เสิ่นชิงซูกับฟู่ซือเหยียนแต่งงานกันลับ ๆ มาห้าปี เป็นสามีภรรยากันตามพฤตินัย หากว่าไม่มีความรักใคร่เข้ามาเกี่ยวข้อง
ไม่สิ น่าจะต้องพูดว่าเสิ่นชิงซูซ่อนเร้นความรู้สึกที่มีต่อสามีได้อย่างมิดชิดไร้ร่องรอยใดปรากฏมากกว่า
ในคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เมืองที่เจริญรุ่งเรืองถูกปกคลุมด้วยหิมะอันขาวโพลน ทั่วทุกสารทิศมีแต่ความคึกคักครื้นเครง
เว้นแต่ในคฤหาสน์หนานซีที่ใหญ่โตโอ่อ่ากลับมีแค่เสิ่นชิงซูอยู่เพียงลำพัง
เธอต้มบะหมี่ง่าย ๆ ให้ตัวเองถ้วยหนึ่ง แต่กลับไม่กินสักคำ
มือถือบนโต๊ะอาหารกำลังเล่นภาพเคลื่อนไหวบนไทม์ไลน์ในแอปพลิเคชันไลน์หนึ่งอยู่...
ผู้ชายในจอมีนิ้วเรียวยาวเห็นข้อกระดูกชัดเจน มือข้างนั้นถือแหวนเพชรเม็ดเท่าไข่นกพิราบ ดันสวมเข้าไปที่นิ้วนางอันเรียวเล็กของหญิงสาวย่างแม่นยำ
ตามด้วยเสียงอ่อนหวานชดช้อยของหญิงสาวดังแว่วขึ้นมา “คุณฟู่ ขอฝากชีวิตที่เหลือด้วยนะ”
เสิ่นชิงซูจ้องนาฬิกาที่ข้อมือของชายในจอนิ่ง เครื่องหมายแสดงตัวตนซึ่งมีเพียงหนึ่งเดียวในโลก ความขมขื่นก็เริ่มทะลักเข้ามาในใจ
ภาพเคลื่อนไหวได้หยุดนิ่งลงแล้ว ทว่านิ้วมือกลับยังคงไม่อาจเลื่อนขยับ เธอทำได้แค่ยืนยันราวกับการทรมานตัวเองซ้ำ ๆ อยู่อย่างนั้น
เมื่อครึ่งปีก่อนหญิงสาวเป็นฝ่ายเพิ่มเพื่อนเธอในไลน์
นับแต่นั้นมา เธอก็มักได้เห็นสามีตัวเองผ่านไทม์ไลน์ของหญิงสาวอยู่เนืองนิตย์
แต่งงานแบบไม่เปิดเผยมาห้าปี จนมาวันนี้ เสิ่นชิงซูถึงเพิ่งรู้ว่าที่แท้สามีของเธอก็อบอุ่น โรแมนติกและใส่ใจรายละเอียดได้ถึงขนาดนี้ด้วย
บะหมี่ที่เมื่อครู่ยังมีควันพวยพุ่งเย็นชืดแล้ว
บะหมี่กินไม่ได้แล้ว เธอเพิ่งจะจับตะเกียบคีบขึ้นมา กลับเหมือนว่าไร้ซึ่งเรี่ยวแรง
เฉกเช่นเดียวกับการสมรสอันเลวร้ายนี้ของเธอ ไม่ควรถลำลึกไปมากกว่านี้อีก
เสิ่นชิงซูหลับตาลง น้ำตาร่วงเผาะ เธอลุกขึ้นกลับห้องไปล้างหน้าล้างตา ก่อนปิดไฟแล้วล้มตัวนอนลง
ดึกมากแล้ว ภายในห้องที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นกลับแทรกขึ้นมาด้วยเสียงปลดสายรัดเสื้อผ้า
เสิ่นชิงซูนอนตะแคงข้างอยู่บนเตียงหลังใหญ่
เธอรู้ว่าฟู่ซือเหยียนกลับมาแล้ว แต่ยังคงหลับตาปี๋แสร้งทำทีเป็นว่านอนหลับสนิท
เตียงด้านข้างยุบลงยวบ
ตามด้วยร่างกายใหญ่โตที่เข้ามาคร่อมอยู่บนตัวเธอ
หัวคิ้วของเสิ่นชิงซูขมวดเป็นปมเล็กน้อย
ชั่วอึดใจต่อมาชายกระโปรงชุดนอนถูกเลิกขึ้นสูง ฝ่ามือกระด้างแต่อุ่นร้อนเริ่มวางนาบลงมา...
เสิ่นชิงซูสะดุ้งตกใจ รีบลืมตาฉับพลัน
เค้าโครงองคาพยพอันคมคายบนใบหน้าหล่อเหลาอยู่ใกล้เพียงคืบ แว่นกรอบบางสีเงินวางคาดไว้บนสันจมูกที่สูงโด่ง
ไฟหัวเตียงดวงเล็กยังคงเปิดไว้ในค่ำคืน แสงนวลสีส้มตกกระทบบนกระจกแว่น
ดวงตาเฉี่ยวยาวหลังเลนส์แว่นของชายหนุ่มระคนด้วยความต้องการ
“ทำไมจู่ ๆ ถึงกลับมาล่ะคะ?”
เสียงของเธอนุ่มนวลละมุนละไมแต่กำเนิด
ชายหนุ่มจดจ้องหางตาอันแดงก่ำของเธอ คิ้วดกดำเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อย “ไม่ต้อนรับเหรอ?”
เสิ่นชิงซูมองเข้าไปในแววตาลุ่มลึกสีดำขลับประหนึ่งหยกทมิฬของชายหนุ่มตรง ๆ ก่อนกล่าวอธิบายเสียงแผ่ว “เปล่า แค่คิดไม่ถึงนิดหน่อยน่ะ”
ปลายนิ้วอันเรียวยาวของชายหนุ่มแข็งกระด้างแต่ก็อบอุ่น ลูบไล้ผ่านใบหน้าอันนวลลออผุดผ่องของเธอเบา ๆ นัยน์ตาสีดำขลับมืดสนิท น้ำเสียงทุ้มต่ำที่น่าฟังดังขึ้น “ถอดแว่นตาออกซะ”
เสิ่นชิงซูขมวดคิ้วเล็กน้อย
ดวงหน้าถูกปลายนิ้วของเขาลูบไล้อย่างเบามือ เธอมองใบหน้าที่ทำให้เธอหลงรักหัวปักหัวปำมานานนับปี ในหัวพลันปรากฏภาพเคลื่อนไหวบนไทม์ไลน์เมื่อครู่นี้...
เธอที่ทำใจขัดอารมณ์เขาไม่ได้มาโดยตลอดปฏิเสธเขาด้วยสีหน้าเย็นยะเยือกเป็นครั้งแรก “ฉันไม่ค่อยสบาย”
“ประจำเดือนมาแล้วเหรอ?”
“ไม่ใช่ค่ะ ก็แค่…”
“งั้นก็อย่ามาทำให้เสียอารมณ์”
เสียงทุ้มต่ำเย็นชาตัดบทเธอที่กำลังจะอธิบาย นัยน์ตาลุ่มลึกเริ่มมืดมนดังบรรยากาศยามราตรี
เสิ่นชิงซูรู้ว่าเขาไม่ยอมปล่อยเธอไปง่าย ๆ แน่
ในชีวิตสมรสครั้งนี้ เธอคือฝ่ายที่ต่ำต้อยและยึดเอาความต้องการของเขาเป็นหลักเสมอมา
เสิ่นชิงซูรู้สึกชอกช้ำในใจ จึงน้ำตารื้นอย่างห้ามไม่อยู่
แว่นตาถูกชายหนุ่มโยนทิ้งไปที่ตู้ข้างหัวเตียง มือใหญ่ของบุรุษคว้าหมับเข้าที่ข้อเท้าอันเรียวเล็กและงดงามของเธอ...
