เห็นได้ชัดว่านัทธีไม่ค่อยพอใจที่เธอหอมเฉพาะแก้มของเขา จึงได้ชี้ไปที่ริมฝีปากเพื่อเตือนเธอ
วารุณีเห็นดังนั้น จะหัวเราะก็ไม่ได้จะร้องไห้ก็ไม่เชิง “ไม่เอานะเด็ก ๆ อยู่ที่นี่ ทานเค้กกันเถอะ”
เธอพลางพูดพลางใช้ส้อมตักเค้ก 1 ชิ้นป้อนให้กับเขา
นัทธีไม่ชอบทานของที่หวานเลี่ยนแบบนี้ แต่เมื่อเธอเป็นคนป้อนเองกับมือ เขาก็ได้อ้าปากแล้วทานเข้าไป
“คุณทานเลยนะ ผมไม่ทานแล้ว” นัทธียกมือขึ้นเพื่อสื่อให้รู้ว่าทานชิ้นเดียวพอ
วารุณีเองก็รู้ว่าเขาไม่ชอบทานสิ่งเหล่านี้ จึงไม่ได้ฝืนใจเขาอีก และก็เริ่มการทานเค้กของตัวเอง
นัทธีจึงถือแก้วกาแฟแล้วมองเธอทาน
สำหรับเขา ถึงแม้งานวันเกิดนี้จะดูเรียบง่าย ไม่ได้ใหญ่โตเหมือนกับตอนที่มีคุณพ่อคุณแม่และคุณปู่เป็นคนจัดให้
แต่ว่ามีภรรยา มีเด็ก ๆ ทำให้สัมผัสถึงความอบอุ่นที่เป็นพิเศษ
คืนนี้นัทธีไม่ได้แตะต้องตัวของวารุณี เพราะว่าเธอตั้งครรภ์ ไม่กล้าขยับตัวสุ่มสี่สุ่มห้า จึงทำเพียงกอดเธอนอนทั้งคืน
ต่อให้เป็นแค่เพียงการกอด เขาก็ไม่กล้าที่จะขยับ แม้แต่การพลิกตัวก็ตาม กลัวว่าจะไปกดทับโดนท้องของเธอ
จนเป็นเหตุให้วันรุ่งที่ตื่นขึ้นมานั้น ร่างของเขาช้าไปครึ่งซีก
วารุณีจึงได้นวดเบา ๆ ให้กับเขาอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นถึงได้รู้สึกดีขึ้น
“เดี๋ยวบ่ายนี้ผมจะไปส่งคุณไปที่สนามบิน” นัทธีส่งวารุณีถึงด้านล่างตึกของบริษัทเธอ แล้วกล่าวกับเธอ
วารุณีพยักหน้าแล้วตอบรับอืม
นัทธีจึงขับรถจากไป
วารุณีส่งเขาด้วยสายตาจนรถหายลับไป เธอถึงได้หันหลังเข้าไปในตัวอาคารบริษัท
เวลาผ่านไปเร็วมาก เมื่อถึงตอนบ่าย ปาจรีย์ได้ขับรถพาวารุณีและเชอรีนมุ่งหน้าไปที่สนามบิน
เมื่อถึงสนามบิน คนของทางสมาคมก็ได้มาถึงแล้ว
เพราะว่าวารุณีเป็นตัวแทนของประเทศในการเข้าร่วมการแข่งขัน ก็เป็นธรรมดาที่ทางสมาคมจะมาร่วมส่งเธอ
วารุณีได้สนทนากับประธานสาขาอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นประธานสาขาก็จากไป
เพราะในฐานะประธานสาขาของสมาคมมีเรื่องมากมายที่ต้องให้จัดการ
“วารุณี ประธานนัทธียังไม่มาเหรอ” ปาจรีย์พลางถามพลางมองไปรอบ ๆ ห้องโถงผู้โดยสาร
เชอรีนที่นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ข้าง ๆ “จะรีบร้อนทำไม ประธานนัทธีจะต้องอยู่ระหว่างทางมาอย่างแน่นอน”
“ฉันก็แค่กลัวว่าเขาจะมาสาย แล้ววารุณีจะไม่ได้เจอเขาแม้แต่หน้าครั้งสุดท้าย” ปาจรีย์ตอบกลับอย่างบึ้งตึง
เชอรีนฉุนเฉียวขึ้นทันที “หน้าครั้งสุดท้าย? ที่เธอกำลังสาปแช่งประธานนัทธีหรือว่าวารุณีอยู่”
ปาจรีย์ตอนนี้ถึงได้รู้ตัวว่าตัวเองได้พูดผิดไป จึงตบเข้าที่หน้าผากของตัวเองไปฉาดหนึ่ง “อุ๊ยวารุณี ขอโทษนะ ปากเร็วไปหน่อย!”
“พอกันได้แล้ว” วารุณีหลุดยิ้มแล้วส่ายหน้า “เงียบ ๆ หน่อย เชอรีนพูดถูก บางทีเขาอาจจะอยู่ระหว่างทาง”
ปาจรีย์ ยักไหล่หมดคำจะพูด
ทันใดนั้น มีเสียงแหลมที่น่ารำคาญดังลอยขึ้นมา “อ้าว นี่ไม่ใช่วารุณีกับเชอรีนเหรอ ช่างบังเอิญจัง พวกเธอก็อยู่สนามบินด้วย นี่กำลังจะไปไหนกัน”
สุชาดาที่สวมแว่นดำ ใส่รองเท้าส้นสูง เดินบิดเอวเข้ามา
วารุณีขมวดคิ้ว ไม่อยากไปสนใจ
เชอรีนลุกยืนขึ้น “พวกเราจะไปที่ไหนมันเกี่ยวอะไรกับเธอมิทราบ”
“ฉันก็แค่สงสัยเลยถามขึ้นแค่นั้น แต่ว่าฉันเดานะพวกคุณคงไม่ได้ไปในสถานที่ดี ๆ หรอก ไม่เหมือนกับฉันที่ได้ไปเข้าร่วมการแข่งขันระดับนานาชาติ นี่เป็นหนึ่งในงานแข่งขันอันดับต้น ๆ ของอุตสาหกรรมการออกแบบแฟชั่นเสื้อผ้าเลยนะ พวกคุณคงอิจฉามากเลยสิ คริ ๆ ……” สุชาดาเอามือปิดปากหัวเราะอย่างได้ใจ
จากนั้นเธอก็แกล้งเหมือนคิดอะไรขึ้นได้ แล้วปรบมือไปหนึ่งที “อุ๊ยดูสิ ฉันเกือบลืมไปเลย พวกเธอคนหนึ่งเป็นแค่ดีไซเนอร์กระจอกที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก อีกคนหนึ่งก็แค่นางแบบเกรดต่ำ เกรงกว่าคงไม่เคยได้ยินการแข่งขันแบบนี้สินะ ฉันพูดสิ่งนี้กับพวกเธอ พวกเธอก็คงจะฟังไม่เข้าใจ”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พิชิตใจหม่ามี๊ตัวแสบ
อ่านจบครบทุกตอนแล้วค่ะ สนุกมากค่ะเนื้อเรื่องน่าติดตาม ติดงอมแงมเลย นางเอกฉลาดทันคนดีค่ะ ขอติอย่างเดียวคือ พิมพ์ผิดเยอะมากทำให้เสียอรรถรสใน การอ่าน เป็นกำลังใจให้นักเขียนนะคะ🫶🏻...
แล้วกโอ้เอ คุยยืดยาดอยู่นั่น หนีสิคะ ไปหาตำรวจก่อน แจ้งว่ามีสตอคเกอร์ ขอความคุ้มครองจากตำรวจ รอนัทธีส่งคนไปรับ...
นางเอกโง่มาก มีคนชั่วอยู่ในบ้าน ก็ต้องรีบกำจัดสิ เก็บไว้ให้มันทำร้ายตัวเองกับลูกเหรอ น่าจะรีบบเอาวีดีโอให้สามีดูแล้วแจ้งตำรวจ...