ฟู่อี้ชวนชะงักค้างอยู่ในท่าเปิดประตู เขาเอียงหน้าพลางปฏิเสธ
“ฉันเปล่า”
“เหอะ ๆ นายหลอกใครอยู่? นายหลงรักเธอแล้วชัด ๆ ถึงได้เลิกชอบฉัน แถมยังจะไล่ฉันไปด้วย” เย่ซินหย่ากำมือแน่นพลางว่า
ฟู่อี้ชวนขมวดคิ้ว แล้วตอบด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
“ที่เลิกชอบเธอมันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับที่ฉันชอบหรือไม่ชอบซูมั่ว ฉันบอกแล้วนี่ว่าพวกเราจบกันตั้งแต่เมื่อสองปีก่อนแล้ว”
“เธอถึงกับหักหลังฉัน ไปจากฉันเพื่อเงิน ระหว่างพวกเรามันเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว”
เย่ซินหย่ายังคงไม่เชื่อ เห็นชัด ๆ ว่าเป็นเพราะฟู่อี้ชวนหลงรักซูมั่วไปแล้ว ถึงได้หมดรักเธอ
“ตอนที่ฉันเพิ่งกลับประเทศ นายเคยบอกฉันว่าไม่ถือสา บอกว่าให้อภัยฉันได้” เย่ซินหย่าพูดทั้งที่สะอื้นไห้
“ตอนนั้นฉันจะไปสู้กับปู่ของนายได้ยังไง? เขาขู่ฉันให้ออกไป ฉันจะยังทำอะไรได้? นายจะให้ฉันถูกปู่นายขับออกจากเมืองหลวงงั้นเหรอ?”
ฟู่อี้ชวนเม้มปาก “ฉันไม่ถือถ้าจะได้เป็นเพื่อนกับเธออีกครั้ง ไม่ได้หมายถึงว่าจะเริ่มความสัมพันธ์เป็นคนรักกับเธอใหม่”
เขาเองก็เพิ่งมาทบทวนทีหลัง แม้กับเย่ซินหย่านั้นยังคงเข้าใกล้ชิดกันได้ แต่ที่สุดแล้วก็ก้าวข้ามไปถึงขั้นสุดท้ายนั่นไม่ได้แล้ว ขณะเดียวกันเขาก็เกิดความรู้สึกผิดและรู้สึกว่าทรยศซูมั่ว
ดังนั้น เดิมทีที่เขาคิดว่าตัวเขาเองชอบเย่ซินหย่า ก็เป็นเพียงแค่การ “คิดว่า” เท่านั้น เพราะอันที่จริงเขาไม่ได้ชอบเธออีกแล้ว
“นายอย่ามาทำเป็นพูดดีอยู่ตรงนี้หน่อยเลย เป็นเพื่อนกันธรรมดาอะไร เพื่อนจูบกันได้ นอนอยู่ในห้องเมียนายได้??” เย่ซินหย่าพูดจาเสียดสีด้วยความโมโห
“นายยังรักฉันอยู่ ทำไมถึงไม่ยอมรับ? พวกเรามีความรักให้กันมาตั้งสามปี เลิกกันไปแค่สองปีคงไม่ถึงกับหมดความรักต่อกันไปแล้วมั้ง นอกเสียจากว่านายไม่ได้ชอบฉันจริง ๆ มาตั้งแต่ต้น” เธอเริ่มพูดปั่น
“ฉันยอมรับว่าการที่ไปต่างประเทศเป็นการที่ฉันทำผิดต่อนาย แต่ฉันไม่มีทางเลือก ฉันเองก็เป็นผู้เคราะห์ร้ายหมือนกัน!”
“ถ้านายรักฉัน ตอนนั้นนายก็น่าจะไปต่างประเทศกับฉัน น่าจะปกป้องฉันตอนที่ฉันโดนปู่นายข่มขู่ ไม่ใช่ไม่ทำอะไรเลย มองฉันจากไปทั้งอย่างนั้น แถมกลับมาแล้วก็ยังมาไม่พอใจฉันอีก!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: นับเวลาสามสิบวัน ฉันจะเป็นอิสระ