หลังจากเลขาออกไป อารมณ์ของหลินอู๋ก็เปลี่ยนเป็นหนักอึ้งขึ้นเรื่อย ๆ
เทคโนโลยีคือรากฐานของการพัฒนาบริษัท
เมื่อมีเจี๋ยเซี่ยวโดดเด่นอยู่ข้างหน้า หากซวิ่นตู้อยากจะมีที่ยืนในตลาดรถยนต์ไร้คนขับ ซวิ่นตู้จำเป็นต้องพัฒนาเทคโนโลยีให้ได้อีกครั้ง
แต่การพัฒนาเทคโนโลยีมันยากเกินไป
จนถึงตอนนี้ เธอลงทุนในซวิ่นตู้ไปสามหมื่นล้านถึงสามหมื่นห้าพันล้านบาทแล้ว
แต่เจี๋ยเซี่ยวเข้ามาป่วนสถานการณ์ ตอนนี้อนาคตของซวิ่นตู้เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน หากยังลงทุนต่อไป แล้วสุดท้ายซวิ่นตู้ไม่สามารถสร้างความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่มีอิทธิพลได้ เงินเป็นหมื่น ๆ ล้านก็เท่ากับว่าลงทุนไปสูญเปล่า
หากหยุดไว้แค่นี้ เธอก็ไม่เต็มใจอีก
ตอนนี้เธอควรจะบุกหรือว่าถอย...
คิดมาถึงตรงนี้ เธอก็นึกถึงเฟิงถิงเซินขึ้นมา
แต่ทว่า ในอนาคตบริษัทจะสร้างความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์ได้หรือไม่ แม้จะเป็นเขา ก็ไม่อาจแน่ใจได้หรือเปล่า?
ดังนั้น ต่อให้ถามเขา เขาก็คงไม่สามารถให้คำตอบที่สมบูรณ์ได้ใช่ไหม?
หลินอู๋นั่งครุ่นคิดอยู่ที่เดิมนานมาก จนกระทั่งเลขาของเธอเคาะประตูเข้ามาอีกครั้ง เธอจึงเพิ่งรู้ตัวว่าตอนนี้ก็เที่ยงแล้ว
เลขาของเธอถามว่า “ประธานหลิน ต้องการให้ฉันช่วยจัดเตรียมอาหารกลางวันไหมคะ?”
หลินอู๋เหลือบมองโทรศัพท์แวบหนึ่ง ไม่ได้พูดอะไร
เจี๋ยเซี่ยวสร้างผลกระทบต่อซวิ่นตู้มากแค่ไหน เธอเชื่อว่าอย่างน้อยเฟิงถิงเซินย่อมรู้ดีกว่าเธอ
ดังนั้น ด้วยความเข้าใจที่เธอมีต่อเขา เขาน่าจะเดาได้ถึงท่าทีที่ประธานจางกับประธานหวัง และคนอื่น ๆ มีต่อซวิ่นตู้ได้จึงจะถูก
ในตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่เธอต้องการเขามากที่สุด
แต่ทว่า หลังจากที่ทานข้าวกับประธานจางเมื่อวาน เขากลับไม่เคยติดต่อมาหาเธอเลยสักครั้ง
พอนึกถึงงานแถลงข่าวเมื่อวาน เฟิงถิงเซินมองหรงฉือที่อยู่บนเวทีด้วยความตั้งใจ จนลืมไปเลยว่าเธอมีตัวตนอยู่ หัวใจของเธอเหมือนกับถูกบีบแน่น จนเจ็บปวดไปหมด
ดังนั้น ตอนนี้เขาก็เหมือนกับเธอ ความจริงก็ยังไม่ได้สติจากแรงกระแทกที่หรงฉือนำมาในงานแถลงข่าวเมื่อวานนี้ใช่ไหม?
……
หรงฉือยุ่งอยู่ครึ่งค่อนวัน ช่วงประมาณห้าโมงเย็น โทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น
เป็นโทรศัพท์จากเฟิงจิ่งซิน
เธอเหลือบมองแวบหนึ่ง แต่ก็ยังคงรับสาย “ซินซิน มีอะไรเหรอ?”
“คุณแม่คะ โรงเรียนเราใกล้จะปิดเทอมแล้ว พรุ่งนี้โรงเรียนมีประชุมผู้ปกครอง คุณแม่ช่วยมาประชุมผู้ปกครองให้หนูหน่อยได้ไหมคะ”
เมื่อแม่ของเทียนเทียนกับครูหยางเห็นเธอมาประชุมผู้ปกครองให้เฟิงจิ่งซินด้วยตัวเอง ก็ตกใจมาก
ถึงอย่างไร นับตั้งแต่กิจกรรมพ่อแม่ลูกครั้งก่อน ถึงโรงเรียนจะมีกิจกรรมอะไร คนที่มาด้วยกับเฟิงจิ่งซินก็แทบจะเป็นเฟิงถิงเซินเสียส่วนใหญ่
คุณหยางกล่าวทักทายว่า “คุณแม่ซินซิน ไม่เจอกันนานเลยนะคะ”
“ไม่เจอกันนานเลยค่ะ”
หลังทักทายกันเสร็จ ครูหยางก็พูดคุยกับหรงฉือเกี่ยวกับพฤติกรรมของเฟิงจิ่งซินที่โรงเรียนในช่วงที่ผ่านมา
จากคำบอกเล่าของครู หรงฉือได้รู้ว่าเฟิงจิ่งซินไม่ว่าจะที่บ้านหรือที่โรงเรียน ต่างก็มีความสุขดี
นั่นก็หมายความว่า เฟิงถิงเซินใส่ใจต่อเธอดีมาก
ระหว่างประชุมผู้ปกครอง เฟิงจิ่งซินก็จับมือของหรงฉืออย่างออดอ้อนพร้อมกับพูดว่า “คุณแม่คะ นานแล้วที่พวกเราไม่ได้ออกไปทานข้าวด้วยกันข้างนอก เดี๋ยวตอนกลางวันพวกเราออกไปทานข้าวด้วยกันข้างนอกดีไหมคะ?”
หรงฉือตอบรับว่า “อื้ม”
แต่ทว่า หลังประชุมผู้ปกครอง ตอนที่หรงฉือจูงมือเฟิงจิ่งซิน กลับเห็นเฟิงถิงเซินที่ลงมาจากรถ
เฟิงจิ่งซินเห็นเฟิงถิงเซิน กลับไม่รู้สึกแปลกใจเลย ตรงกันข้ามพูดอย่างดีใจว่า “คุณพ่อมาแล้วเหรอคะ?”
หลังเฟิงถิงเซินเหลือบมองหรงฉือแวบหนึ่ง ก่อนจะตอบกลับว่า “อืม”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณเฟิง คุณผู้หญิงอยากหย่ากับคุณตั้งนานแล้ว
7เหรียญ อ่านได้กี่ตอน...
จะมีลงต่อมั้ยค่ะ...
อยากให้ลงวันละ 10 ตอนจะขอบคุณมากค่ะ...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่เราเติมเงินได้เมื่อซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น เราไม่ได้มีเงินมากมายพอทำบัตเครดิตได้ ขอโทษนะคะ...