“การ์ดงานแต่ง?” เวินจิ่งซีชะโงกหน้าเข้ามาดูแวบหนึ่ง “ให้ตายเถอะ ของฟู่ซือเหยียนกับโจวอวี๋ชู! ใครมันส่งให้คุณกัน? โจวอวี๋ชู? เธอบ้าไปแล้วหรือเปล่า?”
เสิ่นชิงซูยิ้มมุมปากอย่างเย็นชา สะบัดมือแล้วก็โยนทิ้งถังขยะทันที
“นี่เธอจงใจยั่วโมโหคุณ!” เวินจิ่งซีโมโหเป็นฟืนเป็นไฟ โน้มตัวลงไปหยิบการ์ดขึ้นมาจากถังขยะ “เดี๋ยวก่อน ผมดูที่อยู่หน่อยซิ วันงานผมจะส่งแบงก์กงเต็กไปให้ชายโฉดหญิงชั่วคู่นี้สักกิดลครึ่งให้ได้เลย!”
เสิ่นชิงซู “…”
“อย่าถือสาพวกเขาเลยค่ะ” เสิ่นชิงซูโต้ตอบอย่างเรียบเฉย “เราใช้ชีวิตของพวกเราให้ดี นั่นสำคัญที่สุด”
เวินจิ่งซีโมโหจนแทบบ้า แต่เมื่อเห็นว่าตอนนี้เสิ่นชิงซูดูเหมือนจะไม่สนใจอะไรทั้งสิ้นอีกแล้ว เขาก็ไม่ได้พูดอะไรอีก
เมื่อสะบัดมือ การ์ดเชิญก็ถูกทิ้งลงใส่ถังขยะอีกครั้ง
……
ณ ดอลฟินวิลล์
ลิฟต์ถึงชั้นสามสิบสองแล้ว ประตูเปิดออก เสิ่นชิงซูกับเวินจิ่งซีเดินออกมา
“เจ้าปีศาจ รับดาบ…”
พร้อมกับเสียงตะโกนของเด็กผู้ชายนั้น ดาบไม้ของเล่นเล่มหนึ่งก็พุ่งตรงเข้ามาที่ท้องของเสิ่นชิงซูทันที!
เสิ่นชิงซูขมวดคิ้ว ขณะที่กำลังเตรียมจะหลบ เวินจิ่งซีก็ก้าวเข้ามาขวางหน้าเธอแล้ว
มือใหญ่ ๆ ของชายหนุ่มกำดาบไม้ไว้ อีกมือดึงหูของเด็กผู้ชาย “เธอเองสินะ ที่สาดน้ำฟองสบู่ใส่หน้าบ้านอาซูของฉัน!”
เด็กชายนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ ปัดมือของเวินจิ่งซีออก คิดจะชักดาบของเขากลับคืน แต่แรงไม่พอเลยสักนิด เขาขมวดคิ้วจ้องหน้าเวินจิ่งซี “ปล่อยผมนะ! ผู้ใหญ่รังแกเด็กมันไม่ถูกนะ!”
“ไม่ปล่อยหรอก!” เวินจิ่งซีแสยะยิ้ม “ฉันเพิ่งคิดอยู่ว่าจะหาเหตุผลอะไรไปคิดบัญชีเธอที่บ้าน! แต่ดูสิ เธอมาหาเองถึงที่!”
“ผมไม่รู้จักลุง! ลุงมันลุงใจร้าย! ลุงปล่อยผมเดี๋ยวนี้นะ!”
เวินจิ่งซีไม่สนใจเด็กชาย หันหน้าไปพูดกับเสิ่นชิงซู “คุณเข้าไปก่อน ผมจัดการเด็กบ้านี่หน่อย”
ขณะนี้สีหน้าเสิ่นชิงซูก็ไม่สู้ดีนัก
เด็กผู้ชายคนนี้ซนเกินไปแล้วจริง ๆ ดาบไม้เมื่อครู่ถ้าแทงเข้าไปที่ท้องเธอเข้า ผลร้ายที่ตามมาคงเกินจะคาดการณ์ได้!
สมควรต้องสั่งสอนสักหน่อย
“งั้นฉันเข้าบ้านไปก่อนนะคะ คุณสั่งสอนเขาสักหน่อย แต่อย่าให้เกินเหตุล่ะ”
“ผมรู้น่า ผมรู้ว่าแค่ไหนพอเหมาะ”
ได้ยินดังนั้น เสิ่นชิงซูก็เข้าบ้านล็อกประตูทันที
ปิดประตูแล้ว ไม่นานก็ได้ยินเสียงเด็กผู้ชายร้องไห้งอแงดังมาจากข้างนอก
“มีคำพูดหนึ่งว่า” เสิ่นชิงซูมองที่เขา ริมฝีปากยิ้มน้อย ๆ “พี่น้องแท้ ๆ เงินทองก็ต้องคิดให้บัญชีชัดเจน”
เวินจิ่งซี “…อย่างมากเราก็แค่นับถือเป็นพี่สาวกับน้องชาย”
“ก็ทำนองเดียวกันนั่นแหละค่ะ” เสิ่นชิงซูสีหน้าจริงจัง “คุณก็ถือซะว่าฉันเป็นคนขี้เกรงใจ แต่ถ้าไม่ทำอย่างนี้ ฉันอยู่กับคุณต้องไม่สบายใจแน่ ๆ ”
เวินจิ่งซีไม่อยากให้เสิ่นชิงซูอยู่อย่างลำบากใจ
“งั้นก็ได้ ผมละไม่เคยเจอคนอย่างคุณจริง ๆ เสียเปรียบคุณกลับทนได้ จะได้ประโยชน์คุณยังไม่เอาซะงั้น!”
เสิ่นชิงซูยิ้มรับเรียบ ๆ ไม่ได้โต้แย้ง
……
คืนนั้นเสิ่นชิงซูก็ติดต่อบริษัทย้ายบ้าน และพูดกับน้าฉินเรื่องย้ายบ้าน
เมื่อรู้ว่าเสิ่นชิงซูจะย้ายไปอยู่บ้านเวินจิ่งซี น้าฉินก็ยกมือเห็นด้วยทั้งสองข้าง
เช้าวันต่อมา เวินจิ่งซีก็มาช่วยเก็บข้าวของ
เพราะว่าย้ายบ้านกะทันหัน อีกทั้งอีกแค่เดือนกว่าก็จะต้องไปเมืองซิงแล้ว เสิ่นชิงซูจึงแพ็กกระเป๋าอย่างคร่าว ๆ เอาแค่ของมีค่าจำนวนหนึ่งกับของจำเป็นในชีวิตประจำวันไป
บ้านหลังนี้มีร่องรอยของแม่ที่เคยอาศัยอยู่ แม้ว่าจะเป็นเพียงช่วงสั้น ๆ แต่เก็บไว้ก็เป็นความทรงจำ เธอไม่คิดจะขายทิ้ง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีบางส่วนนะคะ เนื่องจากไม่เคยมีบัตรเครดิต ควรให้มีการเติมเงินโดยซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสนะคะ...