“ใช่ค่ะ คุณพ่อเป็นคนบอก” เด็กหญิงไม่รู้ว่าตัวเองได้เปิดโปงนัทธีเข้าให้แล้ว เธอพยักหน้าอย่างว่าง่าย
วารุณีนวดตรงช่องว่างระหว่างคิ้วเบา ๆ เธอทั้งโมโหทั้งรู้สึกตลก
เธอคิดไม่ถึงว่า นัทธีจะหน้าไม่อายแบบนี้ โน้มน้าวให้เด็กมาบอกให้เธอให้อภัยเขา
แต่ความจริงใจในระยะนี้ของเขา เธอเองก็เห็นอยู่กับตา เด็กหญิงเองก็ยอมรับเขาใหม่อีกครั้ง อารัณถึงแม้จะยังไม่ยอมรับ แต่ดูจากท่าทางแล้ว ก็คงอีกไม่นาน
ในเมื่อเป็นแบบนี้ งั้นรอถึงพรุ่งนี้ ก็ยกโทษให้เขาแล้วกัน เพราะถึงยังไงเขาก็เป็นเหยื่อที่ถูกปิดหูปิดตาคนหนึ่ง ถ้าเปลี่ยนเป็นเธอ บางทีเธอก็อาจจะทำกับเขาแบบนั้นเหมือนกันก็ได้
ดังนั้น เขาเมินเฉยต่อเธออยู่หลายวัน เธอเองก็เมินเฉยกลับไปหลายวันเหมือนกัน ก็ควรที่จะหายกันแล้ว
คิดไป วารุณีก็ตบที่ไหล่ของเด็กหญิงเบา ๆ “เอาหล่ะ ไปบอกคุณพ่อ วันเกิดของเขาพรุ่งนี้ หม่ามี๊จะให้ของขวัญที่เขาชอบกับเขา”
“ค่ะ” เด็กน้อยตอบรับหนึ่งครั้ง และหมุนตัวเดินออกจากห้องทำงานไป
“เป็นยังไงบ้าง บอกหม่ามี๊หรือยัง?” ภายในห้องรับแขก นัทธีเห็นเด็กหญิงเดินออกมา เขาอุ้มเด็กหญิงขึ้นมาพลางเอ่ยถาม น้ำเสียงร้อนรนเป็นอย่างมาก
เด็กสาวพยักหน้า “บอกหม่ามี๊แล้วค่ะ”
“แล้วหม่ามี๊ว่ายังไงบ้าง?” นัทธีมองดูเธอ ใบหน้าที่เย็นชามาโดยตลอด ยากนักที่จะปรากฏให้เห็นความเป็นกังวลอย่างในตอนนี้
เด็กหญิงตอบกลับเสียงหวาน: “หม่ามี๊บอกว่า พรุ่งนี้จะมอบของขวัญที่คุณพ่อชอบให้กับคุณพ่อ”
“หม่ามี๊พูดแบบนี้จริง ๆ เหรอ?” ดวงตาของนัทธีเป็นประกายขึ้นมา
เด็กหญิงพยักหน้าอย่างแน่ใจและมั่นใจ “จริง ๆ ค่ะ”
นัทธียิ้มออกมา หัวใจที่หนักอึ้ง ในที่สุดก็ผ่อนคลายลง
เขารู้ว่า เธอได้เตรียมที่จะยกโทษให้เขาแล้ว
“คุณพ่อคะ ของที่คุณพ่อรับปากว่าจะให้ไอริณล่ะคะ?” ในตอนที่นัทธีกำลังเบิกบานใจอยู่นั่นเอง เด็กหญิงก็ได้ยื่นมือออกมาทางเขา
เมื่อกี้คุณพ่อได้บอกแล้วว่า เพียงแค่เธอไปบอกกับหม่ามี๊ ก็จะให้ของขวัญที่เธอชอบกับเธอ
ตอนนี้เธอได้ไปบอกกับหมามี๊แล้ว คุณพ่อก็ควรจะให้ของเล่นกับเธอแล้วสินะ
นัทธีรู้สึกขำขันกับท่าทางที่น่ารักของเด็กหญิง เขาก้มลงไปหยิบถุงที่อยู่ข้างเท้าขึ้นมาและยื่นออกไป “สีชมพูของหนู สีฟ้าของพี่ชาย หนูเอาไปให้พี่ชายด้วยนะ”
“ค่ะ” เด็กหญิงรับเอาของเล่นมาด้วยดวงตาเป็นประกาย และวิ่งไปที่ห้อง นำไปของเล่นให้กับพี่ชายที่กำลังเรียนภาษาฝรั่งเศสอยู่
ไม่นาน ที่ห้องรับแขกก็เหลือนัทธีเพียงคนเดียว
นัทธีลุกยืนขึ้น แล้วเดินไปทางห้องทำงาน
ในตอนที่เด็กหญิงเดินออกมา ไม่ได้ปิดประตูให้สนิท ดังนั้นเมื่อเขาผลักเบา ๆ ประตูก็เปิดออกแล้ว
วารุณีนั่งอยู่ที่ด้านหลังโต๊ะทำงาน ในมือถือโทรศัพท์ กำลังคุยกับใครบางคนอยู่
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอีกฝั่งของสายได้พูดอะไร เธอมีท่าทางผิดหวังเล็กน้อย
“เป็นอะไรไปเหรอ?” นัทธีเอ่ยถามเสียงเบา
วารุณีเงยหน้ามองไปทางเขา “ฉันกำลังติดต่อนางแบบอยู่ แต่ก็ถูกปฏิเสธไปจนหมด”
นางแบบที่มีชื่อเสียงในประเทศนั้นมีอยู่แค่ไม่กี่คน คุณภาพและบุคลิกต่างไม่เสมอกัน เทียบกับต่างประเทศไม่ได้เลยสักนิดเดียว
เพราะถึงยังไงความสูงโดยกำเนิดของผู้หญิงชาวตะวันออก ไม่โดดเด่นเท่าผู้หญิงในต่างประเทศจริง ๆ ดังนั้นต้องการหานางแบบที่เหมาะสม มันยากมากจริง ๆ
เธอติดต่อนางแบบที่พอจะมีชื่อเสียง และมีคุณภาพอยู่บ้าง แต่อีกฝ่ายต่างก็มีกำหนดการอยู่แล้ว ไม่มีเวลาเลยสักนิด
สำหรับนางแบบหน้าใหม่ เธอแทบจะไม่พิจารณาเลยด้วยซ้ำ
อันดับแรกนางแบบหน้าใหม่เคยเดินบนแคทวอล์คเพียงแค่ไม่กี่ครั้ง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงแคทวอล์คในต่างประเทศ เธอกังวลว่านางแบบหน้าใหม่จะประหม่าจนเกิดการผิดพลาด ทำให้ราศีของเสื้อผ้าลดลง
ไม่ต้องเป็นห่วง บริษัท ไชยรัตน์ กรุ๊ปมีข้อมมูลของนางแบบอยู่มากมาย ผมจะให้มารุตส่งมา คุณเลือกคนที่เหมาะสม ผมจะให้มารุตไปติดต่ออีกฝ่าย ถ้ามีกำหนดการ สามารถชดเชยด้วยทรัพยากรอื่น ๆ ได้” นัทธีเอ่ยปาก
วารุณีส่ายหน้า “ไม่ดีกว่า กำหนดการบางอย่างถ้าหากพลาดไปแล้ว ก็จะยากที่จะได้รับมันอีก ฉันลองหาคนอื่นดูดีกว่า ยังมีเวลาอีกสองวัน”
“นางแบบเล็ก ๆ ได้ไหม” จู่ ๆ นัทธีก็ถามขึ้นมา
วารุณีมองดูเขา “นางแบบเล็ก ๆ เหรอ?”
นัทธีพยักหน้าเล็กน้อย “เป็นนางแบบหน้าใหม่ แต่เคยเข้าอบรมที่ต่างประเทศมาก่อน เพิ่งกลับประเทศมาเมื่อปลายเดือนที่แล้ว เคยเดินแบบในงานแสดงเครื่องประดับและเสื้อผ้าให้กับบริษัท ไชยรัตน์ กรุ๊ปอยู่หลายครั้ง เดินได้ดีพอสมควร ผมเตรียมที่จะให้คนเซ็นสัญญากับเธอ ให้เป็นนางแบบเฉพาะของบริษัท ไชยรัตน์ กรุ๊ป”
“หืม? ใครเหรอ?” วารุณีเกิดสนใจขึ้นมา
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พิชิตใจหม่ามี๊ตัวแสบ
อ่านจบครบทุกตอนแล้วค่ะ สนุกมากค่ะเนื้อเรื่องน่าติดตาม ติดงอมแงมเลย นางเอกฉลาดทันคนดีค่ะ ขอติอย่างเดียวคือ พิมพ์ผิดเยอะมากทำให้เสียอรรถรสใน การอ่าน เป็นกำลังใจให้นักเขียนนะคะ🫶🏻...
แล้วกโอ้เอ คุยยืดยาดอยู่นั่น หนีสิคะ ไปหาตำรวจก่อน แจ้งว่ามีสตอคเกอร์ ขอความคุ้มครองจากตำรวจ รอนัทธีส่งคนไปรับ...
นางเอกโง่มาก มีคนชั่วอยู่ในบ้าน ก็ต้องรีบกำจัดสิ เก็บไว้ให้มันทำร้ายตัวเองกับลูกเหรอ น่าจะรีบบเอาวีดีโอให้สามีดูแล้วแจ้งตำรวจ...