“งั้นเดี๋ยวฉันจะเอาแฟ้มนี่ไปส่งให้คุณนอร์ตันก่อนนะคะ เพราะเขาบอกว่าต้องใช้เอกสารในแฟ้มอย่างด่วนเลยตอนประชุม” คุณฟิลเดอร์พูดพลางหมุนตัวและเดินออกจากห้องหนังสือไป
“เฮ้ คุณฟิลเดอร์ คอยเดี๋ยวค่ะ” วิเวียนเรียกแม่บ้านที่เพิ่งเดินออกจากห้องหนังสือไป “เดี๋ยวฉันเอาแฟ้มไปให้ฟินนิคเองค่ะเพราะฉันคุ้นกับทางไปบริษัทมากกว่า แบบนั้นน่าจะไปถึงไวกว่านะคะ”
“ถ้าเป็นอย่างนั้น ตกลงตามนั้นก็ได้ค่ะ” เมื่อคิดได้ว่าตัวเธอเองก็ไม่คุ้นทางไปบริษัทของฟินนิคเอาเสียเลย คุณฟิลเดอร์จึงตอบว่า “ถ้าอย่างนั้นคุณนายนอร์ตันคะ คุณต้องรีบแล้วล่ะค่ะ เพราะเสียงของคุณนอร์ตันฟังดูค่อนข้างเครียดตอนที่คุยโทรศัพท์กันก่อนหน้านี้”
“ได้ค่ะ” หลังจากตอบคุณฟิลเดอร์แล้ว วิเวียนวิ่งไปที่ห้องนอนและสวมเสื้อแจ็คเก็ต จากนั้นเธอก็รีบออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากนั้นไม่นาน วิเวียนก็นั่งรถแท็กซี่จนไปถึงบริษัทของฟินนิค
“ฟินนิคลืมหยิบเอกสารมาค่ะ ฉันมาส่งเอกสารให้เขา” วิเวียนอธิบายให้พนักงานต้อนรับของบริษัทฟังคร่าวๆ
“ได้เลยค่ะ นั่นคือลิฟท์ส่วนตัวของผู้บริหาร คุณขึ้นลิฟต์ตัวนั้นไปได้เลยนะคะ” พนักงานต้อนรับจำได้ทันทีว่าเธอคือภรรยาของผู้บริหารขณะที่เธอชี้ไปที่ลิฟต์และพาวิเวียนเข้ามาข้างในโดยทันที
“แฟนเก่าของผู้บริหารขึ้นลิฟต์ไปก่อนหน้านี้แล้ว และตอนนี้จู่ๆ ภรรยาของเขาก็รีบมาที่นี่อีก มันเกิดอะไรขึ้นนะ” พนักงานต้อนรับและเพื่อนร่วมงานผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างเธอนั้นกระซิบคุยกันขณะที่มองดูวิเวียนคอยลิฟต์อยู่
“เธอบอกไม่ใช่เหรอว่าเธอมาที่นี่เพื่อเอาเอกสารมาให้” เพื่อนร่วมงานผู้หญิงก็ได้ยินที่วิเวียนบอกก่อนหน้านี้เช่นกัน
“นี่เธอโง่หรือเปล่า เธอเชื่อที่หล่อนพูดจริงๆ หรือไง เห็นๆ กันอยู่ว่าหล่อนมาที่นี่เพื่อจับพวกเขาให้ได้คาหนังคาเขา ว้าว ศึกระหว่างแฟนเก่ากับภรรยา แค่คิดถึงมันฉันก็จินตนาการออกเลยว่ามันจะบ้าดีเดือดแค่ไหน” พนักงานต้อนรับพูดอย่างตื่นเต้นขณะที่หน้าของเธอสดใสเปล่งประกาย
พวกเขาคิดว่าเสียงกระซิบของพวกเขานั้นแผ่วเบาแล้ว แต่ความจริงคือพวกเขาตื่นเต้นดีใจกันมากไปจนเผลอคุยกันเสียงดังโดยไม่รู้ตัว ยังไงก็ตาม มันเป็นเรื่องยากที่จะเจอเรื่องฉาวโฉ่ใหญ่โตขนาดนี้
วิเวียนยืนไม่ไกลจากพนักงานพวกนั้น เพราะฉะนั้นเธอจึงได้ยินลางๆ ว่าพวกเขากำลังคุยกันเรื่องอะไร และเธอเริ่มกำแฟ้มเอกสารจนแน่น ตอนนี้อีฟเวลินอยู่ข้างบนจริงๆ เหรอ
วิเวียนเดินอย่างเคร่งเครียดไปที่ลิฟต์หลังจากประตูลิฟต์เปิดออก ขณะที่มองดูหมายเลขชั้นเปลี่ยนไปเรื่อยๆ วิเวียนก็เริ่มประหม่ามากขึ้นไปทุกทีๆ เธอพยายามนึกคำอธิบายสำหรับเรื่องที่เธอมาที่นี่เผื่อว่าเธอได้เจอฟินนิคกับอีฟเวลินอยู่ด้วยกันทีหลัง
จริงอยู่ที่เธอรู้สึกอึดอัดใจเมื่อรู้ว่าฟินนิคกับอีฟเวลินอยู่ด้วยกัน เพราะฉะนั้นเธอจึงมาส่งเอกสารในนามของคุณฟิลเดอร์ พอทำแบบนั้นแล้ว มันยิ่งดูเหมือนว่าเธอกำลังพยายามจับพวกเขาให้ได้คาหนังคาเขา
ฟินนิคจะเข้าใจฉันผิดและคิดว่าฉันไม่เชื่อใจเขาหรือเปล่า ถ้าเกิดเขาโกรธขึ้นมาล่ะ ขณะที่เธอยืนอยู่ในลิฟต์ วิเวียนก็ตกอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเอง
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ความรักสีคราม
สนุกมาก...