เข้าสู่ระบบผ่าน

คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ นิยาย บท 45

เสิ่นชิงซูเป็นฝ่ายละสายตาก่อน เธอหันไปมองคุณป้าแล้วพูดว่า “คุณป้าเข้าใจผิดแล้วค่ะ เขาไม่ใช่สามีของฉัน”

“เอ๊ะ?” คุณป้าถึงกับอึ้งไป นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีของการเป็นพนักงานขายที่เธอหน้าแตก กว่าจะเค้นคำพูดออกมาได้ก็ผ่านไปนาน “อ้อ อย่างนี้นี่เอง...”

เสิ่นชิงซูไม่ได้ใส่ใจกับเหตุการณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ เธอหยิบซี่โครงหมูแพ็คอย่างดีมาจากตู้แช่ แล้วหันหลังเดินไปยังโซนผักผลไม้

ฟู่ซือเหยียนจ้องมองแผ่นหลังของเธอ แววตาฉายแววเย็นเยียบและลึกล้ำ

......

เมื่อกลับมาถึงคฤหาสน์หนานซีก็เป็นเวลาเที่ยงวันแล้ว

เสิ่นชิงซูตรงไปยังห้องครัวเพื่อทำอาหาร

ฟู่ซืออวี่กำลังง่วนอยู่กับของเล่นชิ้นใหม่ของเขาในห้องนั่งเล่น

ทันทีที่เสิ่นชิงซูผูกผ้ากันเปื้อนเสร็จ ประตูกระจกของห้องครัวก็ถูกเลื่อนเปิดออก

เธอหันกลับไป เห็นฟู่ซือเหยียนเดินเข้ามา

“มีอะไรหรือเปล่าคะ?”

ฟู่ซือเหยียนกวาดตามองวัตถุดิบบนเคาน์เตอร์ครัว แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ “ให้ช่วยอะไรไหม?”

“ไม่ต้องค่ะ” เสิ่นชิงซูหันกลับไป แล้วง่วนอยู่กับงานของตัวเองต่อไป

ฟู่ซือเหยียนยืนมองอยู่ข้าง ๆ

ครู่ต่อมา เขาก็หันหลังเดินออกไป

เสิ่นชิงซูเปิดก๊อกน้ำ แล้วนำผักออกมาล้าง...

ในไม่ช้า ฟู่ซือเหยียนก็กลับเข้ามาอีกครั้ง

“ใส่สิ”

มือของเสิ่นชิงซูที่กำลังล้างผักชะงักไป เธอมองถุงมือพลาสติกที่ยื่นมาตรงหน้าพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย

“แผลน้ำร้อนลวกที่หลังมือของคุณเพิ่งจะหายดี ใส่ถุงมือไว้จะดีกว่า”

เมื่อได้ยินดังนั้น เสิ่นชิงซูก็เหลือบมองผิวหนังส่วนเล็ก ๆ ที่ยังคงแดงระเรื่ออยู่บนหลังมือของตัวเอง

ผิวหนังที่ขึ้นใหม่ยังคงบอบบางอยู่จริง ๆ

เธอยื่นมือไปรับถุงมือมา น้ำเสียงเย็นชา “ขอบคุณค่ะ คุณออกไปได้แล้ว”

ฟู่ซือเหยียนไม่ได้อยู่ต่อ เขาหันหลังเดินออกจากห้องครัวไป

เมนูที่ฟู่ซืออวี่อยากกินนั้นมีมากเกินไป เสิ่นชิงซูคำนึงว่าเขาเพิ่งหายจากโรคปอดอักเสบ จึงเลือกทำเมนูที่ค่อนข้างจืดและมีคุณค่าทางโภชนาการ

หลายปีมานี้เธอได้ศึกษาตำราอาหารมากมายเพื่อฟู่ซืออวี่ ซึ่งล้วนเป็นเมนูที่เหมาะสำหรับเด็กที่ระบบย่อยอาหารไม่ค่อยแข็งแรง

การทำอาหารเป็นงานที่เหนื่อย แต่ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาห้าปี เธอก็ทำได้อย่างคล่องแคล่วและคุ้นเคยมานานแล้ว

ราวหนึ่งชั่วโมงต่อมา กับข้าวห้าอย่างและซุปหนึ่งถ้วยก็ถูกยกมาจัดวางบนโต๊ะอาหารได้สำเร็จ

“ซืออวี่ กินข้าวได้แล้ว ไปล้างมือแล้วมากินข้าวเถอะ”

“แม่ครับ ทำไมวันนี้แม่ไม่ตักข้าวให้พ่อล่ะครับ?”

มือที่กำลังคีบกับข้าวของเสิ่นชิงซูชะงักไป “พ่อของลูกโตแล้ว เขาตักเองได้”

“แล้วเมื่อก่อนทำไมแม่ต้องตักข้าวให้พ่อด้วยล่ะครับ?” ฟู่ซืออวี่มองเธอแล้วถามอย่างใสซื่อ “แม่ทะเลาะกับพ่อเหรอครับ?”

“ไม่ได้ทะเลาะจ้ะ”

ขณะที่เสิ่นชิงซูพูดประโยคนี้ ฟู่ซือเหยียนก็เดินออกมาจากห้องครัวพอดี

เมื่อได้ยินคำพูดของเสิ่นชิงซู สีหน้าที่มืดครึ้มของเขาก็ดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

หลังจากนั่งลง เขาก็หยิบตะเกียบคีบเนื้อวัวชิ้นหนึ่งเข้าปาก เคี้ยวอย่างช้า ๆ เป็นระเบียบ สายตาอันลึกล้ำจับจ้องอยู่ที่เสิ่นชิงซู

ท่วงท่าการกินข้าวของชายหนุ่มดูสง่างาม แม้ใบหน้าจะยังคงเรียบเฉย แต่หากสังเกตให้ดีจะเห็นได้ว่าอารมณ์ของเขาในตอนนี้ดีขึ้นกว่าเมื่อครู่มาก

น่าเสียดายที่ตลอดเวลานั้นเสิ่นชิงซูไม่ได้เหลือบมองเขาสักนิด

ช่วงสองสามวันนี้เธอไม่ค่อยอยากอาหารเท่าไร กินข้าวได้ไม่มาก แต่กลับซดซุปไปเกือบสองถ้วยเล็ก

“แม่ครับ! คืนนี้ผมอยากนอนกับแม่!” ฟู่ซืออวี่พูดขณะที่กำลังแทะซี่โครงหมู “คืนนี้แม่อย่าออกไปไหนเลยนะครับ อยู่บ้านเป็นเพื่อนผมได้ไหม?”

เมื่อได้ยินดังนั้น เสิ่นชิงซูก็วางตะเกียบลง

เธอรู้ดีว่า ถึงเวลาที่ต้องพูดคุยกันให้เข้าใจแล้ว

เมื่อเห็นว่าฟู่ซืออวี่กลืนอาหารในปากลงไปแล้ว เสิ่นชิงซูจึงเอ่ยปากขึ้น

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