หลังจากหรงฉือ อวี้มั่วซวิน พร้อมด้วยศาสตราจารย์หลิวและคนอื่น ๆ กล่าวทักทายกันเรียบร้อยแล้ว งานสัมมนาก็เตรียมเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ
หรงฉือกับอวี้มั่วซวินถูกจัดให้นั่งที่นั่งแถวแรก ตำแหน่งใกล้ ๆ กับตรงกลาง
ส่วนหลินอู๋นั้นนั่งอยู่ในแถวที่สอง
ในฐานะที่เป็นบุคคลตัวอย่างรุ่นใหม่ หรงฉือกับอวี้มั่วซวินจึงได้รับเชิญขึ้นเวทีไปแบ่งปันความรู้ วิธีการและประสบการณ์การวิจัยให้แก่นักศึกษาด้านล่างเวทีได้เรียนรู้
หลังสิ้นสุดการกล่าวปาฐกถาในส่วนนี้ ก็เข้าสู่ช่วงการพูดคุยแลกเปลี่ยน นักวิชาการอาวุโสในงานสัมมนาต่างออกตัวเข้าไปพูดคุยแลกเปลี่ยนกับหรงฉือและอวี้มั่วซวินก่อน
นักวิชาการพวกนี้ ค่อนข้างมีชื่อเสียงในประเทศ พวกเขาต่างมีทิศทางการวิจัยเป็นของตนเองทั้งสิ้น
ไม่ว่าจะคุยเรื่องโครงข่ายประสาทเทียมแบบคอนโวลูชัน หรือเอไอแบบมีตัวตน หรือมัลติโมดัลอินเตอร์แอคชัน หรือไม่ก็ด้านอื่น ๆ หรงฉือล้วนตอบกลับไปได้อย่างเชี่ยวชาญ ทั้งในส่วนของความบกพร่องของโมดัลเหล่านั้นที่ทำให้นักวิชาการเหล่านี้ลำบากใจ เรื่องประสิทธิภาพในการประมวลผลหรือปัญหาอื่น ๆ หรงฉือก็เสนอวิธีการและคำแนะนำของตนเองออกไป ทำให้ดวงตาของเหล่านักวิชาการที่เข้ามาขอคำแนะนำจากเธอต่างพากันเปล่งประกาย พวกเขาอยากจะพูดคุยกับหรงฉือต่อไปเรื่อย ๆ เลยทีเดียว
มีนักวิชาการอาวุโสในงานสัมมนาจำนวนไม่น้อยที่ต่างมีทิศทางการวิจัยเชิงลึกของตนเอง และท้ายที่สุดแล้วหรงฉือจะมีความสามารถอย่างที่ว่าหรือไม่นั้น เพียงแค่ฟังพักหนึ่งพวกเขาก็รู้แล้ว
ดังนั้น มีนักวิชาการที่ยังไม่ทันได้ถามอะไรกับหรงฉือเลยบางคนพูดขึ้นมาว่า “พอแล้วน่าเหล่ามู่ คุณถามมาตั้งนานแล้วนา ตอนนี้น่าจะถึงตาผมบ้างแล้วละ?”
“ใช่ ๆ ให้พวกเราแต่ละคนได้พูดคุยกับเจ้าตัวเขาสักหน่อยสิ คุณจะยึดไว้คนเดียวแบบนี้มันได้ที่ไหนกัน?”
“พวกคุณจะรีบร้อนอะไรกันนัก ผมจะถามอีกสักเรื่อง พอคุยเสร็จ...”
“ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าสิ่งที่คุณอยากถามน่ะคงไม่พ้นเรื่องจะแก้ปัญหาที่เกิดจากการประยุกต์ใช้ในสเกลขนาดใหญ่ได้บ้าง ประเด็นนี้ของคุณน่ะ พอได้คุยขึ้นมาแล้วไม่มีทางคุยจบแน่ แล้วจะต้องรอคุณคุยจบตอนไหน?”
หลินอู๋เองก็กำลังคุยธุระกับคนอื่นอยู่
เธอยืนอยู่ด้านหลังหรงฉือไม่ไกลมากนัก
“เสี่ยวอู๋” ซุนเยว่ชิงที่มาร่วมงานเป็นเพื่อนเรียกเธอ “ประธานถังกำลังถามลูกอยู่นะ”
เมื่อกี้นี้หลินอู๋กำลังสนใจสถานการณ์ทางหรงฉือที่อยู่ด้านหลัง
ทางหรงฉือเกิดเรื่องอะไรขึ้น เธอค่อนข้างเข้าใจแจ่มแจ้งเลยทีเดียว
ถึงขนาดเหม่อลอยกับสถานการณ์ตรงหน้าตัวเองอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้น เวลามีคนมาพูดคุยด้วย เธอเลยไม่ได้ตอบกลับไปในทันที
เมื่อได้ยินเสียงของซุนเยว่ชิง หลินอู๋จึงได้สติ เธอยิ้มเล็กน้อยแล้วว่า “ขอโทษนะคะประธานถัง ฉันได้ยินประเด็นที่พวกศาสตราจารย์เหอคุยกันแล้วหลงคิดตามไปด้วย เลย...”
หลินอู๋เองก็เรียนด้านเอไอ การที่เธอสนใจในเรื่องเฉพาะทางที่เหล่านักวิชาการคนอื่น ๆ พูดคุยกันนั้นก็เป็นเรื่องธรรมดา
ประธานถังจึงแสดงท่าทีว่าเข้าใจต่อสถานการณ์แบบนี้ เขายิ้มแล้วกล่าวว่า “ไม่เป็นไร”
เนื้อหาที่หรงฉือพูดคุยแลกเปลี่ยนกับคนอื่นนั้น เธอเองก็ตั้งใจฟังเป็นอย่างดี ความรู้ของหรงฉือนั้นกว้างขวางมากจริง ๆ มีหลายเรื่องเลยที่เธอ... ฟังไม่เข้าใจ
มิน่าก่อนหน้านี้ศาสตราจารย์หม่าถึงได้บอกว่าเธอเป็นอัจฉริยะด้านเอไอที่เพียบพร้อมไปทุกด้าน
ถ้าบอกว่าความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีต่าง ๆ ในวงการเอไอที่หรงฉือพูดคุยกับพวกศาสตราจารย์หลิวที่เฟิงซื่อเมื่อหลายวันก่อน เป็นการขโมยความคิดของอวี้มั่วซวินกับหนานจื้อจือมา
แล้วตอนนี้ล่ะ?
เนื้อหาที่ตอนนี้หรงฉือกำลังพูดคุยกับพวกศาสตราจารย์มู่นั้น มันกว้างและลึกเกินไป
เธอเองก็เรียนด้านเอไอ เธอรู้ดี ว่าถ้าเป็นแค่คนที่ขโมยความคิดของคนอื่น หรงฉือไม่มีทางทำได้ถึงขั้นนี้แน่
ซุนเยว่ชิงชะงักไป มองท่าทางที่เหล่านักวิชาการอาวุโสในวงการเหล่านี้พากันแย่งชิงเข้าไปหาหรงฉือแล้ว มันก็ดูเหมือนว่าหรงฉือจะมีความสามารถจริง ๆ
แต่...
เธอกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “หล่อนอยู่ข้างกายอวี้มั่วซวินมานาน ได้ตามอวี้มั่วซวินไปพบหนานจื้อจืออยู่บ่อย ๆ มีเจ้าพ่อวงการเอไอที่เก่งกาจที่สุดในประเทศคอยแบ่งปันประสบการณ์ให้หล่อนถึงสองคน หล่อนได้มีความรู้ความสามารถอย่างในตอนนี้ได้ ก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอ? ไม่งั้น ตอนนั้นทำไมเธอต้องทำทุกวิถีทางเพื่อขัดขวางไม่ให้ลูกเข้าหาอวี้มั่วซวินด้วย?”
“ยิ่งไปกว่านั้นนะ แม่คิดว่าถ้าคนที่ได้ใกล้ชิดกับอวี้มั่วซวินแล้วก็หนานจื้อจือเป็นลูกละก็ ลูกต้องทำได้ดีกว่าหล่อนแน่นอน!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณเฟิง คุณผู้หญิงอยากหย่ากับคุณตั้งนานแล้ว
7เหรียญ อ่านได้กี่ตอน...
จะมีลงต่อมั้ยค่ะ...
อยากให้ลงวันละ 10 ตอนจะขอบคุณมากค่ะ...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่เราเติมเงินได้เมื่อซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น เราไม่ได้มีเงินมากมายพอทำบัตเครดิตได้ ขอโทษนะคะ...