เธอมองสุภัทร“ใครเป็นชู้กับขยานีก่อนที่แม่จะมีหนูในท้อง แล้วคลอดพิชญาออกมา?ใครหย่ากับแม่หนูตอนเจ็ดปีก่อน แถมยังไล่พวกหนูออกจากบ้านอีก ใครหลบหน้าหนู ห้าปีก่อนเป็นใครที่ไม่ยอมให้เงินค่าผ่าตัดศรัณย์ สุภัทร พ่อบอกหนูสิ ระหว่างพวกเราสองคน ใครกันแน่ที่ใจร้าย?”
“พ่อ......” สุภัทรพูดอะไรไม่ออก มีความละอายใจเต็มอก
ไม่ผิดหรอก เขาทำเรื่องพวกนี้จริงๆ
“หม่ามี๊......”เด็กทั้งสองคนรับรู้ได้ว่าวารุณีเสียใจพลันเข้ากอดขาเธอไว้คนละข้าง
วารุณีก้มหน้ามองลูกๆ พลางลูบศีรษะพวกเขา“ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ หม่ามี๊ไม่เป็นอะไรค่ะ”
“อืม อืม”เด็กทั้งสองพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง
สุภัทรมองเด็กทั้งสองพร้อมกับเอ่ยว่า“วารุณี พ่อยอมรับว่าไม่ได้เป็นพ่อที่ดี ตอนนี้พ่อสำนึกผิดแล้ว พ่ออยู่ได้ไม่นานแล้ว ดังนั้น......”
“พอแล้ว ไม่ต้องเอาสายเลือดมาอ้างให้หนูให้อภัยพ่อ เมื่อกี้พูดชัดเจนมากแล้ว หนูไม่ให้อภัยพ่อ หนูมาเยี่ยมถือว่าทำดีที่สุดแล้ว”วารุณีโบกมือพลันพูดแทรกเขา
สุภัทรเห็นเธอยังคงมีท่าทางไม่เปลี่ยนแปลง จึงถอนหายใจยาวๆ“ช่างเถอะ ถึงหนูจะไม่ให้อภัยพ่อ แต่เด็กๆล่ะ?”
“อะไร?” วารุณีหรี่ตาขึ้น
เขาหันมาสนใจในตัวเด็กๆหรือ?
“หนูไม่ให้อภัยพ่อ แต่ถึงยังไงลูกทั้งสองคนของหนูก็เป็นหลานของพ่อนะ......”
“เดี๋ยวก่อน พ่อคิดจะนับปู่นับหลานกับเด็กๆเหรอ?”วารุณีมองประเมินสุภัทร
สุภัทรพยักหน้า“ใช่ พ่ออยากยกสมบัติให้พวกเขา”
ถึงแม้ก่อนหน้านี้เขาเคยคิดจะยกสมบัติให้ถวิต แต่เป็นตอนที่สุขภาพเขายังไม่ย่ำแย่ ตอนนั้นเขาคิดว่าตัวเองจะอายุยืนยาว หากมอบสมบัติให้ถวิต ถวิตจะดูแลเขายามบั้นปลายชีวิต
ทว่าตอนนี้เขาไม่ได้อายุยืนแล้ว ไม่ต้องการคนมาดูแลชีวิตบั้นปลายอีก เช่นนั้น เงินทองของเขา แทนที่จะให้หลานชายที่ไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด ไม่สู้ให้หลานในเลือดเนื้อเชื้อไขจะดีกว่า
“ไม่ต้อง เก็บสมบัติของพ่อไว้เลย ลูกๆทั้งสองคนไม่ต้องการ” วารุณีปฏิเสธอย่างแล้งน้ำใจ
สุภัทรไม่สบอารมณ์“นี่เป็นความคิดของหนู ทำไมไม่ลองถามลูกของตัวเองดูล่ะ?”
“พวกเราไม่เอา” อารัณส่ายหัว “ตาเฒ่า พวกเรามีเงิน”
“ใช่ พวกเรามีเงิน” ไอริณก็คล้อยตาม
สุภัทรรู้สึกเดือดดาลกับคำว่า ตาเฒ่า ใช้ดวงตาอันเหี่ยวย่นจ้องเขม็งอีกฝ่าย “นาย......นายเรียกฉันว่าอะไรนะ?ตาเฒ่าเหรอ?”
“ไม่ถูกตรงไหน?” อารัณเอียงหน้ามองอย่างไร้เดียงสา
แววตาวารุณีมีรอยยิ้มแวบผ่าน
เด็กคนนี้คงจงใจสินะ
“วารุณี” สุภัทรโมโหใส่เด็กไม่ได้ จึงมองวารุณีอย่างกราดเกรี้ยว “เธอสอนลูกอย่างนี้เหรอ นับจากเข้ามาถึงตอนนี้ไม่เคยได้ยินเรียกคุณตาเลย แต่กลับเรียกว่า ตาเฒ่า?”
“ลูกไม่ได้เรียกผิดนี่ สุภัทร อย่าลืมสิ ตอนนั้นบอกว่าไม่ยอมรับหลานนี่ ตอนหนูกลับเข้าประเทศ พ่อยังบอกว่าเป็นลูกสวะด้วย แถมยังไปขู่ลูกๆถึงโรงเรียนอนุบาล คุณตาที่ไม่มีความเมตตา จะว่าหลานไม่กตัญญูได้ยังไง”วารุณีเอ่ยเสียงเย็นยะเยือก
วาจาของเธอทำให้สุภัทรหน้าดำหน้าแดง
เห็นได้ชัดว่าเขาตระหนักในการกระทำที่ผ่านมาของตัวเองได้
ตอนนั้นเขาไม่ชอบเด็กๆที่ไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อจริงๆ กระทั่งไม่อยากยอมรับเด็กสองคนนี้
ทว่าตอนนี้เขาเสียใจมากมาย
“หม่ามี๊ไปได้หรือยังครับ?” อารัณดึงมือวารุณี
ไอริณก็ไม่อยากอยู่ต่อแล้วเช่นกัน“หนูก็อยากไปแล้วค่ะหม่ามี๊”
“ได้ค่ะ พวกเราจะไปเดี๋ยวนี้” วารุณีส่งยิ้มให้ลูกทั้งสองคน เมื่อเงยหน้าขึ้นรอยยิ้มก็เลือนหาย แทนที่ด้วยใบหน้าเย็นชา “พอแล้ว ในเมื่อตอนนี้พ่อยังไม่ตาย งั้นฉันก็ไปก่อนแล้ว แต่หนูจะมีเยี่ยมบ่อยๆ ถือว่าหนูในฐานะลูกสาวแสดงความกตัญญูส่วนสุดท้าย”
กล่าวจบ เธอจูงมือของลูกๆแล้วเดินไปยังประตู
พอเดินมาถึงหน้าประตู เธอฉุกคิดอะไรบางอย่างได้ จึงหยุดเท้าแล้วหันหน้ากลับไป “ใช่ศรัณย์ หนูบอกศรัณย์เรื่องพ่อใกล้จะไม่ไหวให้เขารู้แล้ว ตอนนี้ศรัณย์กำลังเดินทางกลับมา เขาก็จะเหมือนหนู จะมาดูพ่อเป็นประจำ แสดงความกตัญญูต่อพ่อครั้งสุดท้าย”
สุภัทรได้ยิน“จริงเหรอ?”
“ใช่ ไม่ว่ายังไง พ่อก็ให้ชีวิตพวกเราสองคน ไม่มีพ่อก็ไม่มีพวกเรา พ่อพาพวกเรามายังโลกแห่งนี้ พวกเราก็ย่อมต้องส่งพ่อตอนพ่อจากโลกนี้ไป แต่นอกเหนือจากนี้ก็จะไม่มี พ่อดูแลตัวเองดีๆแล้วกัน”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พิชิตใจหม่ามี๊ตัวแสบ
อ่านจบครบทุกตอนแล้วค่ะ สนุกมากค่ะเนื้อเรื่องน่าติดตาม ติดงอมแงมเลย นางเอกฉลาดทันคนดีค่ะ ขอติอย่างเดียวคือ พิมพ์ผิดเยอะมากทำให้เสียอรรถรสใน การอ่าน เป็นกำลังใจให้นักเขียนนะคะ🫶🏻...
แล้วกโอ้เอ คุยยืดยาดอยู่นั่น หนีสิคะ ไปหาตำรวจก่อน แจ้งว่ามีสตอคเกอร์ ขอความคุ้มครองจากตำรวจ รอนัทธีส่งคนไปรับ...
นางเอกโง่มาก มีคนชั่วอยู่ในบ้าน ก็ต้องรีบกำจัดสิ เก็บไว้ให้มันทำร้ายตัวเองกับลูกเหรอ น่าจะรีบบเอาวีดีโอให้สามีดูแล้วแจ้งตำรวจ...