หรงฉือก็คิดถึงเรื่องนี้เหมือนกัน
ยิ่งไปกว่านั้น เธอรู้สึกว่านี่อาจเป็นการชดเชยจากเฟิงถิงเซิน ที่เขาขอไม่ให้ครอบครัวลุงของหลินอู๋ย้ายเข้าไปอยู่ตรงข้ามบ้านลุงของเธอ
เพราะด้วยความรู้สึกที่เขามีต่อหลินอู๋แล้ว เขาจะยอมให้หลินอู๋น้อยเนื้อต่ำใจเพื่อช่วยเธอได้อย่างไร?
อวี้มั่วซวินเอ่ยว่า “ถ้าเธอเก็บซ่อนความสามารถของเธอไว้จริง ๆ งั้นก็แสดงว่า—”
แม้ว่าพวกเขาจะเป็นลูกศิษย์ของหนานจื้อจือ แม้ว่าปกติหนานจื้อจือมักจะเย็นชากับพวกเขามาก แต่ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากับหนานจื้อจือ จริง ๆ แล้วก็ดีมากทีเดียว
เพราะถึงแม้ว่าหนานจื้อจือจะเข้มงวดกับพวกเขา แต่ความเป็นจริงแล้ว เขาเป็นคนแข็งนอกอ่อนใน
แต่เขาก็เป็นคนยึดมั่นในหลักการมากเช่นกัน
ถ้าหากหลินอู๋มีความสามารถและพรสวรรค์มากพอจริง ๆ เขาก็คงไม่ปฏิเสธที่จะรับหลินอู๋เป็นลูกศิษย์เพียงเพราะความบาดหมางระหว่างหรงฉือกับหลินอู๋แน่นอน
ดังนั้น...
หรงฉือกลับสงบสติอารมณ์ลงอย่างรวดเร็วและพูดว่า “มาทำเรื่องของเราก่อนเถอะ”
สิ่งเดียวที่เธอทำได้คือทำตัวเองให้ดีที่สุดเท่านั้น
คืนนั้น เธอกลับบ้านดึกหน่อย ส่วนคุณหญิงย่าหลับไปแล้ว
แต่ตอนที่เธอกลับถึงบ้าน เฟิงถิงเซินยังไม่กลับมา。
และอาจจะไม่กลับมา
แต่เมื่อเธอออกมาจากห้องอาบน้ำหลังจากอาบน้ำเสร็จ เธอก็เห็นเฟิงถิงเซิน
เขากลับมาแล้ว
เมื่อเห็นเขา เธอหยุดชะงักไปชั่วขณะ แล้วพยักหน้าให้เขาเล็กน้อย ถือเป็นการทักทาย
ส่วนเรื่องที่วันนี้เขานัดหนานจื้อจือทำไม เธอไม่ได้ถามอะไรแม้แต่คำเดียว
เฟิงถิงเซินก็ไม่พูดอะไร เพียงแค่ชำเลืองมองเธอแล้วเดินเข้าไปอาบน้ำในห้องอาบน้ำ
เช้าวันรุ่งขึ้น เธอตื่นนอนค่อนข้างสาย
ตอนเธอเดินลงบันไดมาก็ได้ยินคุณหญิงย่าพูดกะแนะกะแหนกับเฟิงถิงเซินว่า “เมื่อคืนตอนฉันเข้านอน ก็สี่ทุ่มกว่าแล้ว แต่แกยังไม่กลับมา ฉันก็นึกว่าแกไม่อยากกลับมาอีกแล้วซะอีก!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณเฟิง คุณผู้หญิงอยากหย่ากับคุณตั้งนานแล้ว
อยากให้ลงวันละ 10 ตอนจะขอบคุณมากค่ะ...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่เราเติมเงินได้เมื่อซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น เราไม่ได้มีเงินมากมายพอทำบัตเครดิตได้ ขอโทษนะคะ...