แม้ว่าหรงฉือกับหลินอู๋จะอยู่ในงานสัมมนาของมหาวิทยาลัยคิวเหมือนกัน ทว่าตลอดทั้งวันนี้ พวกเธอสองคนไม่ได้มีการปะทะอะไรใด ๆ ระหว่างกันทั้งสิ้น
ช่วงสามสี่โมงของวันนั้น หรงฉือกับอวี้มั่วซวินจึงเตรียมตัวออกจากมหาวิทยาลัยคิว
ตอนที่ศาสตราจารย์หลิวกับผู้อำนวยการมาส่งพวกเขานั้น ศาสตราจารย์หลิวได้กล่าวเชิญหรงฉืออีกครั้ง “วันเสาร์นี้ ในเมืองจะมีงานสัมมนาขึ้นอีกหนึ่งครั้ง ไม่ทราบว่าทั้งสองคน...”
เมื่อได้ยินถึงตรงนี้ ฝีเท้าของหรงฉือพลันชะงัก ประจวบเหมาะกับที่สายตาก็ตกไปอยู่ที่ตัวของซุนเยว่ชิงที่อยู่ไม่ไกลนัก
เธอเก็บสายตากลับมา เม้มปากเล็กน้อยแล้วถึงกล่าวออกไปว่า “ขอโทษด้วยนะคะ วันเสาร์ฉันต้องจัดการธุระ ไปเข้าร่วมไม่ได้”
หลังจากรถเคลื่อนตัวออกจากมหาวิทยาลัยคิวหลังจากที่กล่าวลากับศาสตราจารย์หลิวและผู้อำนวยการแล้ว อวี้มั่วซวินจึงพูดขึ้นมาว่า “เมื่อกี้นี้เหมือนอารมณ์ของคุณจะแปลก ๆ ไปนะ เกิดอะไรขึ้น?”
เมื่อครู่นี้ตอนที่พูดถึงกำหนดการของวันเสาร์ สายตาที่เธอมองไปทางซุนเยว่ชิงนั้นมีคลื่นอารมณ์แฝงอยู่ เขาสังเกตเห็นมันตั้งแต่แรก ๆ ทว่าเมื่อครู่นี้มีคนนอกอยู่ด้วย เขาจะถามออกไปก็ไม่ดี
หรงฉือหลุบตาลง แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “วันเสาร์นี้เป็นวันเกิดแม่ฉันเอง”
ครั้นอวี้มั่วซวินได้ยินแบบนั้น เขาก็เงียบเสียงลงทันที
แม่ของหรงฉือต้องอยู่ในสถานพักฟื้นตลอดทั้งปี และที่ทุกอย่างเป็นเช่นนี้ก็เพราะพวกซุนเยว่ชิง มิน่าเมื่อกี้ตอนที่หรงฉือมองซุนเยว่ชิงกับหลินอู๋ ถึงมีเผยอารมณ์แบบนั้นออกมา
หลังผ่านไปครู่ใหญ่ เขาถึงเอ่ยปากขึ้นมาว่า “กับตระกูลหลิน ตระกูลซุนน่ะ คุณมีความคิดยังไง?”
หรงฉือกำมือแน่น “ฉันไม่อยากให้พวกเขาได้ใช้ชีวิตกันอย่างมีความสุข แต่...”
แต่ยามนี้พวกนั้นมีเฟิงถิงเซินคอยคุ้มกะลาหัว ต่อให้ตอนนี้ฉางโม่จะก้าวหน้าพัฒนาไปได้ไม่เลว ทว่าจะแตะต้องพวกนั้น ก็เกรงว่าจะลำบากไม่ใช่เล่น ๆ
ต่อให้หรงฉือไม่พูดเรื่องนี้ออกมา อวี้มั่วซวินก็เข้าใจ
เขาพูดปลอบไปว่า “กฎแห่งกรรมย่อมทำงานของมันเสมอ ผมเชื่อนะว่าจะต้องมีโอกาสสักวันแน่ อย่าเพิ่งหมดกำลังใจไป”
หรงฉือ “อืม”
วันเสาร์ หลังหรงฉือกับพวกหรงฉ่างเซิ่งทำเค้กด้วยตัวเองเสร็จ ก็ขับรถมุ่งหน้าไปยังสถานพักฟื้น
ไม่ได้เจอหน้ากันมาระยะหนึ่ง ดูเหมือนว่าหรงอิ่งเซิ่งจะผ่ายผอมลงไปกว่าเมื่อก่อน
เห็นเจ้าหน้าที่ในสถานพักฟื้นเข้ามาฉลองวันเกิดให้หรงอิ่งเซิ่งอย่างกระตือรือร้น ทว่าหรงอิ่งเซิ่งเป็นศูนย์กลางของคนทั้งกลุ่มทว่าจิตใจของเธอกลับล่องลอยออกไปไกล ทั้งท่าทางที่เฉยเมยต่อความคึกคักและผู้คนทั้งหลายที่มาอวยพรให้เธออยู่ตรงหน้าแล้ว หัวใจของหรงฉือกับพวกคุณยายหรงก็เจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีด เศร้าเสียใจเป็นอย่างยิ่ง
ตอนนี้เองที่ผู้อำนวยการสถานพักฟื้นเดินเข้ามา พอเห็นท่าทางทุกข์ตรมแบบนี้ของพวกเขาแล้ว เธอก็ไม่อาจฝืนใบหน้าไว้ได้ แต่หลังจากที่เงียบไปได้สองสามวินาที เธอขึงเอ่ยปากขึ้นมาว่า “เมื่อเช้านี้ ทางเราได้ทำการตรวจร่างกายของอิ่งเซิ่ง พบว่าสุขภาพของเธอทรุดตัวลงอย่างเห็นได้ชัด อวัยวะในร่างกายหลายแห่งตกอยู่ในสภาวะล้มเหลวอย่างชัดเจน...”
หรงฉือ คุณยายหรงและคนอื่น ๆ ได้ยินแบบนั้น ก็หน้าซีดเผือดทันที “ปะ เป็นไปได้ยังไง?!”
ผู้อำนวยการสถานพักฟื้นว่า “หลายปีนี้ อิ่งเซิ่งมีความกดดันในใจมากเกินไป บอกกับไม่มีความอยากอาหาร เมื่อเป็นแบบนี้นานวันเข้า มันเลยกระทบต่อสุขภาพร่างกายของเธออย่างรุนแรง ภูมิต้านทานในร่างกายก็แย่ลงทุกที ดังนั้น...”
“งะ งั้น...”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณเฟิง คุณผู้หญิงอยากหย่ากับคุณตั้งนานแล้ว
อยากให้ลงวันละ 10 ตอนจะขอบคุณมากค่ะ...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่เราเติมเงินได้เมื่อซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น เราไม่ได้มีเงินมากมายพอทำบัตเครดิตได้ ขอโทษนะคะ...