ไฟดวงเล็กสีส้มที่หัวเตียงดับลง
เสิ่นชิงซูตอบรับเสียงเรียบไปคำหนึ่ง
ฉินฟางกดวางโทรศัพท์
แต่งงานกับฟู่ซือเหยียนอย่างลับ ๆ มาห้าปี ฉินฟางก็ไม่เคยชอบขี้หน้าเธอเลย เสิ่นชิงซูจึงชินแล้ว
อย่างไรเสียตระกูลฟู่ก็เป็นอันดับหนึ่งในสี่ตระกูลเศรษฐีใหญ่แห่งเมืองเป่ย แม้เธอจะเกิดในตระกูลเสิ่น แต่กลับเป็นลูกสาวถูกทิ้งที่ไม่มีใครรัก
การแต่งงานระหว่างเธอและฟู่ซือเหยียนเกิดจากการทำข้อตกลงกัน
เมื่อห้าปีก่อนแม่ได้พลั้งมือฆ่าพ่อตายระหว่างโดนทำร้ายร่างกายครั้งหนึ่ง น้องชายร่วมมือกับย่าและทุกคนในตระกูลเสิ่นฟ้องร้องแม่ พยายามขอให้ตัดสินโทษประหารชีวิต
ตระกูลเจียงซึ่งเป็นครอบครัวเดิมของแม่ก็เป็นตระกูลเศรษฐีในเมืองเป่ยเหมือนกัน กลับประกาศตัดขาดความสัมพันธ์กับแม่หลังจากเกิดเรื่องในทันที
เนื่องจากเป็นกระบอกเสียงให้แม่ เสิ่นชิงซูจึงถูกตระกูลเสิ่นและตระกูลเจียงตามทำร้ายและเอาคืน ครั้นอับจนหนทาง เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาที่แนะนำให้เธอไปหาฟู่ซือเหยียน
ในแง่ของอำนาจ ภูมิหลังของตระกูลฟู่คือตัวตนที่ตระกูลเจียงและตระกูลเสิ่นร่วมมือกันก็ไม่อาจสร้างความสะเทือนได้
ในด้านกฎหมาย คดีที่ผ่านมือฟู่ซือเหยียนจวบจนถึงปัจจุบันยังคงสถิติแพ้คดีเป็นศูนย์ดังเดิม
ในท้ายที่สุดฟู่ซือเหยียนช่วยเหลือให้แม่มีโทษจำคุกแค่ห้าปี ซึ่งตามที่ได้ตกลงกันไว้ เสิ่นชิงซูต้องแต่งงานแบบไม่เปิดเผยกับฟู่ซือเหยียน
จากที่ฟังฟู่ซือเหยียนพูด พ่อแม่บังเกิดเกล้าของลูกเลี้ยงฟู่ซืออวี่ลาโลกไปด้วยอุบัติเหตุอย่างโชคไม่ดี
และเขาเป็นเพื่อนรักกับพ่อของฟู่ซืออวี่ ดังนั้นจึงรับฟู่ซืออวี่ที่ยังแบเบาะมาเลี้ยง
ตอนนี้ผ่านมาห้าปีแล้ว อีกแค่เดือนเดียว แม่ก็จะพ้นโทษออกมาแล้ว
การแต่งงานครั้งนี้ถูกตีราคาอย่างชัดเจนมาตั้งแต่ต้น ทั้งสองฝ่ายต่างได้รับในสิ่งที่ต้องการ ฉะนั้นเสิ่นชิงซูไม่ได้เสียเปรียบ
น่าเสียดายที่รู้อยู่แก่ใจดีว่าการแต่งงานนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องความรัก หนำซ้ำยังไม่รู้ด้วยว่ามันจะจบลงเมื่อใด แต่กระนั้นเธอก็ยังแอบมีใจให้อยู่ดี
เสิ่นชิงซูหยุดความคิดนั้นไว้ ก่อนลุกขึ้นเดินเข้าห้องอาบน้ำไป
ขณะอาบน้ำพลันรู้สึกไม่สบายท้องน้อยขึ้นมาอีกรอบ
ความวิตกกังวลเริ่มก่อเกิดขึ้นในใจเป็นครั้งที่สอง
เธอกับฟู่ซือเหยียนป้องกันทุกครั้ง มีเพียงครั้งนั้นครั้งเดียวที่ฟู่ซือเหยียนเมาเหล้าเมื่อหนึ่งเดือนก่อน...
แม้วันถัดมาเธอจะกินยาไปแล้ว แต่ก็มีกรณีที่ป้องกันการตั้งครรภ์หลังมีเพศสัมพันธ์ล้มเหลวเหมือนกัน
เพื่อรับประกันความเสี่ยง ระหว่างทางที่เสิ่นชิงซูขับรถมุ่งหน้าไปยังบ้านตระกูลฟู่ ก็มาจอดเทียบที่หน้าร้านยาแห่งหนึ่ง ก่อนลงรถไปซื้อที่ตรวจครรภ์

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีบางส่วนนะคะ เนื่องจากไม่เคยมีบัตรเครดิต ควรให้มีการเติมเงินโดยซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสนะคะ...