หรงฉือพูดว่า “เดี๋ยวแม่ต้องไปทำงานที่บริษัทแล้ว ช่วงนี้คุณยายทวดของหนูก็ไม่ค่อยสบาย ต้องพักผ่อนอย่างสงบ รอคุณยายทวดอาการดีขึ้นก่อนหนูค่อยไปเยี่ยมคุณยายทวดเถอะนะ”
แม้คุณยายจะไม่เคยโทษเฟิงจิ่งซินจริงจังเรื่องที่สนิทกับหลินอู๋ แต่หลังจากรู้ว่าสุขภาพของหรงอิ้งเซิ่งเริ่มมีปัญหา ช่วงสองวันมานี้คุณยายก็เหมือนถูกดึงพลังชีวิตและจิตใจไปครึ่งหนึ่ง
หากตอนนี้ต้องมาเจอเฟิงจิ่งซินอีก แล้วคิดถึงเรื่องที่เธอสนิทกับหลินอู๋ อารมณ์ของคุณยายคงแย่ลงไปอีก
พอเฟิงจิ่งซินได้ยินว่าคุณยายหรงป่วย ก็ถามอย่างเป็นห่วง “หา? คุณยายทวดป่วยเหรอคะ? ป่วยหนักไหม? ทำไมแม่ไม่บอกหนูเลยล่ะคะ?”
หรงฉือเงียบไปสองวินาที จึงเพิ่งพูดว่า “ไม่อยากให้ลูกเป็นห่วง เลยไม่ได้บอกลูก”
พูดมาถึงตรงนี้ หรงฉือก็ค่อย ๆ แกะมือของเฟิงจิ่งซินที่กอดเธอออก และพูดว่า “สายแล้ว แม่ยังมีธุระต้องไปทำอีก หนูดูแลตัวเองดี ๆ นะ”
เฟิงจิ่งซินยังไม่อยากให้เธอไป แต่เห็นท่าทางหรงฉือเหมือนยุ่งมาก เธอจึงทำได้เพียงปล่อยมือออก
แต่พอปล่อยมือ เธอก็รู้สึกน้อยใจอีกครั้ง “ทำไมช่วงนี้แม่ยุ่งขนาดนี้คะ ยุ่งกว่าพ่ออีก แล้วเมื่อไหร่แม่จะว่างล่ะคั?”
“แม่ก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกัน”
พูดมาถึงตรงนี้ ก็นึกถึงเรื่องหย่าของเธอกับเฟิงถิงเซินที่ใกล้จะเสร็จสิ้น เธอคิดว่าเรื่องนี้คงไม่อาจปิดบังเฟิงจิ่งซินไปได้ตลอด แต่ว่า...
หลังจากพวกเขาหย่ากันแล้ว ถ้าเฟิงถิงเซินจะแต่งงานกับหลินอู๋ เขาก็ต้องหาโอกาสพูดเรื่องนี้กับเฟิงจิ่งซินอยู่ดี
เธอคงไม่จำเป็นต้องพูดเอง
เฟิงจิ่งซินก้มหน้าด้วยความหดหู่ “...โอเคค่ะ ช่วงนี้แม่พูดแบบนี้ตลอดเลย”
เรื่องนี้ หรงฉือก็รู้ดี
เพราะตอนนี้ข้ออ้างนี้ ดีที่สุดแล้วจริง ๆ
คิดได้แบบนั้น เธอก็พูดอีกว่า “แม่ไปก่อนนะ”
“ค่ะ...”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณเฟิง คุณผู้หญิงอยากหย่ากับคุณตั้งนานแล้ว
อยากให้ลงวันละ 10 ตอนจะขอบคุณมากค่ะ...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่เราเติมเงินได้เมื่อซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น เราไม่ได้มีเงินมากมายพอทำบัตเครดิตได้ ขอโทษนะคะ...