ตอนที่เสิ่นชิงซูกลับมาถึงโรงพยาบาลก็เป็นเวลาสี่ทุ่มกว่าแล้ว
น้าฉินกำลังปูเตียงอยู่ พอเห็นเธอก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย “คุณเสิ่น? นึกว่าคืนนี้คุณจะไม่มาแล้วซะอีก”
เจียงเยว่หลานที่อยู่บนเตียงผู้ป่วยลุกขึ้นนั่ง “อาซู ดึกขนาดนี้แล้วทำไมยังมาอีกล่ะ?”
เสิ่นชิงซูเดินเข้ามาแล้วปิดประตู
“พอดีว่าหนูลืมเสื้อโค้ตไว้ที่นี่ค่ะ”
“ตัวนี้ใช่ไหม” เจียงเยว่หลานหยิบเสื้อขนเป็ดที่อยู่ข้างเตียงส่งให้เธอ “สองสามวันนี้แม่ดูพยากรณ์อากาศเขาบอกว่าหิมะจะตกหนัก ลูกต้องดูแลตัวเองให้อบอุ่นนะ”
เสิ่นชิงซูรับเสื้อขนเป็ดมาแล้วพยักหน้า “หนูทราบค่ะ”
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็รีบกลับไปพักผ่อนเถอะ” เจียงเยว่หลานลูบมือของเธอเบาๆ แล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย “ทำไมมือเย็นขนาดนี้ล่ะ? ไม่สบายหรือเปล่า?”
เสิ่นชิงซูยิ้มบาง ๆ “เปล่าค่ะ หน้าหนาวก็เป็นแบบนี้ประจำ”
เจียงเยว่หลานนิ่งไปครู่หนึ่งแล้วพูดขึ้นมาว่า “อาซู อีกห้าวันก็จะถึงวันสิ้นปีแล้วนะ”
เมื่อได้ยินดังนั้น เสิ่นชิงซูก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างจนใจ “ช่วงนี้หนูยุ่งจนลืมวันลืมเวลาไปเลยค่ะ”
เจียงเยว่หลานกุมมือเธอไว้แล้วถอนหายใจเบา ๆ “ช่วงนี้ลูกต้องวิ่งวุ่นทั้งเรื่องงานทั้งเรื่องโรงพยาบาล ของไหว้ตรุษจีนคงยังไม่ได้เตรียมเลยใช่ไหม?”
“ค่ะ” เสิ่นชิงซูหยุดไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ “เดี๋ยวอีกสองสามวันนี้หนูจะหาเวลาไปเดินดูค่ะ”
“แม่ไปด้วยกันกับลูกนะ”
“แม่ออกจากโรงพยาบาลไม่ได้นะคะ...”
“ก็ขอลาจากโรงพยาบาลสิ ป่วยก็ต้องรักษา ปีใหม่ก็ต้องฉลองนะ!” เจียงเยว่หลานแสร้งถลึงตาใส่เธอ “หรือว่าคืนวันสิ้นปีลูกก็จะให้แม่ฉลองอยู่ในโรงพยาบาลเหรอ?”
เสิ่นชิงซูพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ
แม่ยังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นลูคีเมีย ฉินเยี่ยนเฉิงจึงหลอกให้เธอเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลโดยอ้างว่าเป็นโรคโลหิตจางและโรคพื้นฐานบางอย่างไปก่อน
เพื่อไม่ให้เจียงเยว่หลานสงสัย เสิ่นชิงซูจึงได้แต่ปลอบเธอไปก่อน “พรุ่งนี้หนูจะไปถามหมอฉินดูนะคะว่าลาได้ไหม?”
“ได้” เจียงเยว่หลานยิ้มออกมา “คุณหมอฉินใจดีขนาดนั้น ต้องยอมอยู่แล้ว”
เมื่อออกมาจากห้องผู้ป่วย เสิ่นชิงซูก็รีบยื่นมือไปคลำหาใบตรวจครรภ์ในกระเป๋าเสื้อขนเป็ดทันที
ใบตรวจครรภ์ยังอยู่ เธอถอนหายใจอย่างโล่งอก หันกลับไปมองที่ห้องผู้ป่วยแวบหนึ่งแล้วจึงเดินจากไป
“ช่วงนี้ไข้หวัดใหญ่ระบาดเยอะค่ะ ตอนนี้ร่างกายแม่ก็ยังไม่แข็งแรงดี แค่เป็นไข้หวัดก็ลำบากแล้ว เพราะฉะนั้นต้องระวังหน่อยนะคะ!”
“ได้ ๆ แม่จะเชื่อพวกลูกทุกอย่าง!” เจียงเยว่หลานบ่นอุบอิบ แต่ก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี หลังจากสวมใส่ทุกอย่างเรียบร้อย เธอก็ควงแขนลูกสาว “ตอนนี้พาแม่ไปเดินชอปปิงได้แล้วใช่ไหม?”
เสิ่นชิงซูยิ้มอย่างจนใจ “ไปกันเถอะค่ะ”
ใกล้ถึงช่วงตรุษจีน ในห้างสรรพสินค้าจึงมีคนค่อนข้างเยอะ
เสิ่นชิงซูอยากจะไปซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อซื้อของใช้ในชีวิตประจำวันและของประดับปีใหม่ก่อน แต่เจียงเยว่หลานกลับบอกว่าอยากจะไปดูเสื้อผ้าก่อน
เสิ่นชิงซูคิดว่าแม่ของเธออยากจะซื้อเสื้อผ้าใหม่ จึงพาเธอไปที่โซนรองเท้าและเสื้อผ้าบนชั้นสามก่อน
ที่นี่เต็มไปด้วยร้านแบรนด์เนม เสิ่นชิงซูถูกเจียงเยว่หลานลากเข้าไปในร้านเสื้อผ้าผู้หญิงร้านหนึ่ง
เจียงเยว่หลานเลือกเสื้อผ้ามาสองสามชุดแล้วให้เสิ่นชิงซูลองใส่
เสิ่นชิงซูถึงได้เข้าใจในทันที “แม่คะ ที่แม่รบเร้าจะออกมาเดินเล่นข้างนอกนี่เพื่อจะพาหนูมาซื้อเสื้อผ้าเหรอคะ?”
เจียงเยว่หลานแสร้งถลึงตาใส่เธอ “แล้วจะให้เป็นอะไรล่ะ? ลูกไม่รู้จักสงสารตัวเอง แต่แม่สงสารนะ! ลูกน่ะ รู้จักแต่หาเงินแต่ไม่รู้จักดูแลตัวเองให้ดี ๆ บ้างเลย!”
เสิ่นชิงซูตะลึงไปสองสามวินาที พอได้สติก็ยิ้มอย่างจนใจ “แม่คะ หนูไม่ได้ลำบากอะไรเลย แค่ช่วงนี้ยุ่งกับงานเลยยังไม่มีเวลาซื้อเสื้อผ้าใหม่เท่านั้นเองค่ะ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีบางส่วนนะคะ เนื่องจากไม่เคยมีบัตรเครดิต ควรให้มีการเติมเงินโดยซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสนะคะ...