“พี่ลิษา ทำไมมาบริษัทอีกแล้วล่ะคะ”
มะปรางรีบเข้าไปประคองร่างอุ้ยอ้ายของอลิษาทันทีที่เห็นเธอเดินออกมาจากลิฟต์ อีกด้านมีคุณหมออินทัชประคองอยู่แล้วก็จริง แต่คนสนิทอย่างมะปรางก็ยังเป็นกังวลอยู่ดี เพราะตอนนี้พี่สาวของเธอท้องโตเกินไป
แค่เจ็ดเดือนครึ่งเท่านั้น แต่ท้องกลับใหญ่เหมือนจะคลอดวันนี้พรุ่งนี้ให้ได้ มะปรางเชื่อแล้วว่าลูกหมูกินจุ เพราะอลิษาไม่ได้อ้วนขึ้นเลย มีแค่พุงที่ขยายใหญ่เท่านั้น
“เบื่อน่ะสิ” อลิษาทิ้งตัวนั่งบนโซฟานุ่มช้า ๆ “อยู่บ้านเฉย ๆ พี่เบื่อ เลยขอพี่อินมาเล่นกับน้อง ๆ ที่ออฟฟิศ”
อินทัชพูดสำทับ “ผมมีเคสครับ ไม่สะดวกพาลิษาไปเที่ยวไหนแก้เบื่อ เลยอยากจะรบกวนฝากภรรยาไว้กับทุกคนวันหนึ่ง”
“ไม่เป็นไรเลยค่ะคุณหมอ ไม่ต้องกังวลนะคะ พวกเราจะดูแลพิ่ลิษาเป็นอย่างดี”
“ขอบคุณครับ”
อินทัชขอบคุณมะปราง ก่อนจะหันกลับมากำชับภรรยา
“ลิษา ห้ามทำอะไรเกินตัวเด็ดขาดนะครับ ไปเข้าห้องน้ำก็ให้น้องติดไปด้วยซักคน อย่าไปคนเดียว”
“ค่ะพี่อิน”
“แล้วก็ห้ามทานของหวานด้วย อย่าลืมนะครับว่าล่าสุดค่าน้ำตาลไม่ค่อยดีเท่าไหร่”
"ค่าาา" อลิษาหน้ามุ่ย ค่าน้ำตาลเกินมานิดเดียวเอง แต่อินทัชพูดถึงไม่หยุด
ที่จริงอลิษาคุมอาหารการกินได้ดีมาตลอด แต่พอเข้าไตรมาสที่สาม เธอก็อยากกินแต่ของหวาน เค้ก ขนม น้ำผึ้ง เครื่องดื่มหวาน ๆ อลิษากินได้หมด เพียงแค่เดือนเดียวน้ำหนักก็พุ่งขึ้นมาสามกิโลกรัม และระดับน้ำตาลก็เกินเกณฑ์ของผู้หญิงตั้งครรภ์ไปนิดหน่อย เพราะแบบนี้คุณสามีเลยเข้มงวดมากขึ้น
แต่ครั้งนี้อลิษาเข้าใจแล้ว คุณหมอเข้มงวดเพราะห่วงเธอและลูกมาก ดังนั้นเธอจะไม่ดื้อ
คุณหมอต้องไปทำงานต่อ ก่อนไปอินทัชไม่ลืมย้ำเรื่องเดิมอีกครั้ง ขนาดเดินไปที่ลิฟต์แล้วยังหันกลับมามองด้วยสายตาเป็นกังวล
โดดงานได้คงทำไปแล้ว
“พี่ลิษา คุณหมอเขาดูกังวลมากเลยนะคะ”
“เขาก็เป็นแบบนี้แหละ” อลิษาบอกมะปรางยิ้ม ๆ “คุณหมอเป็นคนชอบคิดมาก ชอบคิดอะไรซับซ้อนมาแต่ไหนแต่ไร”
“ส่วนพี่ลิษาไม่ชอบคิดอะไรซับซ้อน”
“ก็จริง มันปวดหัวนี่”
มะปรางหัวเราะ อลิษาอายุมากกว่าเธอตั้งสองปี แต่บางครั้งกลับทำตัวเป็นเด็ก ๆ ที่ไม่ชอบคิดอะไรเยอะ ๆ ท้องป่องขนาดนี้ยังซนไปเรื่อย
“งานเป็นยังไงบ้าง ช่วงต้นปีคนแต่งงานกันเยอะ พี่ไม่ค่อยได้ช่วยทุกคนเท่าไหร่เลย”
อลิษาที่ดูเหมือนเด็กน้อยเวลาเล่น กลับจริงจังขึ้นมาทันทีถ้าเป็นเรื่องของงาน มะปรางเองก็หยุดพูดเล่นแล้วรายงานเรื่องงานต่าง ๆ ให้อลิษาฟังอย่างละเอียด
