“อาซู!”
รถพอร์ชคาเยนน์สีขาวเบรกกะทันหันจอดข้างทาง ประตูรถฝั่งผู้โดยสารเปิดออก เฉียวซิงเจียลงจากรถ พุ่งตรงไปยังรถบีเอ็มดับเบิลยูสีขาวทันที
ประตูรถยังคงล็อกอยู่ เฉียวซิงเจียเคาะกระจกรถอย่างสุดชีวิตพลางตะโกนเรียก ทว่าเสิ่นชิงซูที่อยู่ในรถกลับไร้ซึ่งการตอบสนอง
“อาซู! อาซูตื่นสิตื่นเร็ว!”
เฉียวซิงเจียเห็นคราบเลือดบนตัวเสิ่นชิงซู ก็ร้อนใจจนถึงกับร้องไห้ออกมา
ฉินเยี่ยนเฉิงวิ่งเข้ามา และปลอบโยนด้วยเสียงอบอุ่นว่า “ใจเย็นก่อนคุณ ถอยออกไปด้านข้างหน่อย เดี๋ยวผมจะทุบกระจกรถ”
เฉียวซิงเจียเลื่อนมือขึ้นเช็ดน้ำตาบนใบหน้า แล้วถอยหลีกออกไปอย่างรวดเร็ว
ฉินเยี่ยนเฉิงใช้เครื่องมือสำหรับทุกกระจกรถเจาะกระจกออก และสอดมือเข้าไปเปิดประตูรถจากด้านใน
เมื่อเปิดประตูได้แล้ว เขาก็รีบเข้าไปตรวจดูอาการของเสิ่นชิงซูทันที
ไม่ไกลออกไป รถเมย์บัคสีดำกะพริบไฟฉุกเฉินจอดอยู่ข้างทาง
ภายในรถฝั่งที่นั่งคนขับ ใบหน้าของฟู่ซือเหยียนไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ดวงตาคมสีดำกำลังจ้องมองพวกเขาอย่างเรียบนิ่งไม่กะพริบตา
ฉินเยี่ยนเฉิงอุ้มเสิ่นชิงซูที่ไม่ได้สติลงมาจากรถ “เปิดประตูหลังรถให้ที”
เฉียวซิงเจียรีบเปิดประตูหลังให้
“แผลที่หน้าผากไม่ลึกมาก แต่ไม่รู้ว่าบนตัวยังมีแผลที่อื่นอีกหรือเปล่า”
ฉินเยี่ยนเฉิงวางเสิ่นชิงซูไว้ที่เบาะหลัง ก่อนจะปิดประตูและเอ่ยกำชับว่า “ฉันจะพาเธอไปส่งที่โรงพยาบาลก่อน คุณช่วยขับรถผมกลับไปที่โรงพยาบาลทีนะ”
เฉียวซิงเจียพยักหน้า “โอเค”
ฉินเยี่ยนเฉิงอ้อมไปนั่งฝั่งคนขับ แล้วปิดประตูรถ
ทันใดนั้น รถบีเอ็มดับเบิลยูสีขาวก็แล่นออกไป
เฉียวซิงเจียเร่งขับตามไปอย่างไม่รอช้า
......
ราว ๆ สิบนาทีต่อมา เสิ่นชิงซูก็ถูกเข็นเข้าไปในห้องฉุกเฉิน
ทันทีที่ประตูห้องฉุกเฉินปิดลง เฉียวซิงเจียก็มาถึงพอดี
“เป็นไงบ้าง?”
“ระหว่างทางผมโทรหาหัวหน้าจางแล้ว มีเขาอยู่คุณวางใจเถอะ”
หัวหน้าจางเป็นมือหนึ่งของแผนกศัลยกรรม ปกติคนไข้ต้องจองคิวเพื่อพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง แต่ฉินเยี่ยนเฉิงแค่โทรกริ๊งเดียวก็เรียกพี่ใหญ่มาได้ทันทีเลย
ในชั่วขณะนั้น เฉียวซิงเจียทั้งตกใจและซาบซึ้ง เธอมองฉินเยี่ยนเฉิง ก่อนจะพูดขอบคุณอย่างจริงใจ “ขอบคุณจริง ๆ ค่ะหมอฉิน!”
“หมอเฉียวเกรงใจเกินไปแล้ว” ฉินเยี่ยนเฉิงเห็นว่าดวงตาของเธอยังคงรื้นแดง ก็เม้มปากพลางถอนหายใจ “คุณกับคุณเสิ่นไม่ใช่พี่น้องแท้ ๆ แต่สนิทกันเหมือนเป็นพี่น้องกันจริง ๆ เลยนะครับ มิตรภาพนี้น่าอิจฉามากเลย”
เฉียวซิงเจียพยักหน้า “อาซูเป็นคนดีมาก ฉันย้ายตามพ่อแม่มาอยู่ที่เมืองเป่ยเมื่อตอนสมัยม.ปลาย ตอนที่ฉันเพิ่งย้ายเข้าโรงเรียนมาก็ถูกคนกลั่นแกล้งอยู่ประจำเลย เพื่อนนักเรียนคนอื่นก็แค่ยืนดูด้วยสายตาเย็นชา มีแค่อาซูคนเดียวที่ออกมาปกป้องฉัน”
หัวหน้าจางก็สนิทกับฉินเยี่ยนเฉิงตั้งขนาดนี้ ถึงตอนนั้นไม่แน่ว่าฉินเยี่ยนเฉิงอาจจะรู้ด้วยก็ได้
ฉินเยี่ยนเฉิงรู้ ก็เท่ากับฟู่ซือเหยียนรู้ด้วยไม่ใช่เหรอ?
พอคิดได้แบบนี้ เฉียวซิงเจียก็ตอบกลับว่า “ขอบคุณค่ะหัวหน้าจาง แต่เรื่องตรวจร่างกายอาจจะต้องรอให้เพื่อนฉันฟื้นก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกทีน่าจะดีกว่าค่ะ”
หัวหน้าจางพยักหน้า “ได้ งั้นผมขอตัวก่อนนะ ถ้าเกิดว่ามีปัญหาอะไรก็เรียกผมได้ตลอด”
“เข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะหัวหน้าจาง!”
หลังจากส่งหัวหน้าจางแล้ว เฉียวซิงเจียก็ถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง
ทั้งที่จะทำแท้งสองครั้งแล้วแต่ก็ไม่สำเร็จสักครั้ง หรือนี่จะเป็นอย่างที่คนเฒ่าคนแก่พูดกันบ่อย ๆ ว่าในความลี้ลับทุกสิ่งได้ถูกกำหนดไว้แล้ว?
……
ตอนที่ฉินเยี่ยนเฉิงออกจากห้องผ่าตัดก็เป็นครึ่งชั่วโมงให้หลังแล้ว
พอลับมาถึงห้องทำงานแพทย์ ทันทีที่ผลักประตูห้องทำงานออกกลับเห็นฟู่ซือเหยียนที่กำลังนั่งอยู่บนโซฟา เขาแปลกใจมาก
“โทรหานายตั้งหลายสายทำไมไม่รับ! แล้วตอนนี้อยู่ ๆ ก็มาโผล่ที่ห้องทำงานฉัน! จะทำเซอร์ไพรส์ฉันหรือไง? แต่นายไม่ต้องมาทำแบบนี้เลยนะ ฉันไม่ใช่โจวอวี๋ชู!”
ใบหน้าเคร่งขรึมของฟู่ซือเหยียนไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ เพียงแต่ช้อนสายตาขึ้นมองเขาด้วยท่าทีเรียบเฉยเท่านั้น
ฉินเยี่ยนเฉิงเดินเข้ามา ปิดประตู แล้วเดินไปกดน้ำอุ่นจากเครื่องกดน้ำมาแก้วหนึ่ง จากนั้นจึงบ่นต่อว่า “ไม่ได้จะว่านะ แต่วันนี้นายหายหัวไปไหนตั้งแต่เช้า? โทรไปตั้งห้าสายอย่างน้อยรับสักสายก็ยังดีเหอะ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คุณทนายตัวร้าย ฉันขอบายนะคะ
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีบางส่วนนะคะ เนื่องจากไม่เคยมีบัตรเครดิต ควรให้มีการเติมเงินโดยซื้อบัตรเติมเงินเอไอเอสนะคะ...