“ทำเหมือนกัน”นัทธีพูดเสียงเรียบ “พิชิตไม่ได้ทำการสับเปลี่ยนตัวอย่าง งั้นนวิยาก็ต้องให้หมอหรือพยาบาลคนอื่นเป็นคนจัดการ เช็กเจ้าหน้าที่ในแผนกตรวจสอบทุกคนที่เข้าเวรในตอนนั้น ”
“ทราบแล้วครับ”มารุตพยักหน้า
“ไปเถอะ”นัทธีโบกมือให้
มารุตก็เดินออกไป
ทันใดนั้น ร่างของเด็กน้อยที่อยู่บนเตียงก็ส่งเสียงฟืดฟาดดังขึ้นมา
ม่านตาของวารุณีหดเกร็ง ลุกขึ้นยืนทันที แล้วตรงไปที่ข้างเตียง จดจ้องมองไปยังร่างของเด็กน้อยที่นอนอยู่บนเตียงอย่างคาดหวัง
นัทธีเองก็เช่นกัน ยืนอยู่ข้างๆเธอ และคาดหวังให้เด็กน้อยฟื้นขึ้นมาเหมือนเธอ
และไอริณเองก็ไม่ทำให้ทุกคนต้องผิดหวัง ภายใต้การเฝ้ามองของคนทั้งสอง เธอก็ลืมตาขึ้น “หม่ามี๊?”
นัทธีรู้สึกน้อยใจ พูดเสียงเบาว่า “ยังมีพ่ออีกคนนะ”
วารุณีฟังเสียงที่น้อยใจของเขาออก เหลือบมองไปที่เขาแวบหนึ่ง ไม่รู้จะทำหน้ายังไง
“คุณพ่อ”ไอริณกะพริบตาปริบๆ และเอ่ยเรียกอย่างว่าง่าย
เสียงเรียกของเด็กน้อยดูอ่อนเพลียมาก แทบไม่มีเรี่ยวแรง น้ำเสียงแหบแห้ง ทำให้คนที่ได้ยินอดไม่ได้ที่จะต้องปวดใจตาม
วารุณีคัดจมูกขึ้นมาทันที แต่ก็ยังคงรอยยิ้มบนใบหน้าเอาไว้ จับมือของเด็กน้อยมากุมไว้ในมือ “ลูกรัก ยังเจ็บอยู่หรือเปล่า?”
ปากเล็กๆของไอริณเบะออก น้ำตาคลอเบ้า พูดอย่างเศร้าเสียใจว่า “ เจ็บ หม่ามี๊ ไอริณเจ็บ คุณน้านวิยาใจร้ายมาก เธอเหวี่ยงไอริณลงกับพื้น ยังเตะพี่อารัณด้วย แล้วพี่อารัณอยู่ไหนคะ ?”
“พี่อารัณไปฉีดยาจ้ะ”วารุณีเช็ดน้ำตาของเด็กน้อยออกแล้วตอบกลับ
ก่อนที่จะนั่งดูกล้องวงจรปิดกัน ป้าส้มก็พาอารัณไปฉีดยาลดอาการบวมแล้ว
“พี่อารัณไม่ได้เป็นอะไรใช่ไหมคะ?”ไอริณถามด้วยความเป็นห่วง
“ไม่ได้เป็นอะไร”นัทธีตอบ
ไอริณยกยิ้ม “เยี่ยมไปเลยค่ะ”
“เก่งมากลูกรัก”วารุณีลูบไปยังใบหน้าที่ขาวซีดของเด็กน้อย
เด็กน้อยช่างรู้ความ ตัวเองเป็นขนาดนี้แล้ว ยังคิดถึงและเป็นห่วงใยพี่ชายอีก ช่างเป็นเด็กที่น่ารักจริงๆ
นวิยานังบ้า ทำลงไปได้ยังไงกัน ?
