หลังจากคุณพ่ออวี้กับคุณแม่อวี้จากไปแล้ว เฟิงถิงเซินถาม “คุยกับคุณนายอวี้เสร็จแล้วเหรอ?”
หลินอู๋ยิ้มกริ่ม “อืม”
ดูจากสีหน้าเมื่อครู่นี้ของคุณนายอวี้ เธอน่าจะนับวันยิ่งไม่พอใจในตัวหรงฉือขึ้นเรื่อย ๆ แน่นอน
เรื่องที่เกิดขึ้นในซวิ่นตู้และฉางโม่ ความจริงคุณแม่อวี้รับรู้ทุกอย่างแต่แรกแล้ว
เนื่องจากอวี้มั่วซวินได้แย้ม ๆ บอกเธอไว้ล่วงหน้าแล้ว
เมื่อครู่ตอนที่เธอเสวนากับหลินอู๋ ที่จริงไม่ได้มีสายโทรเข้ามาแต่อย่างใดเลย
หากแต่เธอได้ทำการบันทึกเสียงเนื้อหาบทสนทนาระหว่างเธอกับหลินอู๋เอาไว้หมดแล้ว
คุณแม่อวี้เดินออกมาไกลนิดหน่อยแล้ว ชำเลืองมองเฟิงถิงเซินกับหลินอู๋ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนักแวบหนึ่ง แล้วส่งคลิปเสียงไปให้อวี้มั่วซวินทันที
อวี้มั่วซวินกับหรงฉือยังไม่เลิกงาน
ครั้นเมื่อได้ฟังเนื้อหาในไฟล์เสียงแล้ว อวี้มั่วซวินพลันหัวเราะร่า ก่อนลุกเดินไปยังห้องทำงานของหรงฉือเพื่อบอกเรื่องนี้กับเธอ
หรงฉือได้ฟังแล้วก็พูดขึ้นว่า “ตอนนี้ฉันค่อนข้างมั่นใจแล้วว่าการฟ้องร้องในครั้งนี้ พวกเราต้องเป็นฝ่ายชนะแน่นอน”
“ถูกต้อง”
ที่พวกเขายืนกรานเรื่องการฟ้องร้องเพื่อยกเลิกสัญญา เป็นเพราะว่าต้องการยุติสัญญากับทางซวิ่นตู้จริง ๆ แล้วก็อยากจะบังคับไล่บี้หลินอู๋ดูสักตั้งด้วย
อยากจะบีบให้เธอเค้นสมองหาวิธีเพื่อขัดขวางไม่ให้พวกเขายกเลิกสัญญา
ขอเพียงหลินอู๋ใช้วิธีเข้าหาทางสมาชิกตระกูลหรงหรือครอบครัวเขาเพื่อเป้าหมายเรื่องการยกเลิกสัญญา ก็จะต้องถูกพวกเขาหลอกล่อให้เผลอพูดบางอย่างออกมาแน่ หรือไม่ก็เพิ่มปัญหาความขัดแย้งให้มากขึ้นแน่นอน
เอาเป็นว่าตราบใดที่หลินอู๋เข้าหาคนตระกูลหรงหรือคนในครอบครัวเขาเพราะเรื่องสัญญา พวกเขาย่อมมีโอกาสเหลือเฟือที่จะตะล่อมให้เธอพลาดท่าเผลอพูดโดยไม่คิดออกมา พวกเขาก็จะมีหลักฐานเพื่อใช้ในชั้นศาลมากขึ้น
ดังนั้น เรียกได้ว่ายิ่งหลินอู๋พยายามดิ้นรนเท่าไร ก็จะยิ่งผิดพลาดได้ง่ายเท่านั้น
ถ้าเธอเพียงแค่พยายามตามตื๊อด้วยการติดต่อเขาเพื่อแสดงความขอโทษและแสดงเจตนารมณ์ว่าอยากร่วมงานต่อด้วยความจริงใจเพียงอย่างเดียว เช่นนั้นหลังจากขึ้นศาลแล้ว พวกเขาก็ไม่แน่ว่าจะสามารถยกเลิกสัญญาได้สำเร็จหรือไม่
แต่อย่างไรก็ตาม ต่อให้พวกเขายกเลิกสัญญาสำเร็จ ค่าชดเชยกรณียกเลิกสัญญาที่หลินอู๋ต้องจ่ายก็ไม่ได้มากมายอะไรนัก
แต่ตอนนี้ไม่ใช่อย่างนั้นแล้ว
ปัญหาความขัดแย้งระหว่างพวกเขาทั้งสองฝ่ายก่อนหน้านี้ เดิมก็เป็นเพราะความผิดพลาดของหลินอู๋เอง ตอนนี้เธอยังมาพูดให้เขาซึ่งตั้งมั่นที่จะยกเลิกสัญญากับเธอให้ได้นั้นเป็นเหมือนกับว่าเขาถูกหรงฉือยุแยงด้วยความแค้นส่วนตัวอีก
ต้องรู้ก่อนว่าหรงฉือเป็นทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคหลักของฉางโม่ และเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคที่สำคัญที่สุดของฉางโม่ซึ่งรับผิดชอบในส่วนของการร่วมมือกับซวิ่นตู้
หลินอู๋เป็นคนละเมิดข้อตกลงการร่วมมือของพวกเขาทั้งสองฝ่ายอย่างไม่ให้เกียรติก่อนจริง ๆ จากนั้นยังใส่ร้ายป้ายสีเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคคนสำคัญของโปรเจกต์ที่พวกเขาร่วมมือกันเพื่อให้ไม่ต้องมีการยกเลิกสัญญาโดยไม่แยกแยะถูกผิด
แบบนี้ทำให้มีหลักฐานที่เอื้อประโยชน์ต่อพวกเขาอย่างมากในการฟ้องศาลว่าไม่อาจร่วมมือกับอีกฝ่ายต่อไปได้อีกแล้ว
อีกอย่าง หลินอู๋บอกว่าเป็นเพราะเธอกับหรงฉือมีความแค้นส่วนตัวต่อกัน หรงฉือจึงหวังจะให้พวกเขาทั้งสองฝ่ายยกเลิกสัญญากัน
นึกมาถึงตรงนี้ หรงฉือก็ยังไม่รับสายของเฟิงจิ่งซินอยู่ดี
เธอวางมือถือไว้ด้านหนึ่ง ตั้งใจว่าพอจัดการงานข้อมูลในมือเสร็จแล้ว ก็จะเลิกงานเลย
ทางด้านเฟิงจิ่งซินโทรศัพท์มาหาหรงฉือติดต่อกันรัว ๆ หลายสาย เห็นว่าหรงฉือไม่รับเลย ในใจทั้งผิดหวังและเสียใจ
ตอนค่ำ เฟิงถิงเซินกลับถึงบ้าน สิ่งที่เห็นก็คือเฟิงจิ่งซินนอนขดอยู่บนโซฟาโดยกอดตุ๊กตาน้อยเอาไว้ ท่าทางดูหดหู่เศร้าหมอง
เฟิงถิงเซินเดาสาเหตุออกทันควัน “แม่ไม่รับสายหรือว่าไม่ว่างไปกับลูก?”
เฟิงจิ่งซินเม้มปากน้อย ๆ ทำหน้ามุ่ยพลางบิดหูตุ๊กตาขนปุยเล่น “ไม่รับสายค่ะ”
พูดจบ เธอเงียบไปครู่หนึ่ง เห็นเฟิงถิงเซินคลายเนกไทไปพลาง มองเธอไปพลาง ราวกับกำลังรอให้เธอตัดสินใจ เธอหลุบตาลงเงียบงันไปหลายวินาทีแล้วถึงค่อยอ้าปากพูด “ถ้าคุณแม่ไม่มีเวลา งั้นการแข่งขันพรุ่งนี้คุณพ่อกับน้าอู๋อู๋ไปกับหนูแทนก็แล้วกันค่ะ”
เฟิงถิงเซินยิ้ม “ได้”
“งั้นเดี๋ยวหนูบอกน้าอู๋อู๋ก่อนดีกว่า”
“อืม”
“ราตรีสวัสดิ์ค่ะคุณพ่อ”
เฟิงจิ่งซินพูดจบ ก็กอดตุ๊กตาน้อยเดินขึ้นไปชั้นบน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณเฟิง คุณผู้หญิงอยากหย่ากับคุณตั้งนานแล้ว
7เหรียญ อ่านได้กี่ตอน...
จะมีลงต่อมั้ยค่ะ...
อยากให้ลงวันละ 10 ตอนจะขอบคุณมากค่ะ...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่เราเติมเงินได้เมื่อซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น เราไม่ได้มีเงินมากมายพอทำบัตเครดิตได้ ขอโทษนะคะ...