็เข้าใจเช่นกัน
อาหารขึ้นโต๊ะพร้อมแล้ว
ทว่าพวกเธอกลับไม่มีใครกล้าจับตะเกียบเลยสักคน
เพราะอารมณ์ดี ๆ ก่อนทานข้าวของพวกเธอได้มลายหายไปเนิ่นนานแล้ว
หลินอู๋กำโทรศัพท์แน่น หลังคิดใคร่ครวญอยู่สักพัก เธอก็สูดลมหายใจลึก ๆ ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปจากห้องอาหารส่วนตัว โทรศัพท์ไปหาเฟิงถิงเซิน
ทางเฟิงถิงเซินนั้นกดรับสายอย่างรวดเร็ว “ฮัลโหล”
“ถิงเซิน” หลินอู๋ว่า “ทางฉันเกิดเรื่องนิดหน่อย...”
เมื่อกลับเข้ามาในห้องอาหารส่วนตัว คุณยายซุนก็รีบถามขึ้นทันที “ถิงเซินว่ายังไงบ้าง?”
“เขาบอกว่าจะช่วยหนูไกล่เกลี่ยให้ แต่...เขาไม่มั่นใจว่าจะทำให้อวี้มั่วซวินยอมล้มเลิกความคิดที่จะยกเลิกสัญญากับเราได้”
เทียบกับเรื่องนี้ อันที่จริงซุนเยว่ชิงกลับสนใจอีกเรื่องมากกว่า “แล้วกับเรื่องนี้ เฟิงถิงเซินพูดว่าอะไรบ้าง?”
ท้ายที่สุดแล้ว ต่อให้เรื่องโครงการรถยนต์ไร้คนขับนี้จะสำคัญแค่ไหน แต่ก็ไม่ได้สำคัญไปกว่าเฟิงถิงเซินเลย
ความรู้สึกของเฟิงถิงเซินต่อลูกสาวของเธอต่างหาก จึงเป็นเรื่องสำคัญที่แท้จริง
แม้ซุนเยว่ชิงจะไม่ได้พูดออกมาชัดเจน ทว่าหลินอู๋กลับเข้าใจความหมายของเธอ
เมื่อฟังมาถึงตรงนี้ ในใจของเธอพลันเอ้อล้นไปด้วยความหอมหวาน เธอว่า “ถิงเซินบอกให้หนูไม่ต้องร้อนใจ บอกว่าเขาจะช่วยจัดการเรื่องนี้ให้ ส่วนคำพูดต่อว่า เขาไม่ได้พูดออกมาสักคำ”
ได้ฟังถึงตรงนี้ ในที่สุดซุนเยว่ชิงก็โล่งใจ
คุณย่าหลินกับคุณยายซุนเองก็โล่งใจเช่นกัน
ซุนลี่เหยาก็อารมณ์ดีขึ้นมาด้วย “ฉันรู้อยู่แล้วละ พี่เขยรักพี่ขนาดนี้ ไม่มีทางเลิกรักหรือตำหนิพี่เพราะเรื่องขี้ปะติ๋วแค่นี้หรอก!”
เฟิงถิงเซินรักเธอ เธอย่อมดีใจ
ทว่าวันนี้ ไม่ว่าจะหน้าตา ศักดิ์ศรี รวมถึงเงินทองด้วย เธอล้วนได้รับความเสียหายทั้งสิ้น
หลินอู๋พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “เรื่องของถิงเซินกับฉันน่ะค่อยว่ากัน แต่เหยาเหยา พี่หวังว่าจะไม่เกิดเรื่องอะไรทำนองนี้อีก เธอเข้าใจใช่ไหม?”
นี่เป็นครั้งแรกเลยที่หลินอู๋เข้มงวดขนาดนี้
ซุนลี่เหยาเย็นวาบในลำคอ เธอหดคอเล็กน้อย แล้วพูดออกไปว่า “ฉะ ฉันเข้าใจแล้วน่า รับปากเลยว่าจะไม่พูดจากส่งเดชอะไรอีก...”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณเฟิง คุณผู้หญิงอยากหย่ากับคุณตั้งนานแล้ว
7เหรียญ อ่านได้กี่ตอน...
จะมีลงต่อมั้ยค่ะ...
อยากให้ลงวันละ 10 ตอนจะขอบคุณมากค่ะ...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่เราเติมเงินได้เมื่อซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น เราไม่ได้มีเงินมากมายพอทำบัตเครดิตได้ ขอโทษนะคะ...