คาดไม่ถึงเลยว่าหลินอู๋จะรู้เรื่องนี้มาตั้งแต่แรกแล้ว
แต่เธอไม่เคยพูดถึงมันกับพวกเขามาก่อน
ที่เธอไม่พูด เพราะไม่สนใจเรื่องนี้เหมือนอย่างที่พูดกับซุนลี่เหยาแบบนั้นจริง ๆ เหรอ?
หากหลังจากที่เธอรู้เรื่องนี้ แล้วถามเฟิงถิงเซินให้ชัดเจน จนมั่นใจว่าเฟิงถิงเซินมีเหตุผลที่ให้เพชรกับหรงฉือ เช่นนั้นก็ไม่จำเป็นต้องใส่ใจกับเรื่องนี้มากเกินไปแล้วจริง ๆ
แบบนี้แล้ว ในกรณีที่พวกเขาไม่เป็นฝ่ายพูดถึง หลินอู๋ก็ไม่เป็นฝ่ายพูดกับพวกเขา ก็พอจะสมเหตุสมผลอยู่บ้าง
แต่เพชรเม็ดนั้นถึงอย่างไรก็มีมูลค่ากว่าสองหมื่นล้านบาท ซึ่งมากกว่าของทั้งหมดที่ซวิ่นตู้และเฟิงถิงเซินเคยให้หลินอู๋รวมกันเสียอีก...
เมื่อรู้ว่าทุกคนให้ความสนใจกับเพชรเม็ดนี้ที่หายไปอย่างมาก พอรู้ว่าเฟิงถิงเซินให้เพชรนี้แก่คนอื่นไปแล้ว หลินอู๋กลับยังเอาแต่เงียบไว้ แบบนี้ก็ดูจะไม่ค่อยสมเหตุสมผลสักเท่าไร
หากหลินอู๋คิดว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเฟิงถิงเซินนั้นดีมากพอ จนทำให้เธอมีความมั่นใจและคิดว่าหลังจากที่เธอแต่งงานกับเฟิงถิงเซิน สิ่งที่เธอได้รับย่อมมีมากกว่านี้อย่างแน่นอน มากถึงขนาดสามารถไม่สนใจเพชรเม็ดนี้ได้เลย งั้นการที่หลินอู๋ไม่พูดถึงเรื่องนี้ ก็ถือเป็นเรื่องที่เข้าใจได้
แต่ถ้าหากการที่เธอเงียบไว้เพื่อจงใจปิดบังเรื่องพวกนี้ เซี่ยงหรูฟางก็คิดไว้แล้วเช่นกัน
เมื่อเห็นสีหน้าของทุกคนดูไม่ค่อยดี ก็รีบพูดว่า “ฉันกลับคิดว่าความสัมพันธ์ของถิงเซินและเสี่ยวอู๋ยังคงดีมากอยู่ พวกเราอย่าคิดมากเกินไปเลย อีกอย่าง พวกเราอยากรู้อะไร อีกเดี๋ยวเสี่ยวอู๋กลับมา พวกเราค่อยถามเสี่ยวอู๋ตรง ๆ เลยไม่ดีกว่าเหรอ?”
ซุนลี่เหยารับพูดแทรกว่า “ใช่ค่ะ รอพี่กลับมา...”
เธอพูดยังไม่ทันจบ หลินอู๋ก็ผลักประตูเข้ามาพอดี
ทุกคนกวาดสายตามองไปทางเธออย่างพร้อมเพรียงกัน
ซุนเยว่ชิงมองเธอ แววตาส่องประกายเล็กน้อย เธอลุกขึ้นเป็นคนแรก และเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “เสี่ยวอู๋กลับมาแล้วเหรอ? หิวไหม? ในครัว...”
ซุนลี่เหยาก็เอ่ยปากขึ้นแทบจะพร้อมกับเธอว่า “พี่ เรื่องที่พี่เขยให้เพชรมูลค่ากว่าสองหมื่นล้านแก่หรงฉือ ฉันเพิ่งบอกกับทุกคนไป”
ส่วนหลินอู๋กลับเอ่ยปากขึ้นในเวลานี้ว่า “เรื่องนี้หนูไม่ได้ถามถิงเซิน แล้วถิงเซินก็ไม่ได้เป็นฝ่ายพูดกับหนูก่อน”
หลินลี่หลานและคุณยายซุนต่างก็เป็นคนฉลาด จริง ๆ แล้ว หลังจากที่หลินอู๋เข้ามา แล้วไม่ได้ตอบคำถามของเซี่ยงหรูฟางในทันที พวกเธอก็เริ่มมีลางสังหรณ์ลาง ๆ แล้ว
แต่ตอนนี้พอได้ยินหลินอู๋เป็นฝ่ายเอ่ยปากออกมาตรง ๆ พวกเธอก็ยังคงชะงักไปเล็กน้อย แล้วรีบหันไปมองหลินอู๋อย่างไม่อยากเชื่อ
ชั่วขณะนั้น ไม่มีใครพูดอะไรเลย
เพราะคำพูดนี้ไม่ต่างอะไรกับการยอมรับโดยปริยายว่า หลินอู๋น่าจะสังเกตเห็นท่าทีที่เฟิงถิงเซินมีต่อหรงฉือดูเหมือนจะเปลี่ยนไปแล้ว และเมื่อเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงนี้ เธอลอบสังเกตเห็นสายตาของทุกคนทีละคน หลินอู๋ก็ไม่ได้พูดอะไร
เธอไม่ใช่ไม่อยากปิดบังต่อไป แต่เธอรู้ดีว่าคนในครอบครัวฉลาดต่อเรื่องพวกนี้มากแค่ไหน
ยิ่งไปกว่านั้น เธอยิ่งรู้ดีว่า เมื่อเมล็ดแห่งความสงสัยถูกหว่านลงไป จากท่าทีที่เฟิงถิงเซินเป็นฝ่ายเข้าหาหรงฉือ และการที่เขาหลีกเลี่ยงจะหย่ากับหรงฉือในตอนนี้ ต่อให้เธออยากปิดบัง ก็คงปิดบังไว้ได้ไม่นานนัก

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณเฟิง คุณผู้หญิงอยากหย่ากับคุณตั้งนานแล้ว
7เหรียญ อ่านได้กี่ตอน...
จะมีลงต่อมั้ยค่ะ...
อยากให้ลงวันละ 10 ตอนจะขอบคุณมากค่ะ...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่เราเติมเงินได้เมื่อซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น เราไม่ได้มีเงินมากมายพอทำบัตเครดิตได้ ขอโทษนะคะ...