“แม่ครับ?”
ฟู่ซืออวี่วิ่งกลับมาตามหาที่ห้องรับแขกอย่างไม่ตายใจ
“แม่ครับ? แม่!”
หาจนทั่วแล้วก็ไม่เห็นเสิ่นชิงซู
ในที่สุดฟู่ซืออวี่ก็แน่ใจว่าเสิ่นชิงซูไปแล้ว!
นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เสิ่นชิงซูทิ้งเขาไว้แล้วกลับไปโดยไม่บอกไม่กล่าว!
ฟู่ซืออวี่ไม่พอใจเป็นอย่างมาก ทำลายของเล่นบนโซฟาที่เสิ่นชิงซูซื้อให้เธอจนพังเรียบ
ฟู่ซือเหยียนที่อยู่ในห้องทำงานได้ยินเสียงโครมครามก็เดินลงมาตรวจสอบดู
ฟู่ซืออวี่ทำห้องรับแขกจนยุ่งเหยิงไปหมด ข้อตกลงการหย่าฉบับนั้นอยู่กับของระเกะระกะ จึงถูกเขากวาดลงไปอยู่ใต้โซฟาด้วย
ฟู่ซือเหยียนขวมดคิ้ว ก่อนจะเดินไปกวาดตามองในครัวแวบหนึ่ง “แม่ของลูกล่ะ?”
“เธอไม่ใช่แม่ผมสักหน่อย!”
ฟู่ซืออวี่ตวาดอย่างเกรี้ยวกราด “มีแม่ที่ไหนทิ้งลูกชายที่กำลังป่วยไว้แล้วกลับไปโดยไม่บอกไม่กล่าวกัน! ผมเกลียดเธอ! ผมไม่ต้องการแม่อย่างเธอแล้ว!”
ฟู่ซือเหยียนชะงักไปเล็กน้อย ประหลาดใจอยู่บ้าง “เธอไปแล้วเหรอ?”
“ใช่ครับ!” ฟู่ซืออวี่อาละวาดเสร็จ ความรู้สึกน้อยใจทะลักขึ้นมาในใจอย่างฉับพลัน จึงส่งเสียง ‘จ้า’ แล้วปล่อยโฮ
“แม่ใจร้าย! เธอไม่ต้องการผมแล้วใช่ไหมครับ? ทั้งที่ผมมีแม่ที่อ่อนโยนแถมโคตรสวย แต่ผมก็ยังไม่บอกว่าจะทิ้งเธอเลย แล้วเธอทำแบบนี้กับผมได้ยังไง…ฮือ ๆ! แม่ใจร้าย! นางมารร้าย!”
ฟู่ซือเหยียนเดินเข้ามา มือใหญ่ลูบศีรษะของฟู่ซืออวี่เบา ๆ “ถึงจะโกรธหรือน้อยใจยังไงก็ด่าแม่สุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้นะ”
“ทำไมล่ะครับ…” ฟู่ซืออวี่กอดฟู่ซือเหยียน ร้องไห้จนร่างน้อย ๆ กระตุกสั่นเป็นพัก ๆ “เหมือนว่าแม่ไม่ได้รักผมมากเหมือนแต่ก่อนแล้ว! พ่อครับ เป็นเพราะว่าผมมีแม่ใหม่ แม่ชิงซูก็เลยจะไปจากผมใช่ไหม?”
ฟู่ซือเหยียนอุ้มเขานั่งลงบนโซฟา ก่อนจะดึงทิชชูมาหลายแผ่นแล้วช่วยเช็ดน้ำตาให้เขา
“ช่วงนี้แม่ชิงซูของลูกก็แค่ยุ่งมาก ต่อให้ลูกจะยอมรับความเป็นแม่ลูกกับแม่เสี่ยวชู เธอก็จะยังรักลูกเหมือนเดิม”
ฟู่ซืออวี่สูดจมูกเล็กน้อย “จริงเหรอครับ?”
“พ่อไม่โกหกหรอก”
ฟู่ซืออวี่ได้ยินเขาพูดแบบนี้ ความกระวนกระวายและน้อยเนื้อต่ำใจก็สลายหายไปจากใจเยอะแล้ว
แต่เขายังอยากให้เสิ่นชิงซูดูแลเขาอยู่
เพราะเขาป่วยจึงไม่อยากอาหาร โจ๊กที่เสิ่นชิงซูต้มเองกับมือทั้งหอมและอร่อยมาก เขาอยากให้เสิ่นชิงซูต้มโจ๊กให้เขาทุกวัน
“พ่อครับ ผมก็ยังคิดถึงแม่ชิงซูมากอยู่ดี”
ฟู่ซือเหยียนครุ่นคิดชั่วครู่ ก่อนกล่าว “ถ้าลูกกินโจ๊กแต่โดยดีแล้ว พ่อก็จะพาลูกไปหาเธอ”
ฟู่ซืออวี่ดวงตาเป็นประกายเมื่อได้ยินแบบนั้น “ได้เลยครับ!”
……
หลังออกมาจากคฤหาสน์หนานซี เสิ่นชิงซูก็กลับไปที่สตูดิโอทันที
อีกสามวันก็จะถึงวันที่แม่ออกจากเรือนจำ
และอีกสิบกว่าวันก็จะสิ้นปีแล้ว
ข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันก็ขนไปตั้งไว้ที่บ้านใหม่เรียบร้อยแล้ว เสิ่นชิงซูนัดบริษัททำความสะอาดบ้านให้ไปเก็บกวาดบ้านใหม่พรุ่งนี้
ที่สตูดิโอยังมีวัตถุโบราณอีกชิ้นที่ต้องส่งมอบในวันพรุ่งนี้
เดิมทีเสิ่นชิงซูวางแผนไว้ว่าหลังเสร็จงานนี้ก็จะหยุดปีใหม่ไปเลย และปีนี้เธอจะพาแม่ไปฉลองปีใหม่ที่ซานย่า
ทว่าตอนนี้เธอท้องแล้ว...
เสิ่นชิงซูลูบท้องของตัวเอง ความรู้สึกซับซ้อนมาก
เธอยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเก็บเด็กไว้ไหม
ถ้าฟู่ซือเหยียนรู้ว่าเธอท้อง เขาจะมีปฏิกิริยาแบบไหน?
เขาดีกับฟู่ซืออวี่ขนาดนั้น แล้วจะดีกับลูกของเธอเหมือนกันหรือเปล่า?
เสิ่นชิงซูยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองช่างน่าขันเต็มทน
ที่ฟู่ซือเหยียนดีกับฟู่ซืออวี่ขนาดนั้น ก็เป็นเพราะโจวอวี๋ชู
เมื่อรักใครแล้วก็ต้องรักทุกอย่างที่เป็นของคนนั้นด้วย เหตุผลข้อนี้ใครบ้างจะไม่เข้าใจ?
เสิ่นชิงซูเอามือปิดหน้าอย่างเจ็บปวด
ตื่นสักทีเถอะ เลิกเพ้อฝันและหยุดทำให้ตัวเองอับอายได้แล้ว!
ก๊อก ๆ ...
ประตูห้องทำงานถูกเคาะให้ดังขึ้น
เสิ่นชิงซูเงยหน้าขึ้นมา จัดการกับอารมณ์ให้เรียบร้อย “เชิญเข้ามา”
ลู่เสี่ยวหานผลักประตูให้เปิดออก “พี่ชิงซู ซืออวี่มาค่ะ”
เสิ่นชิงซูขวมดคิ้ว “เขายังไม่สบายอยู่ ทำไมถึงมาได้ล่ะ?”
“ทนายฟู่มาส่งที่หน้าสตูดิโอ แล้วให้ฉันพาเข้ามาค่ะ”
เธอคิดว่าปีนี้ฟู่ซืออวี่น่าจะอยู่ฉลองวันสิ้นปีกับฟู่ซือเหยียนและโจวอวี๋ชูที่ตระกูลฟู่ ของต่าง ๆ ที่ซื้อวันนี้ก็ถือว่าเป็นของขวัญปีใหม่จากเธอที่มอบให้กับฟู่ซืออวี่แล้วกัน
……
เสิ่นชิงซูทำโอทีจนถึงเวลาเที่ยงคืนกว่า
ขณะกลับมาที่ห้องพักผ่อน ฟู่ซืออวี่ก็หลับไปแล้ว
เธอมาที่ข้างเตียงหลังอาบน้ำเสร็จ เลิกผ้าห่มขึ้น ก็เห็นว่าฟู่ซืออวี่ถือสมาร์ตวอตช์เรือนหนึ่งอยู่ในมือ
เป็นรุ่นลิมิติดของแบรนด์หนึ่ง สมาร์ตวอตช์เรือนเดียวก็ราคาถึงห้าหลัก
น่าจะเป็นโจวอวี๋ชูที่ซื้อให้ฟู่ซืออวี่
ดูท่าแล้วโจวอวี๋ชูก็กำลังพยายามเป็นแม่ที่ดีคนหนึ่ง
นี่ถือว่าเป็นเรื่องดีสำหรับฟู่ซืออวี่
เสิ่นชิงซูบอกไม่ถูกว่าตัวเองรู้สึกอย่างไร ถ้าจะพูดว่าไม่สนใจเลยสักนิดก็เป็นไปไม่ได้ แต่เธอเข้าใจดีถึงผลลัพธ์ที่ว่าฟู่ซืออวี่กับโจวอวี๋ชูจะต้องใกล้ชิดสนิทสนมกันขึ้นเรื่อย ๆ อย่างแน่นอน
นี่เป็นเรื่องที่เธอไม่อาจขัดขวาง และไม่มีสิทธิ์ขัดขวางด้วย
สิ่งเดียวที่เธอทำได้คือในตอนที่ฟู่ซืออวี่ต้องการเธอ เธอก็จะดีกับเขาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
เสิ่นชิงซูวางสมาร์ตวอตช์ไว้บนตู้ข้างหัวเตียงฝั่งฟู่ซืออวี่ ก่อนจะปิดไฟเข้านอน
เวลาตีสอง เสิ่นชิงซูรู้สึกได้ว่าเด็กน้อยในอ้อมกอดตัวร้อนจี๋เหมือนลูกไฟ
เธอตื่นขึ้นด้วยความตกใจ เปิดไฟแล้วถึงค้นพบว่าดวงหน้าเล็กของฟู่ซืออวี่ร้อนผ่าวจนแดงแจ๋
พอวัดอุณหภูมิดู ก็มีไข้สูงถึงสามสิบเก้าจุดแปดองศาแล้ว!
เสิ่นชิงซูหายาลดไข้มาแล้วป้อนฟู่ซืออวี่ก่อนเป็นอันดับแรก
แต่ผ่านไปครึ่งชั่วโมง ไข้ของฟู่ซืออวี่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะลด
เสิ่นชิงซูรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างไว อุ้มฟู่ซืออวี่ขึ้นแล้วรีบมุ่งหน้าไปที่โรงพยาบาล
เธอโทรหาฟู่ซือเหยียนระหว่างทาง แต่ก็ไม่มีใครรับสายเลย
พอมาถึงโรงพยาบาลก็เข้าตรวจที่ห้องฉุกเฉิน ผลการตรวจออกมาว่าเป็นโรคหลอดลมอักเสบแบบเฉียบพลัน
จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อให้น้ำเกลือและรักษาตัว
หลังจากเสิ่นชิงซูทำเรื่องนอนโรงพยาบาลเสร็จ ก็โทรศัพท์หาฟู่ซือเหยียนต่อ
ในที่สุดครั้งนี้ก็โทรติดสักที เสียงอันอ่อนโยนของโจวอวี๋ชูดังมาจากปลายสาย “ขอโทษนะคะคุณเสิ่น ซือเหยียนอาบน้ำอยู่ คุณมีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่าคะ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีบางส่วนนะคะ เนื่องจากไม่เคยมีบัตรเครดิต ควรให้มีการเติมเงินโดยซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสนะคะ...