เข้าสู่ระบบผ่าน

คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ นิยาย บท 15

ทันทีที่ฟู่ซือเหยียนปรากฏตัว คนตระกูลเสิ่นก็หัวหด

ห้าปีก่อนฟู่ซือเหยียนออกโรงแก้ต่างให้เจียงเยว่หลานด้วยตัวเอง คนตระกูลเสิ่นแพ้ราบคาบ จนถึงวันนี้ก็ยังเป็นปมในใจอยู่

เสิ่นเยี่ยนอิ๋งถลึงตาใส่เสิ่นชิงซูกับเจียงเยว่หลานแรง ๆ ทีหนึ่งจึงหมุนตัวเดินกลับไป

“ย่าครับ ยังมีเวลาอีกมาก เราไม่ต้องรีบหรอก”

ถึงตระกูลเสิ่นกับคนอื่น ๆ ในตระกูลเสิ่นจะเจ็บใจ แต่พวกเขายำเกรงฟู่ซือเหยียนจริง ๆ

“วันนี้ก็ถือซะว่าเตือนแม่ลูกที่ไม่รู้จักดีชั่วคู่นี้แล้วกัน!” คุณนายใหญ่เสิ่นทิ้งท้ายอย่างรุนแรง “ต่อไปพวกเรามีโอกาสเล่นงานพวกมันอีกเยอะ!”

พอคนอื่น ๆ ในตระกูลเสิ่นได้ยินก็พากันสมทบคุณนายใหญ่

เสิ่นเยี่ยนอิ๋งประคองคุณนายใหญ่เสิ่น พาคนตระกูลเสิ่นไปอีกทางหนึ่ง

เฉียวซิงเจียเห็นท่าทางหนีหัวซุกหัวซุนของพวกเขาแล้วก็โมโหจนหัวเราะ “พวกสารเลวที่รังแกคนอ่อนแอกลัวคนเก่งจริง ๆ!”

อันที่จริงตั้งแต่ฟู่ซือเหยียนออกมาจนถึงตอนนี้ยังไม่ได้พูดสักคำ กระทั่งมองก็ยังไม่ได้มองตระกูลเสิ่น

ในสายตาของเขา คนตระกูลเสิ่นไม่พอให้เขาสนใจหรอก

เขาแต่ปราดตาเสิ่นชิงซูทีหนึ่ง จากนั้นก็มองฉินเยี่ยนเฉิง “รู้จักเหรอ?”

ฉินเยี่ยนเฉิงชี้เฉียวซิงเจียแล้วยิ้มตอบ “เจอคนรู้จักน่ะ”

เฉียวซิงเจียจบจากวิทยาลัยแพทย์ที่เดียวกับฉินเยี่ยนเฉิง แต่คนละสาขา

ฉินเยี่ยนเฉิงเป็นนักวิชาการระดับพี่ใหญ่สาขาเนื้องอก ส่วนเธอเป็นหมอสูตินารีที่เพิ่งเป็นหมอประจำเมื่อปีที่แล้ว

แต่ฉินเยี่ยนเฉิงเป็นคนสุภาพน่าคบหา ทั้งยังหน้าตาหล่อเรียบร้อย เป็นเทพบุตรในดวงใจของทั้งคณะ (รวมถึงเฉียวซิงเจียด้วย)!

เฉียวซิงเจียกับฉินเยี่ยนเฉิงมีมิตรภาพตอนที่เป็นแพทย์อาสาสมัครชุมชนหลายครั้ง จะบอกว่าเป็นคนคุ้นเคยมันก็ใช่

แต่... เฉียวซิงเจียไม่คิดว่าฉินเยี่ยนเฉิงจะรู้จักกับฟู่ซือเหยียนด้วย แถมท่าทางยังดูสนิทสนมกัน

เฉียวซิงเจียมองไปทางเสิ่นชิงซู

เสิ่นชิงซูกำลังมองฟู่ซือเหยียนด้วยสีหน้าที่ดูเหมือนจะสงบ แต่การเม้มริมฝีปากยังเผยความในใจของเธอ

ถึงตัดสินใจจะตัดใจจากแล้วฟู่ซือเหยียน แต่บอกจะตัดใจก็ตัดใจได้เสียที่ไหน?

แค่ฟู่ซือเหยียนปรากฏตัว สายตาของเสิ่นชิงซูก็ตามฟู่ซือเหยียนไปแบบไม่รู้ตัว

เฉียวซิงเจียถอนหายใจในใจ

ความรักช่าง...เอาชีวิตคนจริง ๆ!

เจียงเยว่หลานเห็นฟู่ซือเหยียนก็จำได้ในทันที

“ทนายฟู่”

ฟู่ซือเหยียนได้ยินเสียงจึงมองเจียงเยว่หลาน ทั้งยังกวาดสายตามองเสิ่นชิงซูที่อยู่ข้างเจียงเยว่หลานแบบเหมือนไม่ตั้งใจ

จังหวะที่เขามองมา เสิ่นชิงซูขนตาสั่นไหว เนื้อตัวแข็งเกร็ง

เจียงเยว่หลานไม่คิดว่าออกจากเรือนจำวันแรกก็จะได้พบกับผู้มีพระคุณของตัวเองจึงตื่นเต้นเล็กน้อย เธอก้าวออกไปแล้วโค้งคำนับให้ฟู่ซือเหยียนต่ำ ๆ ทีหนึ่ง

“หลายปีนี้ฉันไม่มีโอกาสได้ขอบคุณคุณ ขอบคุณนะคะทนายฟู่! ดีที่ได้คุณ เราแม่ลูกถึงได้อยู่พร้อมหน้ากันในวันนี้!”

ฟู่ซือเหยียนมองเจียงเยว่หลานด้วยสายตาเมินเฉย

“คุณเจียงกล่าวหนักไปแล้วครับ ผมแค่ทำส่วนที่ผมรับผิดชอบให้ดีที่สุด” ฟู่ซือเหยียนพูดเบา ๆ ในแบบทางการห่างเหิน

มือที่ทิ้งอยู่ข้างตัวของเสิ่นชิงซูกำแน่นขึ้น

‘คุณเจียง’ คำนี้ราวกับเข็มทิ่มแทงหัวใจเธอ ความเจ็บยุบยิบในหัวใจมีมากกว่าความเจ็บร้อนตรงหลังมือ

“ซือเหยียน?”

โจวอวี๋ชูเดินออกมาจากห้องวีไอพี มองดูทุกคน จากนั้นจึงแหงนหน้ามองฟู่ซือเหยียนเล็กน้อยด้วยสีหน้าบริสุทธิ์ “มีเรื่องอะไรเหรอคะ?”

ทันทีที่โจวอวี๋ชูออกมา สีเลือดอันน้อยนิดสุดท้ายบนใบหน้าของเสิ่นชิงซูก็หายไป!

เสิ่นชิงซูหลุบตาลง จากนั้นก็พยักหน้าเบา ๆ

เฉียวซิงเจียกับเจียงเยว่หลานพาเสิ่นชิงซูรีบออกไป

รอจนทั้งสามไปแล้ว ฟู่ซือเหยียนถึงถอนสายตากลับ

ฉินเยี่ยนเฉิงมองประเมินเขาแล้วขมวดคิ้วน้อย ๆ “นายรู้จักกับลูกสาวคุณเจียงคนนั้นเหรอ?”

ฟู่ซือเหยียนเหล่มองเธอ ดวงตาดำขลับเย็นชา “นายก็ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านเหมือนกันนะ”

ฉินเยี่ยนเฉิง “?”

......

กลับจากโรงพยาบาลถึงที่บ้านก็ใกล้จะบ่ายสองแล้ว

เสิ่นชิงซูได้รับสายโทรศัพท์ระหว่างทางกลับจากโรงแรม และให้โรงแรมส่งอาหารไปที่บ้าน

หลังจากถึงบ้าน ทั้งสามก็กินมื้อเที่ยงด้วยกัน จากนั้นเสิ่นชิงซูก็ขอกลับไปพักในห้องด้วยเหตุผลที่บาดเจ็บ

เจียงเยว่หลานบูดบึ้งเล็กน้อย เฉียวซิงเจียไม่กลับไปไหนจึงอยู่เป็นเพื่อนเจียงเยว่หลานแทนเสิ่นชิงซู

ในห้อง เสิ่นชิงซูนอนเคลิ้มกำลังจะหลับอยู่บนเตียง

จู่ ๆ มือถือก็สั่น

พอเห็นว่าฟู่ซือเหยียนโทรมา เธอลมหายใจหยุดชะงัก

ทีแรกเธอไม่อยากรับ แต่นึกถึงว่าเขาอาจโทรมาเรื่องเอาใบหย่าก็เลยรับ

“หลายวันนี้เธอไม่ได้กลับบ้านเลยเหรอ?”

เสียงฟู่ซือเหยียนในสายยังเย็นชาหนักอึ้งเหมือนเดิม

เสิ่นชิงซูตอบตามความจริง “ฉันย้ายออกมาแล้ว”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