บริเวณหน้าห้องอาหาร
ฟู่อี้ชวนแจ้งว่าจองโต๊ะไว้แล้ว พนักงานจึงพาเขาเดินไปที่โต๊ะ ระหว่างทาง เขาหันไปมองด้านข้างโดยไม่ตั้งใจ แล้วกวาดสายตา จากนั้นเขาก็ชะงักเล็กน้อย
สายตาจับจ้องไปยังผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งอยู่ด้านในโต๊ะหนึ่ง อีกฝ่ายก็ยกเมนูขึ้นมาบังใบหน้าไว้พอดี
เมื่อครู่ เพียงเสี้ยววินาที เขารู้สึกเหมือนกับว่าเห็น...
ซูมั่ว
จากนั้นเขาก็เดินตามพนักงานไป แต่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่เดิม และกำลังจะได้เห็นด้านข้างใบหน้าของอีกฝ่าย
แต่กลับมีเสาต้นใหญ่บังสายตาของเขาไว้พอดี
พอมองอีกที ก็เห็นเพียงแค่ด้านหลังศีรษะของหญิงสาวคนนั้นแล้ว
ผมสั้น...
ไม่ใช่ซูมั่ว เพราะซูมั่วไว้ผมยาว
อีกอย่าง ตอนนี้เธอยังนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล จะมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน
ฟู่อี้ชวนจึงละสายตากลับมา สีหน้าว่างเปล่า รู้สึกว่าตัวเองคงตาฝาดไปเอง
แล้วอีกอย่างก็คือ เพราะซูมั่วบล็อกเขา เขาเลยอารมณ์เสียมาตลอดทั้งเช้า แม้กระทั่งเอกสารก็ยังไม่ได้เซ็นเลย ดังนั้นตอนนี้เลยกลายเป็นคนอารมณ์แปรปรวนนิดหน่อย เห็นใครก็คิดว่าเป็นเธอไปหมด
โต๊ะที่นั่งใกล้กับประตู
พอรู้สึกว่าเขาน่าจะเดินไปแล้ว ซูมั่วจึงค่อยๆ วางเมนูลง หัวใจที่เต้นแรงด้วยความตกใจยังไม่สงบลง
เธอไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตัวเองถึงต้องหลบหน้าเขา ในเมื่อหย่ากันไปแล้ว เธอกับฟู่อี้ชวนก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันอีกแล้ว
แต่ถึงอย่างนั้น...
เธอก็ยังปิดบังเรื่องนี้กับหลีโย่วและรุ่นพี่ เธอมองว่าการแต่งงานครั้งนี้เป็นอดีตที่ไม่น่าจดจำ และก็ไม่อยากบอกให้ใครรู้
เพราะฉะนั้นถ้าเลี่ยงได้ก็ขอเลี่ยงไว้ก่อนดีกว่า ไม่ใช่เพราะเธอกลัวฟู่อี้ชวน แค่รู้สึกอายก็เท่านั้นเอง
“ซูมั่วเธอเป็นอะไรหรือเปล่า หน้าดูไม่ค่อยดีเลย” โจวจิ่งที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม พูดด้วยความเป็นห่วง
“ไม่เป็นไรค่ะ อาจเป็นเพราะเมื่อเช้าไม่ได้กินข้าว เลยน้ำตาลตกนิดหน่อย” ซูมั่วยิ้มตอบ
หลีโย่วนั่งอยู่ข้างๆ เผลอพูดขึ้นโดยไม่รู้ตัวว่า “ตอนเช้าเธอไม่ใช่ว่า…ซี้ด”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: นับเวลาสามสิบวัน ฉันจะเป็นอิสระ