บทที่260 ความฉลาดของหลี่ฝางลึกซึ้งมาก
“เกินไปเหรอ?”
“ผมได้ยินว่า เคยมีผู้หญิงคนหนึ่ง คุกเข่าต่อหน้าคุณที่ร้านกลางคืน คุกเข่าอยู่ครึ่งชั่วโมง สุดท้ายคุณก็ไม่สนใจเธอ ……”
“ผมยังได้ยินว่า มีผู้หญิงคนหนึ่งพอถูกคุณทิ้ง ก็กระโดดตึกฆ่าตัวตาย ……”
“ผมไม่ได้ปรักปรำคุณสินะ?”
“เทียบกับเรื่องพวกนั้นที่คุณทำแล้ว ผมว่าผมให้คุณคลานแบบหมา ถือว่าบุญไม่น้อยแล้ว”หลี่ฝางมองส้งเสียง พูดนิ่งๆ
ได้ยินคำนี้ สีหน้าของส้งเสียง ก็ดูแย่สุดๆ
หลายปีนี้ ส้งเสียงเล่นกับผู้หญิงมาจำนวนมาก ทั้งนักเรียนมอปลาย มหาวิทยาลัย ส่วนมากก็เป็นผู้หญิงวัยแรกแย้มทั้งนั้น
พอเล่นเสร็จ ส่วนมากส้งเสียงก็ทิ้งพวกเธออย่างไม่ไยดี
เนื่องจากตระกูลส้งเป็นตระกูลใหญ่และธุรกิจใหญ่ มีอำนาจอิทธิพล ถึงแม้ส้งเสียงทำเรื่องที่เกินไปแค่ไหน ก็ไม่มีใครกล้าสืบถึงที่……
รวมถึงผู้หญิงที่ตายคนนั้น ตำรวจแค่มั่นใจว่าฆ่าตัวตาย แต่ไม่ได้สร้างปัญหาใดๆให้ส้งเสียง
และหลี่ฝาง ที่จริงก็อยากสั่งสอนสัตว์เดรัจฉานตัวนี้มานานแล้ว
ก็แค่ ไม่เคยหาโอกาสที่เหมาะสมได้เท่านั้น
และตอนนี้ โอกาสมาแล้ว หลี่ฝางจะปล่อยเขาไปง่ายๆได้ไง?
หลี่ฝางพูด โบกมือไปที่โหจื่อ
โหจื่อเดินเข้ามา ยื่นเงินถุงหนึ่งให้หลี่ฝาง
หลี่ฝางหัวเราะ พูด:“แน่นอน ผมก็ไม่ให้คุณคลานฟรีๆ เงินพวกนี้เอาให้คุณ ถือว่าจ้างคุณมาแสดงที่ผับเรา”
หลี่ฝางเอาเงินยื่นไปที่ส้งเสียง
กระเป๋านี้ มีอยู่ห้าแสนกว่าเต็มๆ บางทีเงินนี้ สำหรับคนทั่วไปแล้ว ก็มากมายนับไม่ถ้วน
แต่สำหรับส้งเสียงแล้ว น่าจะเป็นเงินใช้จ่ายถึงสามเดือนได้
ใครจะไปคลานเหมือนหมา เพื่อเงินสองสามเดือนล่ะ?
อีกอย่างยังต่อหน้าคนตั้งมากมายด้วย!
ส้งเสียงไม่รับ สวมบิกินี่ไปรูดเสาเต้น ก็ถือว่าสุดๆของเขาแล้ว
จะคลานตามหมาอีก ส้งเสียงทำไม่ได้
ส้งเสียงส่ายหน้า พูดอย่างเย็นชา:“หลี่ฝาง ครอบครัวคุณรวย แต่ไม่ได้หมายความว่าครอบครัวคุณจะทำอะไรไม่สนกฎหมายได้”
“ที่ตู้ต้าไห่มีจุดจบต้องล้มละลาย เพราะว่าเชื่อคำพูดใส่ร้าย ถูกพ่อคุณหลอก”
“และครอบครัวผม กับตระกูลหลี่ของคุณก็ไม่ได้เกี่ยวข้องทางด้านการเงินเลยสักนิด คุณอยากให้พวกเราตระกูลส้งล้มละลาย ก็ไม่มีทาง”
ส้งเสียงทำเสียงในลำคอ พูด:“ผมไม่เล่นแล้ว”
“ใครบอกว่าจะต้องมีการติดต่อทางการเงิน ถึงทำให้ตระกูลส้งของคุณล้มละลายได้”
หลี่ฝางหัวเราะ พูด:“ตระกูลส้งของพวกคุณ ช่วงนี้ลงคุณโครงการไปไม่น้อยนี่?”
“แน่นอน โครงการพวกนี้ ไม่ใช่ของพวกเราตระกูลหลี่ แต่ถ้าตระกูลหลี่ลงมือขัดขวาง โครงการพวกนี้ จะทำได้ต่อไปอย่างราบรื่นเหรอ?”
“ผมยังได้ยินว่าตระกูลส้งมีโรงพิมพ์ มลพิษแย่มาก เอางี้ไหม ผมโทรหาสวีจื่อโห้ให้ ให้เขาสืบดูดีๆ”หลี่ฝางพูดจบ ก็หัวเราะอย่างเยือกเย็น
หลี่ฝางพูดคำนี้ไป หน้าของส้งเสียง ก็เปลี่ยนทันที
เขาดูหวาดกลัวมาก โรงพิมพ์นั้น ถึงแม้กำไรต่อเดือนจะสูงถึงหลักล้าน แต่ขณะเดียวกันก็นำมลพิษมาให้ประชากรของเมืองตงไห่อย่างมากด้วย
ก็แค่ หลายๆแผนกถูกตระกูลส้งติดสินบนไปแล้ว
อีกอย่าง โรงพิมพ์ของตระกูลส้งก็ปกปิดสุดๆ ไม่ทำงานตอนกลางวัน จะทำตอนดึก
“คุณจับตาดูตระกูลส้งของเรานานแล้ว ใช่ไหม?”เวลานี้ ส้งเสียงก็มองสีหน้าหลี่ฝาง ดูน่ากลัวสุดๆ
หลี่ฝางได้แต่ยิ้มนิ่งๆ ไม่พูดอะไร
หลี่ฝางไม่ใช่ทายาทรุ่นสองที่เอาแต่นั่งกินนอนกินอย่างเดียว
ตอนที่หลี่ฝางเริ่มก่อตั้งธุรกิจ หลี่ฝางก็ไปหาลุงเฉียน ให้ลุงเฉียนจับตาดูการเคลื่อนไหวของตระกูลส้งกับตระกูลโจว
มีข่าวคราวใดๆ จะต้องรายงานทันที
และโรงพิมพ์นั้น หลี่ฝางในฐานะคนตงไห่ ก็ได้ยินเรื่องนี้มานานแล้ว ดังนั้นจึงให้ลุงเฉียนให้คนไปเป็นสายลับที่โรงพิมพ์ของตระกูลส้ง ถ่ายรูปที่จัดการน้ำเน่าเสียมาหลายใบ
ถ้ารูปอยู่ในมือตำรวจ งั้นตระกูลส้ง ก็จะเผชิญหน้ากับความรับผิดชอบทางอาญาแน่นอน
นอกจากนี้ ช่วงนี้ตระกูลโจว ก็ขายอสังหาริมทรัพย์ไปไม่น้อย น่าจะขายไปประมาณห้าสิบล้านกว่าหยวน
พ่อของโจวเจ๋ เตรียมเอาอุตสาหกรรมทั้งครอบครัวของตัวเอง ไปลงทุนที่บริษัทมีเดียของโจวเจ๋
หลี่ฝางก็ได้ยินข่าวมาก่อน จึงให้โจวหยางกลับไปที่บ้าน ให้นำหน้าไปก่อน โดยคว้าเงินสดห้าสิบล้านของพ่อตัวเองมา
ถึงแม้ทางหลี่ฝาง ไม่ขาดเงินห้าสิบล้านนี้ แต่หลี่ฝางกับโจวหยางต่างไม่หวังให้ห้าสิบล้านนี้ ตกไปอยู่ในมือของโจวเจ๋
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: NO.1 คุณชายอันดับหนึ่ง