เกือบเก้าโมงเช้า ของก็เก็บเกือบจะเรียบร้อยหมดแล้ว
ฟู่ซือเหยียนโทรมาเวลานี้พอดี
เสิ่นชิงซูวางของในมือลง รับโทรศัพท์
“วันนี้ผมจะกลับเมืองเป่ย” เสียงทุ้มต่ำของฟู่ซือเหยียนดังมาจากปลายสาย
เสิ่นชิงซูน้ำเสียงเรียบเฉย “งั้นบ่ายนี้ไปรับใบหย่าหรือว่าพรุ่งนี้ล่ะ?”
“ตอนบ่ายเร็วไปหน่อย”
“อาซู หนังสือพวกนี้คุณจะเอาไปไหม?”
เสียงเวินจิ่งซีดังมาจากห้องรับแขกด้านนอก
เสิ่นชิงซูหันไปตอบ “เอาไปให้หมดแล้วกันค่ะ”
“โอเค งั้นผมก็ช่วยคุณแพ็กหมดแล้วกัน แต่ว่าบางเล่มที่บ้านผมก็มี งั้นพวกนี้ก็ไม่ต้องเอาไปแล้วนะ?”
เสิ่นชิงซูตอบสั้น ๆ “ค่ะ”
ฟู่ซือเหยียนที่อยู่ปลายสายถามทันที “คุณจะย้ายบ้านเหรอ?”
เสิ่นชิงซูขมวดคิ้วเล็กน้อย “นี่ไม่ใช่เรื่องที่คุณควรมาสนใจ ตอนบ่ายคุณไม่ว่าง เราก็นัดพรุ่งนี้เช้าแล้วกันค่ะ”
ทางฟู่ซือเหยียนไม่ได้สนใจคำพูดของเสิ่นชิงซูเลยแม้แต่น้อย เอาแต่ถามต่อ “คุณจะย้ายไปอยู่กับเวินจิ่งซีเหรอ?”
“ฟู่ซือเหยียน ฉันไม่มีความจำเป็นต้องรายงานเรื่องส่วนตัวกับคุณหรอกนะ” เสิ่นชิงซูหมดความอดทนเต็มที น้ำเสียงเย็นชาไม่แยแส “เงื่อนไขที่คุณเสนอมาฉันก็ทำตามอย่างครบถ้วนแล้ว หวังว่าคุณจะเป็นคนรักษาคำพูด พรุ่งนี้เก้าโมงเช้า ไปทำเรื่องหย่าที่สำนักงานเขต”
ที่ปลายสาย ฟู่ซือเหยียนนิ่งเงียบ
ผ่านไปครึ่งนาทีเต็ม ๆ จึงค่อยได้ยินเสียงเขาตอบรับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ได้”
ได้ยินเขาตอบแล้ว เสิ่นชิงซูจึงค่อยสบายใจ วางสายไป
……
จากดอลฟิลวิลล์ไปยังที่อยู่ของเวินจิ่งซี เดินทางโดยรถใช้เวลาประมาณยี่สิบนาที
บ้านนั้นเป็นบ้านเดี่ยว มีความเป็นส่วนตัวสูง ได้ยินมาว่าตอนแรกพ่อของเวินจิ่งซีตั้งใจซื้อเป็นพิเศษเพื่อไว้อยู่ฮันนีมูน พ่อเวินจิ่งซีเป็นคนโรแมนติกเสียด้วย ยังตั้งชื่ออันไพเราะและมีรสนิยมให้บ้านหลังนี้ว่าบ้านอวิ๋นกุย
แม่บ้านที่อยู่ประจำบ้านอวิ๋นกุยชื่อว่าป้าอวิ๋น รุ่นราวคราวเดียวกับน้าฉิน เมื่อได้ยินว่าเสิ่นชิงซูเป็นหญิงมีครรภ์ ก็เตรียมตัวล่วงหน้ามาไม่น้อย
เวินจิ่งซีให้เสิ่นชิงซูอยู่ห้องที่ได้รับแสงดีที่สุด บอกว่าดีต่อเด็กในท้อง
เมื่อเสิ่นชิงซูก้าวเข้ามาในบ้านอวิ๋นกุยก็สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นของบ้าน รู้สึกอบอุ่นไปทั้งใจ
ป้าอวิ๋นกับน้าฉินทำอาหารเย็นมื้อใหญ่อลังการด้วยกัน ส่วนมากทำให้เสิ่นชิงซูทั้งสิ้น
“ฉันว่าแบบนี้สวย แต่ฟอนต์นี่ก็ไม่ค่อยดีเท่าไร ซือเหยียน…”
โจวอวี๋ชูเงยหน้าขึ้นมองฟู่ซือเหยียน กลับพบว่าเขาใจลอย ไม่ได้ฟังที่เธอพูดแม้แต่นิดเดียว
เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย ดวงตาสะท้อนความไม่อยากยอมแพ้ สีหน้ากลับยังคงอ่อนโยนเช่นเคย เรียกเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน “ซือเหยียนคะ”
ฟู่ซือเหยียนได้สติกลับมา เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าไร้เดียงสาของโจวอวี๋ชู เขาตอบอย่างขอไปทีโดยไร้อารมณ์ “ผมว่าดีหมด คุณชอบก็พอแล้ว”
โจวอวี๋ชูหน้านิ่วคิ้วขมวดขึ้นมา “แต่ว่า ฉันเป็นคนเลือกอะไรยาก เลือกมาตั้งนานแล้วก็ยังตัดสินใจไม่ได้เลยค่ะ”
เมื่อได้ยิน ฟู่ซือเหยียนก็กวาดสายตาไปที่โต๊ะหนึ่งที
การ์ดหลายสิบแบบ เขายื่นมาไปคว้าสุ่มคว้ามาหนึ่งใบ “เอาอันนี้ละกัน”
โจวอวี๋ชูมองการ์ดที่เขายื่นมา สีหน้าเกร็ง ๆ
นี่มันการ์ดที่เธอเพิ่งบอกว่าไม่สวย โยนทิ้งไปข้าง ๆ …
ฟู่ซือเหยียนกลับไม่ได้สนใจเรื่องการ์ดอีก ลุกขึ้น กล่าวว่า “ที่สำนักงานทนายผมยังมีธุระอีก ไปก่อนนะ”
เขาพูดจบไม่แม้แต่จะหันมามอง สาวเท้าเดินจากไป
โจวอวี๋ชูจ้องมองที่แผ่นหลังของเขา แววตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้นที่ค่อย ๆ แผ่ซ่านออกมา การ์ดในมือเธอถูกขยำจนยู่ยี่

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีบางส่วนนะคะ เนื่องจากไม่เคยมีบัตรเครดิต ควรให้มีการเติมเงินโดยซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสนะคะ...