คู่แฝดคู่ป่วน นิยาย บท 40

# ยามดึกแคว้นหาน

ซานจิ่นและเหล่าเงาอินทรีย์เกือบห้าสิบนายกำลังวางแผนลอบเข้าคุกใต้ดินในเขตพระราชวัง ตลอดหลายวันมานี้ตนได้ศึกษาเส้นทางเข้าออก การเปลี่ยนกะของเหล่าทหารยามและหน่วยทหารเงาที่คอยซุ่มดูแลอย่างลับๆ สายด้านในที่แฝงตัวอยู่กับพวกมันส่งข่าวนัดแนะเวลาที่จะเข้าโจมตีมาให้ และจะจัดการกับทหารที่เฝ้าอยู่หน้าห้องขัง ส่วนตนเองนั้นต้องหาทางกำจัดทหารด้านนอกที่เดินกันอยู่อย่างขันแข็งและเงาที่คอยเฝ้าอยู่ในที่ลับ

ทหารฝีมือดีที่เฝ้ายามด้านนอกมีทั้งหมดสามสิบนายกระจายตัวกันไปรอบๆ ด้าน ส่วนทหารเงามียี่สิบคนที่สามารถจับสัมผัสได้ ซานจิ่นสั่งให้คนของตนจำนวนหนึ่งหลอกล่อทหารเงาออกไปจัดการ เป็นไปตามที่ซานจิ่นคิดทหารเงาออกไปส่วนหนึ่งเพียงเท่านั้นพวกมันยังเหลือกันอยู่อีกสิบคน ซานจิ่นจึงส่งคนไปหลอกล่อพวกมันอีกครั้งเท่านี้ก็เรียบร้อย

ซานจิ่นและเงาอินทรีย์ที่เหลือกระจายตัวออกไปตามจุดที่ทหารยามยืนอยู่และจัดการเด็ดหัวพวกมันอย่างเงียบเชียบไม่มีแม้กระทั่งเสียงร้องออกมาให้ได้ยิน ขึ้นชื่อความรวดเร็วร้ายกาจในการฆ่าคนต้องยกให้เงาอินทรีย์แต่กระนั้นก็ยังไม่เท่าประมุขของพรรค

ซานจิ่นและเงาอินทรีย์บางส่วนเข้ามายังด้านในที่คุมขัง อีกส่วนหนึ่งคอยสังเกตการณ์อยู่ด้านนอก เมื่อเดินเข้ามาตามแผนที่ที่คนของตนให้ไว้ ก็พบว่าทหารบางส่วนนอนหมดลมหายใจไปแล้ว ห้องคุมขังใต้ดินนี้ถูกสร้างขึ้นมาใหม่และมีห้องแยกหลายห้องถ้าคนไม่รู้เส้นทางอาจติดอยู่ในนี้จนถูกจับได้เป็นแน่ เมื่อมาถึงห้องคุมขังก็พบคนของตนยืนรออยู่แล้วพร้อมไขกุญแจรอเอาไว้

เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่หัวใจของซานจิ่นรู้สึกปวดหนึบเช่นนี้ เมื่อได้เห็นบุคคลที่ตนรักเคารพนับถือในสภาพที่ไม่เหลือเค้าโคลงเดิมให้จดจำ ผมยาวที่มีสีขาวแซมดำปล่อยสยายยุ่งเหยิง ใบหน้าซูบตอบจนโหนกแก้มขึ้น ตามข้อมือและข้อเท้ามีรอยเขียวช้ำจากการถูกล่ามโซ่เอาไว้ อาภรณ์ที่สวมใส่เก่าขาดสกปรกส่งกลิ่นเหม็นคลุ้ง ร่างกายผ่ายผอมซานจิ่นเห็นภาพตรงหน้าแล้วพาให้ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมา ตนไม่อยากจะคิดว่าตลอดเวลาหลายปีมานี้คนตรงหน้าต้องทนทุกข์ทรมานเพียงใด

“องค์ไท่จื่อ” ซานจิ่นหรือจิ่นจ้งเอ่ยเรียกผู้เคยเป็นนายด้วยน้ำเสียงสั่นเทา น้ำตาแห่งบุรุษไหลออกมาอย่างที่ไม่เคยเป็นและไม่มีความอับอายต่อหน้าผู้ใดทั้งสิ้น แต่ร่างที่ผ่ายผอมตรงหน้าดูเหมือนจะไม่รับรู้ถึงเรื่องราวรอบข้างใดๆ อาการคล้ายคนเหม่อลอย พวกมันไม่คิดสังหารองค์ไท่จื่อแต่กลับทรมานให้อยู่มิสู้ตายช่างโหดเหี้ยมยิ่งนัก

“รีบพาองค์ไท่จื่อออกไปก่อนเถิด” เกาซูหลางเอ่ย เขาเป็นบุตรของแม่ทัพใหญ่ที่ภักดีต่อบัลลังก์ ตอนเกิดกบฏครอบครัวของตนถูกสังหารทั้งตระกูล โชคดีที่เขาสามารถหนีรอดมาได้เพราะบิดานำตัวเขาไปซ่อนเอาไว้ในช่องทางลับภายใจจวน ตอนนั้นเขาอายุได้เพียงสิบขวบปีเพียงเท่านั้น

เกาซูหลางตั้งใจฝึกฝนตนเองให้เก่งกาจเพื่อที่จะได้กลับมาแค้นให้ครอบครัวของเขาตามที่เคยเอ่ยลั่นวาจาเอาไว้ เขาเข้ามาเป็นทหารอยู่หลายปีจนได้มาดูแลอยู่ที่คุกหลวงแห่งนี้ และคอยช่วยเหลือองค์ไท่จื่อบ้างเท่าที่เขาสามารถทำได้เพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัย

ซานจิ่นรีบนำร่างผู้เคยเป็นนายขึ้นขี่ด้านหลัง โดยมีเกาซูหลางคอยช่วยเหลือส่วนเงาอินทรีย์คอยคุ้มกันด้านหน้าและด้านหลัง พวกเขาลอบออกมายังด้านนอกอย่างราบรื่นแล้วทั้งหมดก็ทะยานตัวออกไปอย่างรวดเร็ว

ที่แผนการครั้งนี้ราบรื่นเพราะว่าพวกมันชะล่าใจคิดว่าคงไม่มีผู้ใดมาช่วยองค์ไท่จื่อออกไป พวกมันไม่ได้เดินทางไปเยือนต่างแคว้นเป็นครั้งแรก ในตอนแรกพวกมันวางกำลังแน่นหนากว่านี้มาก นั่นเป็นสาเหตุหนึ่งที่ซานจิ่นเพิ่งมีโอกาสเข้ามาช่วยเหลือหลังผ่านมาถึงสิบห้าปี ทั้งหมดมุ่งหน้ากลับพรรคอินทรีย์ตามที่ท่านประมุขได้เอ่ยเอาไว้ว่าให้พาคนผู้นั้นมารักษาและซ่อนตัวอยู่พรรค เพราะเกรงว่าถ้าอยู่ที่อื่นคงไม่อาจรอดพ้นสายตาของศัตรู ท่านประมุขจ้าวแท้จริงแล้วเป็นคนมีเมตามากคนหนึ่งทีเดียว..

วันรุ่งขึ้นตำหนักของมู่กุ้ยเฟย

สนมมู่กุ้ยเฟยนั่งจิบชากับโอรสและธิดาของตนเองด้วยบรรยากาศผ่อนคลายใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มอย่างงดงามคล้ายกำลังสนทนาเรื่องผ่อนคลายอารมณ์กันอยู่ โดยให้ข้าหลวงและนางกำนัลเฉพาะคนสนิทเท่านั้นที่อยู่รับใช้ใกล้ชิดข้างกาย

“อีกไม่กี่วันคณะทูตจะเดินทางมาถึงแล้ว สหายของเจ้าที่แคว้นหานเดินทางมาด้วยหรือไม่” มู่กุ้ยเฟยเอ่ยถามโอรสของตน

“มาพะย่ะค่ะ มากับองค์หญิงหานเฟิ่งฮวา” เหล่ยหลงเอ่ยตอบมารดา

“เจ้าต้องคอยดูแลองค์ชายผู้นี้ให้ดีนะเฟยเอ๋อร์ ทำให้เขาพอใจในตัวเจ้าได้ยิ่งดี” มู่กุ้ยเฟยเอ่ยบอกธิดา

“แต่ลูกพอใจคุณชายเย่วเทียนบุตรชายของท่านที่ปรึกษาหมิงนะเสด็จแม่” ลี่เฟยเอ่ยด้วยสีหน้าคัดค้านในค้ำพูดมารดา

“เด็กโง่ ตระกูลหมิงอีกไม่นานก็จะถูกกำจัดเพราะพวกเขาไม่อยู่ฝั่งเรา แต่ถ้าเจ้าเลือกองค์ชายแคว้นหานเจ้าจะได้เป็นฮองเฮาเชียวนะ” มู่กุ้ยเฟยเอ่ยวาจาหวานล้ำเกลี้ยกล่อมธิดาผู้งดงามของตนเอง

“ฮองเฮาเลยหรือเพคะ?” ลี่เฟยเอ่ยขึ้นอย่างสนใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น

“สหายของพี่มีตำแหน่งถึงองค์รัชทายาทแห่งแคว้น ถ้าเจ้าได้อภิเษกตำแหน่งฮองเฮาจะไปไหนเสีย” เหล่ยหลงเอ่ยบอกน้องสาว

“แล้วสหายเสด็จพี่รูปงามหรือไม่เพคะ”

“เดี๋ยวเจ้าก็รู้เอง เจ้าเตรียมตัวให้งดงามเอาไว้เถิดอย่าให้น้องสาวของเจ้าแย่งเอาไปเล่า” เหล่ยหลงเอ่ยเย้าน้องสาว

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: คู่แฝดคู่ป่วน