เส้าชิงจอดรถไว้ที่ตีนเขา
ฟู่ซือเหยียนจูงมือฟู่ซืออวี่เดินเท้าขึ้นไปบนเขาตลอดทาง
เมื่อเข้ามาในทางเข้าสุสาน สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้เขียวขจี มีทั้งไม้ใหญ่และไม้พุ่มสูงต่ำสลับกันไป รูปทรงเป็นเอกลักษณ์ ราวกับเป็นผู้พิทักษ์สุสานแห่งนี้
ณ ลานกว้างอันสง่างาม มีอนุสรณ์สถานขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านสูงเสียดฟ้า
ฟู่ซือเหยียนพาฟู่ซืออวี่หยุดยืนอยู่หน้าอนุสรณ์สถาน และวางพวงหรีดดอกไม้เพื่อแสดงความเคารพ
บรรยากาศโดยรอบเงียบสงัด
นี่เป็นครั้งแรกที่ฟู่ซืออวี่มาที่นี่ เขาจึงมองไปรอบ ๆ อย่างสนใจ
ฟู่ซือเหยียนจับมือเล็ก ๆ ของเขาไว้ แล้วเดินมุ่งหน้าไปยังสุสานที่อยู่บนยอดเขา
ที่แห่งนั้นคือที่พำนักสุดท้ายของเหล่าวีรชนนิรนามในยุคปัจจุบันนับไม่ถ้วน
“พ่อครับ เรามาหาใครกันแน่เหรอครับ?”
“มาหาวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่ง” ฟู่ซือเหยียนก้มลงมองลูกชาย แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง
ฟู่ซืออวี่ถาม “เป็นวีรบุรุษที่เก่งเหมือนไอรอนแมนหรือเปล่าครับ?”
“ไอรอนแมนเป็นเพียงเรื่องสมมติ” น้ำเสียงของฟู่ซือเหยียนทุ้มต่ำและจริงจัง “แต่วีรบุรุษทุกคนที่นี่ ล้วนมีตัวตนอยู่จริง”
“อ๋อ!” ฟู่ซืออวี่พยักหน้ารับทั้งที่ยังไม่เข้าใจดีนัก ดวงตากลมโตของเขายังคงสอดส่ายมองไปรอบ ๆ
ฟู่ซือเหยียนหยุดลงที่หน้าป้ายหลุมศพแห่งหนึ่ง
ป้ายหลุมศพสีดำ ไร้ชื่อไร้นามสกุล
ฟู่ซือเหยียนย่อตัวลง วางช่อดอกไม้ที่นำมาไว้หน้าหลุมศพ
เขาใช้มือเช็ดฝุ่นบนป้ายหลุมศพ ดวงตาสีดำสนิทจับจ้องไปยังป้ายนั้น
ท่ามกลางความเงียบงันอันแสนเศร้า แต่ในขณะเดียวกันก็ราวกับได้เอื้อนเอ่ยถ้อยคำนับหมื่นพัน
ฟู่ซืออวี่ยืนอยู่ข้าง ๆ พ่อของเขา มองป้ายหลุมศพสลับกับมองหน้าพ่อ
แม้ว่าเขาจะมีคำถามมากมาย แต่เขารู้สึกได้ว่าตอนนี้อารมณ์ของพ่อไม่ค่อยดีนัก เขาจึงรู้จักกาลเทศะและเงียบปากไว้
“ซืออวี่”
ฟู่ซือเหยียนหันกลับมา เอื้อมมือไปลูบหัวของฟู่ซืออวี่ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม “คุกเข่าลง แล้วคำนับหนึ่งครั้ง”
“ครับ!”
ฟู่ซืออวี่คุกเข่าลงหน้าหลุมศพอย่างว่าง่าย สองมือวางราบกับพื้น แล้วก้มลงคำนับอย่างนอบน้อม!
หลังจากคำนับเสร็จ ฟู่ซืออวี่ก็เงยหน้าขึ้นมองพ่อ ใบหน้าเล็ก ๆ ที่ดูน่ารักไร้เดียงสาของเขาเต็มไปด้วยความบริสุทธิ์ไร้มลทิน
ฟู่ซืออวี่ยู่ปาก “ผมจะปรับปรุงตัวครับ ต่อไปนี้ผมจะเชื่อฟังแม่ จะทำดีกับแม่ให้มากกว่าเดิมด้วย! แต่ว่า... แม่ย้ายออกไปแล้ว ตอนนี้การจะเจอหน้าแม่สักครั้งมันยากจังเลยครับ!”
“พ่อจะพาไปอีกที่หนึ่งก่อน” ฟู่ซือเหยียนมองลูกชายแล้วพูดว่า “แล้วเดี๋ยวค่อยพาไปหาแม่”
“ได้เลยครับ!” ฟู่ซืออวี่ยิ้มแล้วพูดว่า “พ่อใจดีที่สุดเลย!”
ฟู่ซือเหยียนมองใบหน้าเล็ก ๆ ที่เปี่ยมด้วยความสุขอย่างบริสุทธิ์ของลูกชาย แล้วมุมปากก็ยกขึ้นเล็กน้อย
ครึ่งชั่วโมงต่อมา สถานพักฟื้นแห่งหนึ่งชานเมืองเป่ย
ฟู่ซือเหยียนพาฟู่ซืออวี่เดินเข้าไปในสถานพักฟื้น
ในห้องพักเดี่ยว ชายชราในชุดผู้ป่วยลายทางสีฟ้าของสถานพักฟื้นกำลังนั่งเหม่อลอยอยู่ริมหน้าต่าง คงท่าทางแหงนหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างอย่างนิ่งงัน
เขาอายุเกินแปดสิบปีแล้ว โรคสมองเสื่อมในผู้สูงอายุทำให้เขาลืมเลือนเรื่องราวต่าง ๆ ไปมากมาย จนแทบจะลืมไปแล้วว่าตัวเองเป็นใครและมาจากไหน?
เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลชายชรารายงานอาการช่วงล่าสุดให้ฟู่ซือเหยียนฟัง
“ช่วงนี้อาการความจำเสื่อมหนักขึ้นเรื่อย ๆ ค่ะ แม้แต่ฉันเองก็จำไม่ค่อยได้บ่อย ๆ ยิ่งเวลาหิมะตกทีไร เขาก็จะพร่ำบ่นว่าจะไปหา ‘หังหัง’ พอเขาอาละวาดหนัก ๆ พวกเราก็ทำได้แค่ให้ยาคลายเครียดนิดหน่อยค่ะ”
ฟู่ซือเหยียนไม่ได้พูดอะไร เขาพาฟู่ซืออวี่ไปอยู่ตรงหน้าชายชรา
ชายชราจำคนไม่ได้แล้ว แต่บางทีอาจเป็นเพราะเห็นว่าซืออวี่หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู เขากลับเอื้อมมือไปลูบหัวของเด็กชายเบา ๆ แล้วฉีกยิ้มกว้างพร้อมหัวเราะออกมาเบา ๆ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีบางส่วนนะคะ เนื่องจากไม่เคยมีบัตรเครดิต ควรให้มีการเติมเงินโดยซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสนะคะ...