“ฉันกลั่นแกล้งพวกคุณเหรอ” วารุณีชี้ที่ตัวเอง ขบขันเล็กน้อย
แม้แต่ปาจรีย์กับเชอรีนก็หัวเราะขึ้น
โสรยามองดูพวกเธอหัวเราะ ในใจเกิดความกังวลใจเล็กน้อย “คุณวารุณี พวกคุณหัวเราะอะไร หรือว่าฉันพูดอะไรผิด ไม่ใช่พวกคุณกลั่นแกล้งนางแบบของฉันหรอกเหรอ”
วารุณีปาดน้ำตาที่หางตาจากการหัวเราะ “คุณโสรยา ฉันคิดว่าก่อนที่คุณจะบอกว่าพวกเรากลั่นแกล้งนั้น ควรถามก่อนไหมว่าใครกลั่นแกล้งใครกันแน่ ไม่อย่างนั้นฉันจะรู้สึกว่าคุณนั้นมีตาแต่ไม่มีแวว”
“ใช่ เห็น ๆ อยู่ว่านางแบบของคุณเข้ามาหาเรื่องพวกเราก่อน พวกเราก็แค่ตอบโต้กลับเท่านั้น ทำไมกลายเป็นว่าพวกเรากลั่นแกล้งเธอล่ะ” เชอรีนเม้มปากกล่าว
ปาจรีย์ก็พยักหน้า “ใช่ค่ะ คุณโสรยา ถึงแม้ว่าฉันจะชื่นชมที่คุณปกป้องคนของตัวเอง แต่ตอนนี้เห็นทีแล้ว คุณก็เหมือนกำลังทำเรื่องที่น่าขำเช่นกัน”
“ใช่ ยังไม่เข้าความเป็นมาของเรื่องราว ก็มาแขวะ บอกว่าพวกเรากลั่นแกล้งคนของตัวเอง ไม่ใช่เรื่องน่าขำแล้วเป็นเรื่องอะไร” เชอรีนสมทบ
โสรยาฟังคำพูดของทั้งสองคน สีหน้าจึงขาวซีดจนดูไม่ได้
เธอหันหน้าไปถลึงตาใส่สุชาดา “ทำไมเธอถึงไม่บอกฉันตั้งแต่แรก ว่าเธอไปหาเรื่องพวกเขาก่อน จนทำให้ฉันที่มาทวงความยุติธรรมให้กับเธอถูกมองเป็นเรื่องน่าขำไปเลย”
สุชาดารู้ว่าตัวเองผิดจึงได้แต่ก้มหน้า ฉัน ๆ อยู่ครึ่งวัน ก็ไม่พูดอะไรต่อจากฉันออกมา
โสรยาโมโหจนอยากจะตบคน สุดท้ายก็อดกลั้นไว้แล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หันหน้าไปมองทางพวกวารุณีทั้งสามคน แล้วฝืนยิ้มออกมา “ต้องขอโทษด้วยนะคุณวารุณี ครั้งนี้เป็นความผิดของพวกเราเอง ขอโทษด้วยค่ะ”
“ไม่เป็นไรหรอก แต่ฉันหวังว่าต่อไปคุณโสรยาจะดูแลนางแบบของตัวเองให้ดี อย่าให้เธอได้มาระรานพวกเราอีก เพราะว่าพวกเราไม่ได้อยู่ค่ายเดียวกัน ถ้ามีข่าวที่ไม่ดีแพร่กระจายออกไปมันจะดูไม่ดี คุณว่าไหม” วารุณียิ้มแล้วสบตากับเธอ
ใบหน้าของโสรยาก็ยิ่งกัดฟันฝืนยิ้ม แต่ก็ยังคงพยักหน้า “ คุณวารุณีพูดถูกค่ะ ฉันจะดูแลคนของฉันให้ดี”
“เช่นนี้ก็ดีแล้วค่ะ” วารุณีตอบกลับ
“คุณผู้หญิงครับ” เวลานี้เสียงของมารุตดังลอยมาจากไม่ไกล
กลุ่มสาว ๆ จึงได้หันหน้าไปมอง
เห็นเพียงนัทธีพามารุตมุ่งเดินมาทางนี้
เชอรีนคลายมือออกจากการโอบวารุณี แล้วยิ้มขึ้นอย่างอ่อนโยน “ วารุณี ประธานนัทธีมาแล้ว”
วารุณีขอบตามองบนใส่เธอ “ฉันไม่ได้ตาบอดสักหน่อย”
เชอรีนเอามือปิดปากแล้วแอบยิ้ม จากนั้นเดินไปข้าง ๆ พร้อมกับปาจรีย์ เหลือที่ไว้ให้กับวารุณีกับนัทธีสองสามีภรรยา
ส่วนโสรยากับสุชาดานั้นไม่ได้เดินจากไปไหน ยังคงยืนอยู่ตรงนั้น
ทั้งคู่ต่างก็จ้องมองนัทธี
สิ่งที่แตกต่างคือ แววตาที่สุชาดามองนัทธีนั้น ซ่อนด้วยความทะเยอทะยาน ในขณะที่โสรยานั้นกลับซ่อนด้วยความอาลัยอาวรณ์
ภายใต้ความอาลัยอาวรณ์ ยังมีร่องรอยของความคิดถึงที่ไม่สามารถสังเกตเห็นได้ง่าย ๆ แต่ฉับพลันก็มลายหายไป จึงทำให้คนมองไม่เห็น
นัทธีมาถึงด้านหน้าของวารุณี “ระหว่างทางรถติดไปหน่อย ทำให้คุณรอนานเลย”
วารุณีส่ายหน้า “ไม่หรอก แค่คุณมาก็พอแล้ว”
นัทธียื่นมือมาจับเธอไว้ในอ้อมกอด “ ผมจะต้องดูการแข่งขันแน่นอน คุณอยู่เมืองนอกต้องดูแลตัวเองให้ดี มีเรื่องอะไรก็ให้โทรหาผมนะ”
“ไม่ต้องเป็นห่วง ฉันไม่ใช่เด็กน้อยสักหน่อย” วารุณียิ้มเบาๆ
นัทธีก้มหน้าจุมพิตที่หน้าผากของเธอ “ผมจะวิดีโอคอลหาคุณทุกคืนนะ อย่าลืมคิดถึงผมล่ะ”
“ค่ะ” วารุณียิ้มแก้มปริ
นัทธีคลายเธอออก แล้วหรี่ตามองเธอ “นี่คุณจะไม่ให้ผมคิดถึงคุณเหรอ”
วารุณีเลิกคิ้ว รู้สึกมึนงงเล็กน้อย “ค่ะ อย่างนั้นคุณก็อย่าลืมคิดถึงฉันนะ”
“ผมคิดถึงคุณแน่นอน” นัทธีถึงได้พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
ปาจรีย์กับเชอรีนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ต่างซุบซิบกัน
“ความรักของประธานนัทธีกับวารุณีช่างหวานจังเลย หวานจนเลี่ยนจริง ๆ”
ปาจรีย์กลอกตามองบน “หวานเลี่ยนอะไรล่ะ เธอไม่เห็นพวกเขาสองคนก่อนหน้านี้ อย่าพูดว่าหวานเลี่ยนเลย แทบจะหย่ากันแล้ว”
“ทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะ” เชอรีนตกใจ
ปาจรีย์ส่ายหน้า ไม่คิดจะบอกเธอ
อีกฝั่งหนึ่ง โสรยากับสุชาดาที่อารมณ์ไม่ค่อยดี
โสรยาเห็นท่าทางที่สนิทชิดใกล้ของนัทธีกับวารุณี มือทั้งสองข้างก็กำแน่น เหมือนกับอดกลั้นอะไรบางอย่างไว้
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พิชิตใจหม่ามี๊ตัวแสบ
อ่านจบครบทุกตอนแล้วค่ะ สนุกมากค่ะเนื้อเรื่องน่าติดตาม ติดงอมแงมเลย นางเอกฉลาดทันคนดีค่ะ ขอติอย่างเดียวคือ พิมพ์ผิดเยอะมากทำให้เสียอรรถรสใน การอ่าน เป็นกำลังใจให้นักเขียนนะคะ🫶🏻...
แล้วกโอ้เอ คุยยืดยาดอยู่นั่น หนีสิคะ ไปหาตำรวจก่อน แจ้งว่ามีสตอคเกอร์ ขอความคุ้มครองจากตำรวจ รอนัทธีส่งคนไปรับ...
นางเอกโง่มาก มีคนชั่วอยู่ในบ้าน ก็ต้องรีบกำจัดสิ เก็บไว้ให้มันทำร้ายตัวเองกับลูกเหรอ น่าจะรีบบเอาวีดีโอให้สามีดูแล้วแจ้งตำรวจ...