เช้าวันต่อมา เฟิงถิงเซิน เฟิงจิ่งซินกับหลินอู๋มาถึงสนามกีฬาซึ่งเป็นสถานที่แข่งขันของเฟิงจิ่งซินแต่เช้าเลย
พอพวกเขามาถึงได้สักพัก เฮ่อฉางปั่วกับตานตานก็มาถึงแล้วเช่นกัน
เฟิงจิ่งซินเห็นพวกเขา จึงกล่าวทักทาย “คุณอาเฮ่อ ตานตาน มากันแล้วเหรอคะ?”
ตานตานเข้ามากุมมือเฟิงจิ่งซิน “เดี๋ยวก็จะลงสนามแล้ว ซินซิน เธอตื่นเต้นหรือเปล่า?”
เฟิงจิ่งซินกลับดูสงบนิ่งมาก ส่ายหน้าพลางพูด “ไม่นะ”
เฮ่อฉางปั่วยังมีธุระสำคัญต้องจัดการ เขาเพียงแค่แวะมาส่งตานตานเท่านั้น
เฟิงถิงเซินทราบว่าเขาเร่งรีบจึงกล่าว “ฉันดูแลตานตานเอง ถ้านายรีบก็ไปทำธุระก่อนเถอะ”
เฮ่อฉางปั่ว “โอเค งั้นฉันค่อยมากินมื้อกลางวันกับพวกนาย”
“ได้”
พวกเขาสองคนยังคงดูสนิทสนมกลมเกลียวกันดีขนาดนี้
เพียงแต่ว่า...
หลินอู๋ฟังที่พวกเขาคุยกัน สายตาตกอยู่บนใบหน้าของเฟิงถิงเซินสลับกับเฮ่อฉางปั่ว
ถ้าเฟิงถิงเซินรู้ว่าเฮ่อฉางปั่วชอบหรงฉือเข้าให้แล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขา จะยังดีเหมือนกับตอนนี้หรือเปล่า?
เฮ่อฉางปั่วรู้สึกได้ถึงสายตาของเธอ จึงหันมาพยักหน้าให้เธอ โดยไม่ได้กล่าวคำใดต่อเธอ ก็หมุนกายเดินจากไปทันที
เมื่อเห็นว่าตั้งแต่เฮ่อฉางปั่วมาถึงจนกระทั่งกลับไป ล้วนไม่เป็นฝ่ายพูดกับเธอก่อนเลย หลินอู๋จึงเผยรอยยิ้มเสียดสีออกมาชั่วครู่
นับตั้งแต่เริ่มชอบหรงฉือ เฮ่อฉางปั่วก็มีแต่จะยิ่งเย็นชากับเธอขึ้นทุกทีแล้วจริง ๆ
ในขณะเดียวกัน
หรงฉือที่พักผ่อนอยู่ในบ้าน ได้รับสายจากอวี้มั่วซวิน “เที่ยงนี้ผมกับคุณพ่อคุณแม่จะออกไปกินข้าวด้วยกัน พวกท่านไม่ได้เจอคุณมาสักพักแล้ว สองวันมานี้ได้พูดถึงคุณ พวกท่านเลยอยากเจอคุณสักหน่อย คุณมากินข้าวด้วยกันสักมื้อไหม?”
หรงฉือเองก็ไม่ได้เจอหน้าคุณพ่ออวี้กับคุณแม่อวี้มาระยะหนึ่งแล้วจริง ๆ ได้ยินอวี้มั่วซวินกล่าวเช่นนี้ก็ตกปากรับคำ
ขณะใกล้ได้เวลาเที่ยงวัน เธอขับรถออกจากบ้านไป
เมื่อเธอมาถึงยังภัตตาคาร พวกอวี้มั่วซวินก็เพิ่งมาถึงเช่นกัน
เห็นเธอแล้ว คุณแม่อวี้จับมือเธอด้วยสีหน้าแช่มชื่น “ไม่เจอกันนาน เสี่ยวฉือของเรายังสวยมากเหมือนเดิมเลย”
หรงฉือกับคุณแม่อวี้กำลังคุยกันอยู่ ในขณะเดียวกัน ฉีอวี้หมิงลงมาจากบนรถ และเห็นหรงฉือ อวี้มั่วซวิน แล้วก็คุณพ่ออวี้กับคุณแม่อวี้ทั้งสี่คนเข้า เขาจึงนิ่งอึ้งไปชั่วครู่
หรงฉือเห็นเขาแล้ว รอยยิ้มพลันจืดจางลงหลายส่วน ไม่นานก็ดึงสายตากลับมา
หลังจากฉีอวี้หมิงตะลึงงัน ก็กล่าวทักทายคุณพ่ออวี้และคุณแม่อวี้ “ประธานอวี้ คุณนายอวี้”
คุณพ่ออวี้และคุณแม่อวี้พยักหน้า
“โอเค” ฉีอวี้หมิงเห็นว่าเฟิงถิงเซินไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อเรื่องนินทาที่เขานำมาแบ่งปัน วิญญาณนักนินทาของเขายังไม่ดับมอด นึกได้ว่าหลินอู๋กับเฮ่อฉางปั่วยังไม่รู้เรื่องนี้ จึงพูดในกลุ่มไลน์ให้พวกเขารับทราบ
ในเวลานี้ เฟิงถิงเซินกับหลินอู๋เพิ่งมาถึงที่ภัตตาคาร และเตรียมตัวรับประทานอาหารกัน
เฮ่อฉางปั่วก็เสร็จธุระแล้วจึงมารวมตัวกับพวกเขา
เห็นฉีอวี้หมิงกล่าวถึงพวกเขาในกลุ่มไลน์ เฮ่อฉางปั่วกับหลินอู๋จึงเปิดไลน์ดูชั่วครู่
เห็นฉีอวี้หมิงบอกว่าเจอหรงฉือกับอวี้มั่วซวิน แถมยังอยู่กับพ่อแม่เขาด้วย หลินอู๋จึงนึกไปว่าสิ่งที่เธอพูดกับคุณแม่อวี้เมื่อวานนี้กำลังจะสำแดงผลแล้ว
เธอยกมุมปากขึ้นมายิ้มเล็กน้อยโดยไม่ทิ้งร่องรอย
พ่อกับแม่ของอวี้มั่วซวินมาเจอหรงฉือ เดาว่าคงเป็นเพราะอยากจะสั่งสอนเธอสักหน่อยแหละมั้ง?
เธอเพิ่งคิดมาถึงตรงนี้ ฉีอวี้หมิงส่งข้อความใหม่มาในกลุ่มอีก 2 ข้อความ
[เมื่อกี้คุณนายอวี้กุมมือหรงฉือ พร้อมกับเรียกเธอว่าเสี่ยวฉือด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม น้ำเสียงฟังดูสนิทชิดเชื้อราวกับหรงฉือเป็นลูกสาวตัวเองอย่างไรอย่างนั้น ดูออกเลยว่าคุณนายอวี้ชอบเธอมากจริง ๆ ดูท่าว่าพวกเขาคงใกล้จะมีข่าวดีเร็ว ๆ นี้จริง ๆ แล้วแหละ!]
[วันนั้นที่วันเกิดของคุณย่าเฟิง คุณนายอวี้ก็พูดว่าขอแค่อวี้มั่วซวินกับหรงฉือพร้อม เธอก็สามารถจัดเตรียมงานแต่งให้พวกเขาได้ทุกเมื่อ ตอนนั้นฉันยังนึกว่าเธอแค่พูดไปแบบนั้น ไม่นึกว่าจะเป็นความจริง บ้าไปแล้ว!]
อ่านมาถึงตรงนี้ หลินอู๋นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง
พอดึงสติกลับมาได้ เธอพลันสีหน้าเปลี่ยนทันควัน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณเฟิง คุณผู้หญิงอยากหย่ากับคุณตั้งนานแล้ว
7เหรียญ อ่านได้กี่ตอน...
จะมีลงต่อมั้ยค่ะ...
อยากให้ลงวันละ 10 ตอนจะขอบคุณมากค่ะ...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่เราเติมเงินได้เมื่อซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น เราไม่ได้มีเงินมากมายพอทำบัตเครดิตได้ ขอโทษนะคะ...