หัวใจของวิเวียนสั่นไหวอย่างแผ่วเบา
เธอทำงานอยู่ในวงการข่าวเพราะอย่างนั้นมันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับเธอที่จะเจอกับเหล่าคนใหญ่คนโตหรือพวกคนดัง แต่ถึงอย่างงั้นเธอก็ไม่เคยรู้สึกถึงออร่าของใครได้เท่ากับของเขาเลย
นอกจากนี้ แววตาของเขายังเย็นชาราวกับว่าไม่ได้สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นรอบข้างเลย
วิเวียนสลัดตัวเองออกจากความคิดและมองไปยังฟินนิคด้วยรอยยิ้มจางๆ
ฟินนิคถาม “คุณชอบไหม”
วิเวียนพยักหน้าและพูดขึ้นอย่างตื่นเต้น “ชอบค่ะ ฉันไม่ได้มาที่นี่นานแล้ว ครั้งสุดท้ายที่ฉันมาที่นี่คือตอนที่ยังเป็นเด็กและยังอยู่กับตระกูลมิลเลอร์ ซึ่งฉันก็ไม่ได้มีความสุขสักเท่าไหร่”
เธอเคยเล่าว่าครั้งล่าสุดที่เธอมาสวนสนุกคือตอนที่เอมม่าพาเธอมาเป็นเพื่อนแอชลีย์และไม่ยอมให้เธอเล่นเครื่องเล่น นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเธอถึงได้ไม่ชอบความทรงจำวัยเด็กที่สวนสนุกนัก
ฟินนิคเข็นวีลแชร์ไปทางชิงช้าสวรรค์และพูดบอก “ขึ้นชิงช้าสวรรค์กันเถอะ”
ขึ้นชิงช้าสวรรค์เหรอ วิเวียนประหลาดใจ นี่เขาใช่ฟินนิคจอมเย็นชาและขวานผ่าซากคนที่เธอรู้จักหรือเปล่า แต่แบบนี้เหมือนสิ่งที่คู่รักวัยรุ่นทำกันเลย
ฟินนิคหันไปหาวิเวียนที่ยังคงยืนงง เขาจึงถามออกไป “คุณเป็นอะไรหรือเปล่า”
“ฉันแค่คิดว่านี่ไม่เหมือนคุณเลย” วิเวียนอดที่จะพูดออกไปไม่ได้
ฟินนิคเริ่มหน้าแดง เขาก้มหน้าลงและบอก “คุณจะหัวเราะก็ได้นะถ้าคุณต้องการ”
วิเวียนระเบิดหัวเราะออกมาทันที
ฟินนิคกระแอมไอเล็กน้อยเพื่อปิดบังความอาย
ช่างน่าอายอะไรแบบนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะอยากให้วิเวียนมีความสุขล่ะก็ เขาไม่มีทางมาทำอะไรแบบนี้แน่
วิเวียนก้าวไปหาและมองฟินนิค “ช่วงนี้คุณทำงานหนักเกินไปหรือเปล่า หรือว่าคุณกินอะไรผิดไป คนอย่างคุณเนี่ยนะจะคิดอะไรที่โรแมนติกอย่างการนั่งชิงช้าสวรรค์ด้วยกันแบบนี้ได้ คุณกำลังทำให้ฉันกลัว”
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะบรรยากาศของสวนสนุกหรือเพราะคำพูดของวิเวียน แต่ฟินนิคก็ทำหน้านิ่งเฉยไม่ไหวอีกต่อไปเมื่อใบหน้าของเขาค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีแดง
เขามองไปที่วิเวียนและถามเสียงเบา “สาวๆชอบนั่งชิงช้าสวรรค์กันไม่ใช่เหรอ แบบนี้โรแมนติกออก”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ความรักสีคราม
สนุกมาก...