หลินไป๋หลัน นิยาย บท 72

เช้าวันรุ่งขึ้นจวนสกุลหลิน วันนี้เฉินหยวนเล่าว่าได้ร่างแบบให้นายช่างเริ่มก่อสร้างศูนย์แล้ว และให้องค์ไท่จื่อเป็นผู้จัดการเรื่องประกาศให้ขอทานและคนเร่ร่อนมาลงชื่อเข้าพักอาศัย ไป๋หลันจึงมอบแหวนมิติให้บิดาอีกวงหนึ่งในนั้นมีของทุกอย่างเหมือนกันกับศูนย์ที่เมืองหนานเหอแต่จะมีจำนวนมากกว่าเพราะในเมืองหลวงมีพื้นที่กว้างขวางมาก

            นางลองไปสำรวจพื้นที่จริงแล้ว ทำเลเหมาะมากสำหรับการเพาะปลูก ส่วนเรื่องการสร้างอาชีพนั้นนางให้ท่านพ่อทำโรงเพาะเห็ดนางฟ้าขนาดกลางจำนวนสิบหลังนางวาดแบบเอาไว้ให้ท่านเรียบร้อย ส่วนเห็ดที่จะเพาะปลูกนั้นคือเห็ดนางฟ้า นางเขียนรายละเอียดเอาไว้ทุกอย่างตั้งแต่ขั้นตอนการบรรจุเพาะเชื้อและการเก็บเกี่ยว ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยต่าง ๆ นางค่อยหาเวลาพูดคุยกันอีกครั้ง

            วันนี้ไป๋หลันและสหายเดินทางมาร้านน้ำชาสายกว่าทุกวัน ส่วนพี่ชายของนางออกมาแต่เช้าระหว่างเดินทางไป๋หลันสอบถามสหายเกี่ยวกับเรื่องของคุณหนูเมิ่งซูฮวาว่านางรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร

    "มีมี่คุณหนูเมิ่งซูฮวาอะไรนั่นสวยหรือไม่" ไป๋หลันเอ่ยถามด้วยความอยากรู้เพราะนางไม่มีโอกาสได้พบหน้าสตรีผู้นั้นเลย

    "นางเป็นสตรีที่สวยงดงามมาก..." มีมี่เอ่ยพร้อมกับหันไปยิ้มกับสหายด้วยใบหน้ายียวน 'หึ...เป็นไงใจแป้วเลยสิท่า กลัวท่านประมุขจะเผลอไผลหลงเสน่ห์นางละสิ'

      ไป๋หลันมองหน้าสหายอย่างรู้ทันว่านางคิดอ่านเช่นไรหนอย...

    "งดงามเทียบเท่าคุณหนูหลี่ฟางเซียนหรือไม่ข้าว่าคุณหนูหลี่ฟางเซียนงดงามยิ่งนัก" ไป๋หลันเอ่ยพร้อมกับหันไปสบตาสหายอย่างเจ้าเล่ห์

    "เจ้า!! วันนี้ข้าคงต้องสั่งสอนนางชะนีขี้จุ๊อย่างเจ้าเสียหน่อยกระมัง" ว่าแล้วมีมี่ก็เอื้อมมือหมายคว้าตัวสหายมาทำโทษด้วยการยีหัวเล่น แต่สหายกลับรู้ทันหลบหลีกได้

    "นางกระเทยภูธรแน่จริงก็จับข้าให้ได้สิ แบร่..." ไป๋หลันที่วิ่งหนีแล้วหันหน้ามาท้าทายแล้วแลบลิ้นปลิ้นตาหลอก

    "หนอย...เจ้าว่าใครเป็นกระเทยข้าหญิงแท้นะ หยุดเดี๋ยวนี้นางชะนี..." มีมี่วิ่งไล่ตาม พร้อมตะโกนเสียงดังไม่หยุด

     ทางด้านตงชุนที่ได้ฟังคำสนทนามาตั้งแต่ต้นและได้เห็นท่าทางของทั้งสองคนก็ให้นึกสงสัย 'นี่พวกนางเป็นสหายกันจริง ๆ หรือ เท่าที่ตนเคยเห็นไม่มีสหายคนไหนพูดจาว่ากล่าว แหนบแนมกันต่อหน้าเช่นนี้หรอกขืนกล่าวหากันรุนแรงคงได้ตัดสัมพันธ์กันแน่ แล้วที่เรียกว่ากระเทย มันหมายความว่าอย่างไรกัน แล้วว่าที่นายหญิงทำไมถึงเป็นชะนีกัน?' ตงชุนได้แต่ครุ่นคิดอยู่ในใจ

  ทั้งสองวิ่งเข้ามาในร้านด้วยอาการเหนื่อยหอบผมเผ้ายุ่งเหยิง

    "พวกเจ้าไปฟัดกับสุนัขที่ไหนมาถึงได้มีสภาพเช่นนี้" เฉินหยางเอ่ยถามน้องสาว เมื่อเห็นสภาพที่ไม่น่าดู

  "ก็สุนัขแถวนี้แหละพี่ใหญ่ พวกข้าฝึกซ้อมเอาไว้ เผื่อเจอสุนัขรอบกัดตัวนั้นจะได้ต่อกรกับมันได้" ไป๋หลันเอ่ยเสียงสดใส

    เอาเถอะ ๆ ทำอะไรก็ระมัดระวังตัวกันให้ดี แต่พี่ชักจะเริ่มกลัวแทนสุนัขตัวนั้นเสียแล้วที่คิดมาเล่นงานเจ้า" เฉินหยางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

   "ทำอะไรกันอยู่หรือ เอ...ดูเหมือนพวกเจ้ากำลังถูกพี่ชายอบรมอยู่เลย" หนานเฟยเทียนเอ่ยถาม วันนี้เขาปลีกตัวมาหาสหายตัวน้อยของเขาหลังจากที่ไม่ได้พบเจอกันมาหลายวัน เพราะมัวยุ่งอยู่กับการก่อสร้างศูนย์

   "คาราวะองค์ไท่จื่อพะย่ะค่ะ/เพคะ" ทั้งสามเอ่ยขึ้นพร้อมกับย่อกายเคารพอย่างนอบน้อม

   "พวกเจ้าตามสบายเถิด ไป๋หลัน มีมี่ เจ้าสองคนใกล้จะถึงวันเดินทางไปสำนักเซียนแล้วใช่หรือไม่" หนานเฟยเทียนเอ่ยถาม จริงแล้วเขาไม่อยากให้สหายไปเลย เมืองหลวงดูน่าอยู่และมีชีวิตชีวามากขึ้นและไม่น่าเบื่อเมื่อมีพวกนางอยู่ อย่างน้อยเขาก็มีที่ให้หลบมาพักพิงและมีคนพูดคุยด้วยอย่างถูกคอ

   "เพคะองค์ไท่จื่อ เชิญพระองค์เสด็จขึ้นชั้นบนเถิดเพคะ" ไป๋หลันเอ่ยขึ้นอย่างสุภาพเพราะด้านล่างมีผู้คนอยู่จำนวนมาก

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: หลินไป๋หลัน