หลินไป๋หลัน นิยาย บท 75

แสงแดดที่สาดส่องกระทบผ้าม่านที่ปลิดปลิวไสวตามแรงลมของรถม้าที่กำลังวิ่งด้วยความเร็ว ผ่านทิวเขาลำเนาไพรน้อยใหญ่เขียวขจี ร่างบางสองร่างนอนกอดก่ายกันอย่างเพลิดเพลินกับแรงโยกเบา ๆ คล้ายขับกล่อมให้หลับใหลได้เป็นอย่างดี จนกระทั่งท้องน้อย ๆ ของทั้งคนคู่เริ่มประท้วงขึ้นมาด้วยความหิว 

ไป๋หลันลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วเปิดผ้าม่านหน้าต่างรถม้าออกมองดูด้านนอก แต่มองไปทางไหนก็พบกับต้นไม้ใบหญ้าไม่มีแม้แต่บ้านเรือนสักหลัง

'ไปเรียนหรือไปบวชชีกันแน่ ทำไมเหมือนตัดขาดทางโลกเลย มีแต่ภูเขาและต้นไม้ ' ไป๋หลันคิดในใจ

หลังจากพักกินข้าวและพักม้าได้สักครู่ก็ออกเดินทางกันต่อ เวลาผ่านไปราว ๆ สองชั่วยามนางก็เริ่มสังเกตเห็นรถม้าด้านหน้ารำไร คงเป็นพวกเดียวกันที่จะไปสำนักเซียนเป็นแน่นางพรูลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกที่มีเพื่อนร่วมเดินทาง…

เมื่อใกล้ถึงสำนักเซียนโอสถ รถม้าก็เริ่มทยอยมาเพิ่มมากขึ้นจึงต้องชะลอความเร็วลง เพราะเส้นทางที่คับแคบ เมื่อมาถึงบริเวณเชิงเขารถม้าก็หยุดลงเพราะไปต่อไม่ได้ ด้านหน้ามีรถม้าอีกหลายคันมาจอดเทียบเคียงบ่งบอกว่าสิ้นสุดการเดินทางของรถม้าแล้ว

"คุณหนูขอรับ รถม้าไม่สามารถเข้าไปถึงด้านบนได้คงต้องเดินเท้ากันเข้าไปอีกสักหน่อยขอรับ" คนบังคับม้าเอ่ยขึ้น

"เข้าใจแล้ว ขอบคุณพี่ชายทั้งสองมาก" ไป๋หลันเอ่ยพร้อมกับก้าวลงจากรถม้าและตามมาด้วยมีมี่ที่ก้าวลงมา

"ขอบคุณทั้งพี่ชายทั้งสองมากที่มาส่ง'' มีมี่เอ่ยขอบคุณ

"พวกท่านกลับไปได้แล้ว ข้าและมีมี่จะเดินขึ้นไปด้านบนเขากันเอง" ไป๋หลันเอ่ยพร้อมกับหยิบถุงเงินออกมาให้ทั้งสองคน

"พวกข้าน้อยรับไว้ไม่ได้หรอกขอรับคุณหนู นายท่านให้พวกข้าน้อยไว้มากแล้วขอรับ" 

"พวกท่านรับไว้เถิดมิต้องเกรงใจ ข้ารวย..." ไป๋หลันเอ่ยแกมกระซิบอย่างหยอกล้อ พวกเขาก็เหมือนกับคนในครอบครัว นางไม่ได้คิดข่มเหงหรือคิดว่าพวกเขาต่ำต้อยกว่าเลยแม้แต่น้อยดังนั้นพวกเขาจึงทั้งรักและเทิดทูนครอบครัวของนางเป็นอย่างมาก

"ใช่ ๆ พี่ชายช่วยนางใช้เงินหน่อยเถิดประเดี๋ยวเงินจะทับนางตายเสียก่อนฮิ ฮิ" มีมี่เอ่ยเย้า แล้วหยิบถุงเงินไปใส่ไว้ในมือของทั้งสองคน บ่าวชายทั้งสองหัวเราะชอบใจด้วยความน่ารักของคุณหนูทั้งสอง จนคนรอบข้างยืนมองกันเป็นตาเดียวด้วยความคิดที่แตกต่างกันออกไป

การเดินทางในครั้งนี้ทำให้นางและสหายนึกถึงการเดินทางไกลของลูกเสือ มีผู้ร่วมเดินทางทั้งบุรุษและสตรี บางคนก็ถือห่อเอง ผ้าบางคนก็มีคนช่วยถือ บางคนก็เดินตัวเปล่านางจึงวิเคราะห์เล่น ๆ ว่า คนที่ไม่มีสัมภาระต้องเป็นบุตรที่มีฐานะร่ำรวยมาก ๆ เพราะการจะครอบครองแหวนมิตินั้นไม่ใช่ใครก็จะหาซื้อมาได้ด้วยราคาค่างวดที่แพงลิบลิ่ว ยกเว้นนางที่พรโกงของท่านปู่เทพ

เดินเท้ามาได้ประมาณหนึ่งชั่วยามก็ถึงประตูทางเข้าสำนักไป๋หลันและมีมี่เดินกันช้า ๆ หยุดพักบ้างเพราะมันเป็นทางขึ้นเขาที่ค่อนข้างชัน มีเพื่อนร่วมทางที่คอยทักทายกันบ้างแต่มีไม่เยอะเท่าไรนัก หรืออาจจะทยอยขึ้นมาก่อนหน้าบ้างแล้วก็เป็นได้

ด้านหน้าประตูทางเข้ามีคนยืนอยู่สี่คน ดูแล้วน่าจะเป็นศิษย์รุ่นพี่เพราะอายุยังไม่มากเท่าไรแต่งกายเรียบร้อยแต่ใส่อาภรณ์ต่างสีกัน ไป๋หลันและมีมี่เดินเข้าไปพร้อมกับยื่นหยกสีเขียวที่อาจารย์หม่าชิงหลุนมอบให้กับศิษย์พี่ที่ตรวจคนเข้าสำนักอยู่ พวกเขาดูอ้ำอึ้งไม่ยอมให้พวกนางเข้าไปเหมือนคนอื่น ๆ

"ประเดี๋ยวก่อนแม่นาง พวกเจ้าเป็นศิษย์ของอาจารย์หม่าชิงหลุนหรือ?" บุรุษใส่ชุดสีขาวเอ่ยถามขึ้น

"เจ้าค่ะพี่ชายพวกข้าเป็นศิษย์ของอาจารย์หม่าชิงหลุน" ไป๋หลันเอ่ยตอบ

"น่าแปลกข้าไม่เห็นรู้เรื่องเลยว่าอาจารย์หม่ารับศิษย์" บุรุษสวมชุดสีฟ้าเอ่ยด้วยความแปลกใจเพราะท่านอาจารย์ต่างเป็นที่รับรู้โดยทั่วกันว่าท่านไม่เคยรับศิษย์สายตรงเลยสักคนเดียว

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: หลินไป๋หลัน