“ลูกรัก หม่ามี๊มีข่าวดีจะบอกหนูด้วยนะ”จู่ๆวารุณีก็ยกยิ้มขึ้นมา
นัทธีเลิกคิ้ว เห็นชัดว่าพอจะเดาได้ว่าข่าวดีที่เธอว่านั้น มันคืออะไร ริมฝีปากบางก็ยกหยักขึ้น
ไอริณกะพริบตาด้วยความสงสัย“หม่ามี๊ ข่าวดีอะไรคะ”
วารุณีกับนัทธีสลับตำแหน่งกัน ให้นัทธีเข้าใกล้กับเด็กน้อยมากยิ่งขึ้น จากนั้นก็ตอบว่า“ นี่คือคุณพ่อของหนู ”
“หนูรู้ค่ะ”ไอริณพยักหน้า
วารุณีกับนัทธีมองสบตากัน จากนั้นก็หัวเราะออกมา“ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว พ่อคือพ่อแท้ๆของอารัณกับไอริณ เป็นพ่อแท้ๆเลยนะ”
ไอริณไม่ได้ฉลาดเหมือนอารัณ ที่จะรู้ว่าเด็กคนหนึ่งเกิดมาได้ยังไง
แต่เธอก็รู้ หากไม่มีพ่อ หม่ามี๊ก็มีลูกไม่ได้
และหม่ามี๊กับพ่อแท้ๆเท่านั้น ที่จะเกิดไอริณกับพี่อารัณได้ หากหม่ามี๊อยู่กับคุณอาคนอื่น เด็กที่เกิดออกมาก็จะไม่ใช่ไอริณกับพี่อารัณ แต่เป็นเด็กคนอื่นแทน
เพราะฉะนั้นเธอกับพี่อารัณมีพ่อแท้ๆของตัวเอง คุณพ่อนัทธีแค่อยู่กับหม่ามี๊เท่านั้น พวกเขาก็เลยเรียกว่าพ่อ แต่ไม่ใช่พ่อแท้ๆที่ให้กำเนิดเธอกับพี่อารัณ
แต่ตอนนี้หม่ามี๊บอกเธอว่า พ่อนัทธีเป็นพ่อแท้ๆของเธอกับพี่อารัณ เป็นพ่อที่ให้กำเนิดเธอกับพี่ชาย แล้วแบบนี้จะไม่ให้ไอริณแปลกใจได้ยังไง
“คุณพ่อ เป็นพ่อแท้ๆ?”ไอริณจ้องไปยังนัทธี แล้วถามออกไปอย่างซื่อๆ
นัทธีลูบไปที่ศีรษะของเธอ“ใช่แล้ว พ่อเป็นพ่อแท้ๆของไอริณ ”
ไอริณไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับการตรวจดีเอ็นเอที่ผ่านมา หรือต่อให้รู้ก็ไม่ได้เก็บเอามาใส่ใจ เพราะเธอเองไม่รู้เรื่องอะไรพวกนี้
เธอรู้เพียงแค่ว่า พี่อารัณบอกเธอว่าพ่อไม่ใช่พ่อแท้ๆของเธอ นั่นก็คือไม่ใช่
แต่ตอนนี้พ่อบอกว่าพ่อคือพ่อแท้ๆ นั้นก็แปลว่าต้องใช่
ดังนั้นปากเล็กๆของไอริณก็เบะออก แล้วร้องไห้เสียงดังออกมา
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พิชิตใจหม่ามี๊ตัวแสบ
อ่านจบครบทุกตอนแล้วค่ะ สนุกมากค่ะเนื้อเรื่องน่าติดตาม ติดงอมแงมเลย นางเอกฉลาดทันคนดีค่ะ ขอติอย่างเดียวคือ พิมพ์ผิดเยอะมากทำให้เสียอรรถรสใน การอ่าน เป็นกำลังใจให้นักเขียนนะคะ🫶🏻...
แล้วกโอ้เอ คุยยืดยาดอยู่นั่น หนีสิคะ ไปหาตำรวจก่อน แจ้งว่ามีสตอคเกอร์ ขอความคุ้มครองจากตำรวจ รอนัทธีส่งคนไปรับ...
นางเอกโง่มาก มีคนชั่วอยู่ในบ้าน ก็ต้องรีบกำจัดสิ เก็บไว้ให้มันทำร้ายตัวเองกับลูกเหรอ น่าจะรีบบเอาวีดีโอให้สามีดูแล้วแจ้งตำรวจ...