ก่อนหน้านี้ พอรู้ว่าคนที่เขียนบทความฉบับหนึ่งที่ตนเองได้มีโอกาสตรวจสอบจนเกิดความเทิดทูนเป็นอย่างยิ่งนั้นเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคจากฉางโม่ เพื่อให้ได้เจอหรงฉือและอวี้มั่วซวิน สมิธถึงขั้นกำชับกับเธอเป็นพิเศษตอนที่จะบินกลับมาประเทศอีกครั้ง ว่าถ้าตอนที่เธอกลับประเทศมาเมื่อปีที่แล้วได้เข้าไปทำงานในฉางโม่ เธอต้องก้าวหน้ามากแน่นอน
ตอนนั้นเธอเห็นด้วยอย่างยิ่ง และคิดว่าการที่หรงฉือขัดขวางไม่ให้เธอได้เข้าไปอยู่ในฉางโม่นั้น ทำให้เธอพลาดโอกาสสำคัญที่จะพัฒนาตัวเองไป
ทว่าตอนนี้ การได้เห็นอย่างชัดเจนแจ่มแจ้งว่าหรงฉือที่อยู่ข้างกายอวี้มั่วซวินมาเป็นเวลาไม่ถึงหนึ่งปีเจริญก้าวหน้ามาถึงขั้นนี้ เธอถึงได้รู้สึกตัว สิ่งที่เธอพลาดไป บางทีอาจจะมากกว่าที่เมื่อก่อนเธอเคยจินตนาการไว้เสียอีก
ด้วยถึงอย่างไรแล้ว นอกจากอวี้มั่วซวิน ก็ยังมีหนานจื้อจืออีก
ศักยภาพของหนานจื้อจือนั้นน่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง ตำแหน่งของเขาในตอนนี้ทำให้เขาได้รับข้อมูลข่าวสารที่ครบถ้วนที่สุด ใหม่ที่สุดและสำคัญที่สุดของวงการเอไอเป็นคนแรก
สิ่งนี้มีบทบาทในความก้าวหน้าของอวี้มั่วซวินกับหรงฉือเป็นอย่างมาก
ก็อย่างที่แม่ของเธอคิด หากตอนแรกเธอเข้าฉางโม่ได้อย่างราบรื่นละก็ ด้วยความรู้และความสามารถของเธอแล้ว เธอจะต้องเจริญก้าวหน้าเร็วกว่าหรงฉือแน่!
ทว่าโลกนี้ไม่มีคำว่าถ้าหาก
ทุกสิ่งทุกอย่างนี้เลยกลายเป็นการพูดไปเรื่อย
เมื่อนึกถึงเรื่องเหล่านี้ เธอจึงมองหรงฉือด้วยสายตาเย็นชา “มิน่าตอนนั้นหล่อนถึงได้ยอมไปจากเฟิงซื่อ ที่แท้...”
เนื้อนึกย้อนไปถึงตอนนั้นที่หรงฉือออกจากเฟิงซื่อ แล้วเข้าหาอวี้มั่วซวิน ขัดขวางแผนการที่จะเข้าไปอยู่ในฉางโม่ของลูกสาวตน แล้วมองทุกสิ่งทุกอย่างที่หรงหฉือครอบครองในตอนนี้อีกครั้ง ซุนเยว่ชิงถึงได้รู้ ว่าหรงฉือนั้นไม่ธรรมดาจริง ๆ
เธอว่า “ไม่นึกเลยว่าเธอจะมีความคิดล้ำลึกขนาดนี้”
ขณะที่หรงฉือกำลังคุยกับคนอื่นอยู่นั้น ตอนที่เธอหันหน้าไปเห็นสายตาของสองแม่ลูกที่มองมา เธอก็สังเกตเห็นความเย็นชาในแววตาของทั้งคู่
เมื่อก่อนเวลาที่สองแม่ลูกคู่นี้มองเธอ มักจะมองด้วยสายตาดูหมิ่นระคนไม่ยี่หระ ท่าทางแบบนั้นในวันนี้กลับผิดปกติไปบ้าง
ทว่าเธอก็ไม่ได้สนใจ แล้วก็คร้านที่จะเสียเวลาไปวิเคราะห์ท่าทีที่เปลี่ยนไปของสองแม่ลูกนั่น เลยเก็บสายตากลับมาด้วยท่าทางเฉยชา
ในสายตาของพวกหลินอู๋ ท่าทาแบบนี้ของหรงฉือนั้นเป็นการลำพองตน และเย่อหยิ่ง ราวกับว่าหล่อนเหยียบพวกเธอไว้ใต้ฝ่าเท้า
แต่เธอก็พูดขึ้นว่า “ช่วงนี้หนูละเลยเรื่องการศึกษาค้นคว้าในด้านความรู้เฉพาะทางไปบ้าง นับแต่นี้เป็นต้นไป หนูจะกลับไปอยู่ในโหมดตั้งใจศึกษาค้นคว้าเต็มที่แล้ว”
ต่อให้คนรอบข้างที่พอจะช่วยเหลือด้านวิชาเฉพาะทางของเธอ จะมีความสามารถสู้อวี้มั่วซวินกับหนานจื้อจือไม่ได้ แต่ขอแค่เธอมุมานะต่อไปนานวันเข้า ต่อไปวันข้างหน้าก็ยากจะบอกได้ว่าผลงานทางสาขาวิชาของเธอกับหรงฉือนั้น ของใครกันแน่ที่จะยอดเยี่ยมหรือย่ำแย่กว่า
แน่นอนว่าซุนเยว่ชิงย่อมต้องสนับสนุนความคิดแบบนี้
เธอเลยว่า “ให้ถิงเซินช่วยลูกสิ”
หลินอู๋กระตุกยิ้มมุมปากพลางว่า “หนูรู้แล้วละ ขอแค่หนูเอ่ยปาก ถิงเซินต้องช่วยหนูแน่”
เมื่อพูดจบ เธอก็ไม่สนใจสถานการณ์ทางฝั่งหรงฉืออีก เธอกลับเข้าไปในฝูงชนและพูดคุยกับคนอื่นอีกครั้ง
ทว่าสิ่งที่แตกต่างไปจากก่อนหน้านี้ที่พูดคุยกับตัวแทนกิจการคือ คนที่พูดคุยกับเธอไม่ใช่ตัวแทนกิจการที่มาร่วมงานอีกต่อไป แต่กลายเป็นนักวิชาการอาวุโสในงานสัมมนาแทน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณเฟิง คุณผู้หญิงอยากหย่ากับคุณตั้งนานแล้ว
7เหรียญ อ่านได้กี่ตอน...
จะมีลงต่อมั้ยค่ะ...
อยากให้ลงวันละ 10 ตอนจะขอบคุณมากค่ะ...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่เราเติมเงินได้เมื่อซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น เราไม่ได้มีเงินมากมายพอทำบัตเครดิตได้ ขอโทษนะคะ...