“มะปรางดูแลงานแทนพี่ได้ดีมากนะ”
“พี่ลิษาช่วยได้มากเลยค่ะ งานทุกอย่างมันจะไปต่อไม่ได้เลย ถ้าไม่ได้พี่ลิษาช่วยให้คำแนะนำ”
“มะปรางเข้าใจค่ะ”
“ลองเก็บเอาไปคิดอีกทีนะ พี่ไว้ใจมะปรางเพราะมะปรางทำงานกับพี่มานาน เริ่มต้นกับบริษัทนี้มาด้วยกัน ไม่มีใครเหมาะสมจะมาดูแลสิ่งที่พี่รักได้เท่ามะปรางอีกแล้ว” อลิษาปิดท้ายด้วยรอยยิ้ม เมื่อหมดเรื่องจริงจังเธอก็กลับมาพูดเรื่องทั่วไปตามปกติ
“พี่อยากกินเค้กจัง”
“คุณหมอบอกว่าไม่ให้กินค่ะ”
“ชิ้นเดียวก็ไม่ได้เหรอ”
“ไม่ค่ะ”
มะปรางตีสีหน้าดุ ดูแล้วก็เหมือนอินทัชไม่มีผิด อลิษาหัวเราะคิกก่อนจะหยิบแฟ้มงานมาอ่าน ปล่อยให้ผู้ช่วยกลับไปทำงานต่อ
ที่จริง.. อลิษาเป็นเวิร์คกิ้งวูแมนมาตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ ทำงานตั้งแต่เป็นเด็กเสิร์ฟในร้านอาหารและผับ จนถึงได้เข้าไปในวงการมายา กระทั่งมีบริษัทและบริหารมันด้วยตัวเอง เธอทำงานเจ็ดวันต่อสัปดาห์ ทุกอย่างคืองาน หายใจเข้าออกเป็นงาน ไม่เคยคิดมาก่อนว่าวันหนึ่งคนบ้างานแบบนี้จะหยุดทำงานได้ แต่พอมีลูก.. อลิษาก็กลับมาคิดว่าเธอควรต้องลดเรื่องงานลงอย่างจริงจัง
เธออยากมีเวลาให้ลูก ๆ มากที่สุด อยากเป็นคนดูแลลูกเองตั้งแต่ตื่นยันเข้านอน อยากไปส่งลูก ๆ ที่โรงเรียน อยากอยู่ในทุกช่วงเวลาของลูกไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ ดีใจหรือร้องไห้ ผิดหวังหรือสมหวัง
ลูกเป็นเด็กแค่ครั้งเดียว พอเติบใหญ่ก็ต้องมีชีวิตเป็นของตัวเอง อลิษาเลยไม่อยากพลาดช่วงเวลาที่ได้มองลูกเติบโตแม้แต่วินาทีเดียว
ที่สำคัญ.. ช่วงที่ไม่ได้เข้าบริษัท เธอได้ใช้เวลาว่างลงครัวช่วยป้าจิตเตรียมอาหารทุกวัน แล้วก็ค้นพบว่าความจริงแล้วตัวเองนั้นทำอาหารได้ค่อนข้างดี จดจำวิธีการทำได้เร็วจนป้าจิตยังเอ่ยชม อลิษาเลยคิดจริงจังว่าถ้าเธอทำงานน้อยลง แล้วหันมาโฟกัสกับพ่อแม่ สามี และลูก ๆ เธอก็น่าจะหน้าที่ตรงนี้ทำได้ดีไม่แพ้เรื่องงาน
อลิษาไม่ได้จะทิ้งบริษัทที่สร้างมากับมือเสียหน่อย หันไปเป็นที่ปรึกษา แต่ก็ยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุด ต่อให้มะปรางนั่งเก้าอี้ผู้บริหาร แต่ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ต้องผ่านเธอและอินทัชก่อนอยู่ดี เธอคิดทุกอย่างมาดีแล้ว ทั้งเรื่องงาน และคนที่จะมาทำตรงนี้แทนเธอ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ขย้ำรักเลขา NC-20