เข้าสู่ระบบผ่าน

คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ นิยาย บท 3

เสิ่นชิงซูสูดลมหายใจเข้าลึก ฝืนทำเป็นใจเย็น

เธอมองไปที่โจวอวี๋ชู “คุณโจว คุณเป็นแม่แท้ ๆ ของซืออวี่จริงเหรอคะ?”

โจวอวี๋ชูสบตากับเสิ่นชิงซู ก่อนจะยิ้มอย่างอ่อนโยน “เนื่องจากหน้าที่การงานของฉันกับสัญญาที่ทำไว้กับบริษัท เมื่อห้าปีก่อนฉันก็เลยต้องปกปิดความสัมพันธ์แม่ลูกกับซืออวี่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้น่ะค่ะ”

เสิ่นชิงซูลมหายใจติดขัดไปชั่วขณะ “ถ้างั้นพ่อของซืออวี่…”

“ซืออวี่เป็นลูกของฉันกับซือเหยียนค่ะ”

น้ำเสียงของโจวอวี๋ชูแผ่วเบาและอ่อนโยน ทว่าคำพูดที่เอื้อนเอ่ยออกมานั้นกลับแปรสภาพเป็นมีดคมแล้วปักลงกลางใจเสิ่นชิงซูอย่างจัง!

เสิ่นชิงซูหายใจติดขัด ความเจ็บปวดที่หน้าอกราวกับหายใจไม่ออก ทำให้เธอสีหน้าซีดเผือดในชั่วพริบตา

เด็กที่เธอเห็นเหมือนเป็นลูกในไส้และพยายามเลี้ยงดูอย่างใส่ใจมาตลอดห้าปีนี้ กลับเป็นลูกที่เกิดจากฟู่ซือเหยียนกับโจวอวี๋ชู!

ดังนั้น ฟู่ซือเหยียนโกหกเธอมาตลอดตั้งแต่ต้นจนจบ

เขาไม่ได้นอกใจหลังแต่งงาน แต่โกหกและหลอกใช้เธอตั้งแต่แรกมาโดยตลอด!

“คุณเสิ่น ต้องขอโทษด้วยที่ปิดบังคุณมานานจนป่านนี้ ความจริงฉันเองก็แนะนำกับซือเหยียนตั้งแต่แรกแล้วว่าให้บอกคุณไปตามตรง แต่ซือเหยียนรู้สึกว่ายิ่งมีคนนอกที่รู้เรื่องนี้น้อยเท่าไรก็ยิ่งดีน่ะค่ะ”

คำพูดทุกคำของโจวอวี๋ชูล้วนเป็นเหมือนเสียงปีศาจที่ดังก้องซ้ำ ๆ อยู่ในหัวเธอไม่หยุด

ที่แท้เธอก็เป็นคนนอกในสายตาของฟู่ซือเหยียน

เธอนึกว่าระหว่างพวกเขาที่อยู่ร่วมกันมาห้าปี ทั้งยังช่วยกันดูแลลูกชายด้วยกัน นอกจากจะไม่มีความรัก ก็พอนับได้ว่าเป็นคนในครอบครัวที่เชื่อใจกันและกันแล้ว

แต่คิดไม่ถึงเลยว่าคนเคียงหมอนของเธอจะเอาแต่ระวังเธอเพราะเห็นเป็นคนนอกมาตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้

เธอคิดไม่ตก ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมฟู่ซือเหยียนต้องโกหกเธอด้วย?

หากฟู่ซือเหยียนบอกความจริงกับเธอตั้งแต่ต้น แล้วเธอจะปล่อยให้ตัวเองถลำลึกเข้าไปได้อย่างไร...

“คุณเสิ่น ห้าปีมานี้ลำบากคุณแล้ว ฉันกับซือเหยียนต่างก็ซาบซึ้งใจกับความทุ่มเทที่คุณมีให้ซืออวี่มาก”

โจวอวี๋ชูมองเสิ่นชิงซู “คุณอบรมสั่งสอนซืออวี่มาดีมาก ในฐานะแม่แท้ ๆ ของซืออวี่ ฉันรู้สึกขอบคุณคุณจากใจจริงเลยละค่ะ”

เสิ่นชิงซูจ้องโจวอวี๋ชูนิ่ง

ริมฝีปากซีดเซียวเม้มไว้แน่นมาก ภายนอกเธอดูสงบนิ่ง ทว่ามือข้างนั้นที่โอบฟู่ซืออวี่อยู่กลับสั่นเทาเล็กน้อย

“ไม่จริง! คุณโกหก ผมมีแม่คนเดียว ผมต้องการแม่ของผมเท่านั้น!”

ฟู่ซืออวี่ตวาดใส่โจวอวี๋ชูด้วยความโกรธ “คุณมันเป็นนางมารร้าย! คุณมีสิทธิ์อะไรมาเป็นแม่ผม! ผมไม่ต้องการให้คุณเป็นแม่ผม!”

โจวอวี๋ชูตะลึงงัน

จากนั้นเธอที่ดวงตาแดงก่ำก็เอามือปิดปากไว้ ท่าทางที่กำลังอดกลั้นความน้อยเนื้อต่ำใจนั้นทำให้แค่มองก็รู้สึกปวดใจ

ฉินฟางสีหน้าเย็นเยียบทันควัน ก่อนจะลุกขึ้นมาดุด่าว่ากล่าวเสิ่นชิงซู “เธอสั่งสอนเด็กแบบนี้เหรอ? ไม่เห็นหัวผู้หลักผู้ใหญ่ซะบ้างเลย!”

ตอนนี้เสิ่นชิงซูความคิดฟุ้งซ่านเป็นอย่างยิ่ง ไม่มีแรงเหลือสำหรับใช้โต้เถียงกับฉินฟางแล้วจริง ๆ

แต่เป็นเพราะนึกถึงจิตใจของเด็กน้อย ในท้ายที่สุดแล้วเธอจึงพูดออกไปคำหนึ่ง “ซืออวี่ยังเด็ก พวกคุณควรให้เวลาเขาได้ทำความเข้าใจหน่อยนะคะ”

“เชอะ นึกว่าฉันไม่รู้เหรอว่าเธอคิดอะไรอยู่?” ฉินฟางแค่นเสียงเย็นก่อนกล่าว “เสิ่นชิงซู เราต่างก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน อย่าได้คิดว่าฉันมองลูกไม้ตื้น ๆ พวกนั้นของเธอ ไม่ออก!”

“เหล่าฟู่!"

ลุงฟู่ที่เป็นพ่อบ้านได้ยินก็รีบเดินปรี่เข้ามา “คุณผู้หญิง มีอะไรเหรอครับ?”

“ลากตัวคุณชายน้อยกลับมาซะ อย่าให้ผู้หญิงที่มีเจตนาร้ายแอบแฝงคนนี้หลอกใช้เลือดเนื้อเชื้อไขของตระกูลฟู่ได้!”

ลุงฟู่ได้ฟังดังนั้น แม้จะเผยสีหน้าย่ำแย่ แต่ก็ไม่ยังเดินมาดึงตัวฟู่ซืออวี่ออกจากอ้อมอกของเสิ่นชิงซูไป

“ไม่เอา! ปล่อยผมนะ! แม่ครับ ผมจะกลับบ้านกับแม่…”

เสิ่นชิงซูขมวดคิ้ว ทำใจทนดูฟู่ซืออวี่ร้องไห้ฟูมฟายแบบนี้ไม่ได้

“ซืออวี่เป็นโรคหอบหืด พวกคุณอย่าใช้วิธีรุนแรงแบบนี้บีบเขาจะได้ไหมคะ?”

พอได้ยินดังนั้น ฉินฟางพลันสีหน้าชะงักค้าง

โจวอวี๋ชูลุกขึ้นเดินไปจับแขนของฉินฟาง พลางพูดด้วยน้ำเสียงขึ้นจมูก “น้าคะ รีบบอกให้ลุงฟู่ปล่อยซืออวี่เถอะค่ะ หนูไม่เป็นไร เป็นหนูเองที่ไม่ได้ทำหน้าที่แม่อย่างเต็มที่ ก็สมควรแล้วที่ลูกจะไม่ยอมรับในตัวหนู”

ฉินฟางได้ฟังก็ถอนหายใจหนึ่งที ด้วยกลัวว่าโรคหอบหืดของฟู่ซืออวี่จะกำเริบขึ้นมาอีก จึงโบกมือไปทางลุงฟู่

ลุงฟู่ปล่อยตัวฟู่ซืออวี่ออก

“แม่!”

ฟู่ซืออวี่ร้องไห้พลางกระโจนไปทางเสิ่นชิงซู

เสิ่นชิงซูถูกเขากระโจนใส่จนร่นถอยหลังไปก้าวหนึ่งจึงค่อยประคองร่างให้มั่นคงได้อย่างทุลักทุเล

ในตอนที่ฟู่ซืออวี่พุ่งตัวเข้ามาเมื่อครู่นี้ได้กระแทกเข้าที่ท้องของเธอ

พอสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่เพิ่มขึ้นในบริเวณท้อง เสิ่นชิงซูก็ถึงกับต้องหน้าซีดลงไปอีกหลายส่วน

โจวอวี๋ชูตะโกนออกมาเสียงหนึ่ง ก่อนจะรีบวิ่งตามออกมา

ภายในลานบ้าน โจวอวี๋ชูคว้าแขนของฟู่ซืออวี่ไว้ได้

“ซืออวี่ ลูกอย่าไป แม่ผิดไปแล้ว ตอนนั้นแม่มีเหตุผลที่ต้องทำแบบนั้น แต่ว่าแม่รักลูกนะ!”

“นางมารร้าย! ปล่อยผมนะ!” ฟู่ซืออวี่ดิ้นรนอยากจะสะบัดมือของโจวอวี๋ชูออก ทว่าโจวอวี๋ชูจับแน่นมาก

จนทำเอาเขารู้สึกเจ็บแขนขึ้นมาแล้ว

“แม่ครับ! แม่รีบช่วยผมที นางมารร้ายคนนี้จะจับตัวผมไปแล้ว!”

เสิ่นชิงซูมองโจวอวี๋ชูที่จับแขนฟู่ซืออวี่ไว้ไม่ยอมปล่อยมือ สีหน้าพลันดูซับซ้อนเล็กน้อย

โจวอวี๋ชูดึงรั้งตัวฟู่ซืออวี่ไม่สำเร็จ จึงเปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นเสิ่นชิงซู

เธอมองเสิ่นชิงซู ใบหน้างดงามอันน่าชื่นชมนั้นถูกอาบด้วยน้ำตา ดูแล้วช่างน่าสงสารจับใจ

“คุณเสิ่น ฉันขอร้องละ ซืออวี่เป็นลูกที่ฉันอุ้มท้องสิบเดือนเสี่ยงตายคลอดออกมา ฉันรู้ว่าห้าปีที่ผ่านมาคุณมีบุณคุณที่เลี้ยงดูเขามา แต่เขาไม่ใช่เครื่องมือที่คุณจะใช้พันธนาการ ฉันขอร้องละนะ อย่าหลอกใช้เขาแบบนี้เลยได้ไหม?”

เสิ่นชิงซูมองโจวอวี๋ชูอย่างเหลือเชื่อ

เธอไม่รู้เลยว่าตัวเองไปทำอะไรถึงฉินฟางกับโจวอวี๋ชูถึงเอาแต่หาว่าเธอหลอกใช้เด็ก

เวลานี้ฉินฟางก็ตามออกมาแล้ว เห็นว่าเสิ่นชิงซูจับฟู่ซืออวี่ไว้ไม่ปล่อย จึงตะโกนเรียกคนรับใช้ให้มาผลักตัวเสิ่นชิงซูออกทันที

เสิ่นชิงซูถูกแรงผลักทำให้โซซัดโซเซจนเกือบจะล้มลง

เธอกุมท้องที่ปวดหน่วงรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ไว้ ขมวดคิ้วพลางมองฟู่ซืออวี่ที่ถูกพวกสาวใช้ลากตัวกลับไปยังข้างกายของโจวอวี๋ชูกับฉินฟาง

ฟู่ซืออวี่ร้องไห้แทบขาดใจ “ปล่อยผมนะ! ผมจะกลับบ้านกับแม่ผม! แม่…”

เสิ่นชิงซูมองเหตุการณ์ตรงหน้า ทันใดนั้นก็รู้สึกมีใจแต่ไร้กำลังขึ้นมา

คนหนึ่งคือย่าแท้ ๆ ของเด็ก ส่วนอีกคนเป็นแม่ผู้ให้กำเนิด

เมื่อเทียบกันแล้ว เธอเป็นผู้หญิงที่กำลังจะหย่ากับฟู่ซือเหยียน ก็เป็นคนนอกจริงนั่น ๆ แหละ

ทันใดนั้น รถเบนท์ลีย์สีดำแล่นเข้ามาภายในบริเวณบ้าน

เมื่อได้ยินเสียงรถ เสิ่นชิงซูจึงหันศีรษะไป

ประตูรถด้านหลังเปิดออก ฟู่ซือเหยียนลงมาจากภายในตัวรถ

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