อินทัชรู้สึกได้ว่าอลิษามีท่าทีเปลี่ยนไป หลังจากที่ย้ายเข้ามาร่วมชายคาเดียวกันเธอก็ไม่เย้าหยอกเขาเหมือนแต่ก่อน รวมถึงไม่พูดถึงเรื่องทำลูกแบบธรรมชาติอีก ต่างคนต่างอยู่ เจอหน้ากับเฉพาะมื้ออาหารเท่านั้น
สามีภรรยาในนามใช้ชีวิตไม่ต่างจากก่อนจดทะเบียนสมสรกันเท่าไหร่ ทุก ๆ เช้าทั้งคู่รวมถึงหมออิงอรและหมอพีระจะทานมื้อเช้าด้วยกันพร้อมหน้า หลังจากนั้นต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง อินทัชเข้าสถาบัน ส่วนอลิษาเข้าบริษัทเหมือนกับวันนี้
“พี่ลิษา เรื่องย้ายออฟฟิศนี่พี่เอาจริงเหรอคะ”
ผู้ช่วยอย่างมะปรางเอ่ยถามอลิษาด้วยคำถามเดิมซ้ำ ๆ วันนี้มีประกาศที่น่าตกใจจากผู้บริหารสาว ว่าอีกสองเดือนข้างหน้าจะมีการโยกย้ายออฟฟิศ
มันเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก เพราะปกติแล้วไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอลิษาก็ไม่ยอมย้ายออกจากที่นี่ท่าเดียว ผู้บริหารคนเก่งบอกว่ามันเป็นสถานที่แห่งความทรงจำ ทั้งความรู้สึกผิดหวัง สมหวัง มีความสุข และทุกข์ใจ ทุกอย่างเกิดขึ้นในทาวน์โฮมหลังนี้ เธอไม่ต้องการย้ายไปที่ใหม่แม้บริษัทจะโตขึ้นทุกวัน
“จริงสิ” อลิษาละสายตาจากคอมพิวเตอร์ “มะปรางช่วยหน่อยนะ พี่อยากได้ออฟฟิศที่กว้างพอสำหรับพวกเรารวมถึงพนักงานใหม่ที่จ้างเข้ามา อยากได้ห้องรับรองแขกและห้องคุยงานกับลูกค้าด้วย กลางเมืองใกล้รถไฟฟ้ายิ่งดี ทุกคนจะได้เดินทางสะดวก”
“ทำไมจู่ ๆ พี่ลิษาก็ยอมย้ายล่ะคะ”
“อีกไม่นานพี่ก็จะท้องแล้วล่ะ”
อลิษาบอกกับคนสนิทด้วยรอยยิ้ม มือเรียววางบนหน้าท้องที่ยังแบนราบ ลูบขึ้นลูบลงเบา ๆ อย่างทะนุถนอม แววตาเป็นประกายเต็มไปด้วยความสุข วาดฝันถึงอนาคตที่จะได้อุ้มท้องเด็กคนหนึ่ง ได้เลี้ยงดูจนเขาเติบใหญ่
ลูกของเธอจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายนะ
อลิษาบอกกับอินทัชว่าเธอไม่กังวลกับเพศลูก จะเป็นชายหญิงเธอไม่เกี่ยง รวมถึงไม่ต้องการลูกแฝดเพื่อลดระยะเวลาที่ต้องเป็นสามีภรรยากับอินทัชด้วย เพราะอลิษาเคยอ่านเจอมาว่าเด็กแฝดนั้นจะมีบางอย่างเชื่อมติดกัน ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกหรือความนึกคิด การแยกพวกเขาออกจากกันเป็นการกระทำที่เลวร้ายไม่น่าให้อภัย
เรื่องนี้อินทัชเห็นด้วย เราทั้งคู่จึงตกลงว่าจะปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ เพียงแค่ใช้วิธีทางวิทยาศาสตร์มาช่วยกำหนดระยะเวลาเพื่อความชัวร์ กระตุ้นให้ไข่โตและตกเพื่อปฏิสนธิกับเชื้ออสุจิที่ฉีดเข้ามา และวันนี้ก็เป็นวันแรกที่อลิษาต้องฉีดยาเพื่อกระตุ้นไข่
ผู้บริหารสาวตื่นเต้นจนแทบรอไม่ไหว อีกไม่นานหลังจากนี้เธอจะได้เป็นแม่คนแล้ว เธออยากเห็นหน้าลูกเร็ว ๆ อยากกอด อยากหอม อยากพาไปส่งที่โรงเรียน
“หมายความว่ายังไงคะ พี่ลิษาได้พ่อพันธุ์ที่ถูกใจแล้วเหรอคะ”
“อืม ก็หมออินทัชนั่นแหละ”
“ห๊าา!! เรื่องจริงเหรอคะ”
มะปรางร้องถามเสียงดัง เธอไม่คิดว่าอินทัชจะยินยอมขายสเปิร์มให้อลิษา คุณหมอคนนั้นไม่ใช่ตาสีตาสาที่ไหน ต่อให้เจ้านายเธอยื่นเงินได้เป็นสิบเป็นร้อยล้านก็เป็นไปไม่ได้
“จริงจ้ะ เตรียมเลี้ยงอินทัชจูเนียร์ได้เลยมะปราง”
ผู้ช่วยสาวอ้าปากค้าง ไม่มีเหตุผลที่อลิษาจะต้องโกหก และเธอก็ดูออกว่าอลิษาไม่ได้โกหก แต่มันก็ยังน่าเหลือเชื่ออยู่ดี
“ได้สิ เดี๋ยวพี่จะบอกให้เขาเขียนว่าถึงน้องมะปรางคนสวยด้วย ไม่ต้องห่วง”
“จริงนะคะ! มะปรางมีแรงทำงานแล้วค่ะ ออฟฟิศใหม่ของเราจะต้องดีที่สุด!”
“ดีมากจ้ะ ไปทำงานเถอะ พี่ไปล่ะ”
อลิษาเดินลงมาจากชั้นสาม ผ่านห้องทำงานของน้อง ๆ ที่ชั้นสองก็แวะทักทายเล็กน้อยแต่ไม่ได้อยู่คุยด้วยนาน เธอเดินฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีไปที่รถมินิคูเปอร์สีแดงสด ขาเรียวก้าวขึ้นรถแล้วสตาร์ทออกไปอย่างรวดเร็ว
“มะปราง สรุปเรื่องจริงเหรอ”
พอพ้นหูพ้นตาเจ้านาย ลูกน้องที่แสนดีก็จับกลุ่มเม้าท์มอยกัน หัวข้อในวันนี้ก็ไม่พ้นเรื่องย้ายออฟฟิศที่อลิษาประกาศในการประชุมเมื่อเช้า
“จริงจ้า มาช่วยฉันหาเร็ว อยากได้แบบไหนกัน พี่ลิษาบอกว่าจ่ายไม่อั้น!”
“กรี๊ด! ฉันอยากได้ชั้นสูง ๆ ทำงานในบ้านเตี้ย ๆ มันอึดอัดจะตาย”
โต๊ะของมะปรางถูกเพื่อนร่วมงานรุมล้อมจนหมดช่วงบ่าย วันนั้นมะปรางจึงได้ออฟฟิศที่น่าสนใจให้อลิษาเลือกถึงห้าที่ด้วยกัน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ขย้ำรักเลขา NC-20