แอชลีย์หันหลังเดินกลับไปที่ห้องนั่งเล่น
ฮาร์วีย์ยังคงนั่งอยู่ที่โซฟาและกอดเอมม่าไว้ในอ้อมแขน พวกเขากำลังใจสลาย “ผมเล่นตามกฎมาตลอดและผมไม่เคยมีความแค้นกับใครในเรื่องธุรกิจเลย ครั้งนี้ใครกันที่อยากทำลายตระกูลมิลเลอร์ ผมสงสัยจริงๆ” ฮาร์วีย์พูดพลางมองแอชลีย์ที่ทำตัวแปลกไปหลังจากที่กลับมาจากข้างนอก เขาถาม “ลูกคิดอะไรอยู่แอชลีย์ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า”
แอชลีย์มองฮาร์วีย์และคิดว่าเธอควรบอกความจริงกับพ่อของเธอดีไหม เธอไม่อยากพูดถึงวิเวียนต่อหน้าพ่อของเธอแต่ตอนนี้เธอไม่มีทางเลือกแล้วเมื่อเธอเห็นว่าพ่อกับแม่กำลังยืนอยู่ที่ขอบหน้าผา
“พ่อคะ” เธอเรียก “บางทีอาจไม่ใช่พ่อแต่เป็นหนูที่ไปทำให้ใครขุ่นเคืองเข้า”
“ลูกเหรอ” ฮาร์วีย์งุนงง “แอชลีย์ ลูกรู้อะไรมา ลูกไปทำให้ใครไม่พอใจ”
ด้วยอารมณ์ของเธอตอนนั้น เธอไม่แปลกใจเลยถ้าเธอจะไปล้ำเส้นใครเข้า แต่ใครกันที่มีอำนาจมากขนาดนั้น มากซะจนฟาเบียนก็ช่วยอะไรไม่ได้
เพราะกลัวว่าเธอไม่ควรเอ่ยถึงฟินนิค เธอจึงบอก “ถ้าหนูคิดถูก เรื่องที่เกิดขึ้นกับตระกูลมิลเลอร์ต้องเป็นฝีมือของท่านประธานแห่งฟินเนอร์กรุ๊ป ฟินนิค นอร์ตัน ลูกชายคนที่สองของตระกูลนอร์ตันและเขาเป็นอาของฟาเบียน”
ฟินนิค นอร์ตันเหรอ หมายถึงฟินนิค นอร์ตันผู้โด่งดังที่แสนเย็นชาและน่าเกรงขามคนนั้นน่ะเหรอ
ชื่อของฟินนิคทำให้ฮาร์วีย์และเอมม่าตกใจ ฟินนิคเป็นคนที่ทำงานเร็วและมีประสิทธิภาพ ด้วยความสามารถและสติปัญญาอันน่าทึ่งของเขาทำให้เหล่าคู่แข่งต่างก็ตัวสั่นไปด้วยความกลัวถึงขนาดที่ว่าแม้แต่หายใจก็ยังไม่กล้า ฟินนิคมีทรัพย์สินส่วนตัวมากกว่าร้อยล้านอีกทั้งยังมีบริษัทและอสังหาริมทรัพย์ภายใต้การครอบครองอยู่อีกหลายแห่ง แค่อำนาจทางการเงินของเขาก็ไม่มีใครสู้ได้แล้ว
เอมม่าและฮาร์วีย์งุนงง
ตระกูลมิลเลอร์ไม่เคยทำธุรกิจร่วมกับฟินนิค นอกจากนี้ฟาเบียนยังเป็นหลานของเขาแล้วทำไมเขาถึงต้องทำลายพวกเราด้วย
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ความรักสีคราม
สนุกมาก...