ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง พวกเขาก็เดินทางไปถึงสุสาน
ศรัณย์ถือกระดูกของสุภัทรเดินนำอยู่ด้านหน้าสุด
วารุณีกับนัทธีเดินจูงมือเด็กทั้งสองคนอยู่ด้านหลัง
ไม่นานนักกระดูกของสุภัทรก็ถูกนำลงไปในหลุม ป้ายหลุมศพถูกตั้งขึ้น
แขกเหรื่อคนอื่นๆ นำดอกไม้สดมาวางแล้วค่อยๆ แยกย้ายกันไป เหลือเพียงครอบครัวตระกูลไชยรัตน์
วารุณีมองป้ายหลุมศพใหม่เอี่ยมของสุภัทร โดยไม่ได้กล่าวอะไร
ศรัณย์ที่ยืนอยู่ด้านข้างก็ไม่ได้กล่าวอะไร
นัทธีกับเด็กน้อยทั้งสองยิ่งไม่พูดอะไรกันเลย สถานการณ์เป็นไปด้วยความสงบเงียบ
จนกระทั่งเม็ดฝนหล่นลงมาตกกระทบบนศีรษะ วารุณีถึงจะสูดหายใจเข้าลึกแล้วกล่าวเบาๆ ว่า “ขอให้พ่อไปดีนะคะ”
เธอให้อภัยเขาแล้ว
การเรียกว่าพ่อนี้ราวกับเป็นการเปิดสวิตส์ ศรัณย์น้ำตาไหลพรากพลางกล่าวว่า “พ่อไปดีนะครับ” เช่นกัน
วารุณีจูงเด็กทั้งสองคนมาลูบศีรษะ “เด็กๆ เรียกคุณตาสิคะ”
เด็กทั้งสองมองหน้ากัน สุดท้ายจึงพยักหน้าแล้วไปยืนอยู่หน้าป้ายหลุมศพของสุภัทรแล้วกล่าวว่าคุณตา
นี่เป็นครั้งแรกที่เด็กทั้งสองคนนี้เรียกสุภัทรว่าคุณตาต่อหน้าเขา แม้ว่าเขาจะไม่ได้ยินก็ตาม
นัทธียังคงไม่ได้ปริปากเอ่ยอะไร
วารุณีก็ไม่ได้บอกให้เขาพูด
เพราะก่อนหน้านี้สุภัทรก็ทำไม่ดีกับเขาเอาไว้ เธอให้อภัยสุภัทรได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีสิทธิ์สั่งให้นัทธีให้อภัยเขาด้วย
การที่นัทธีมาร่วมงานฝังของสุภัทรในครั้งนี้ ถือว่าเป็นการให้เกียรติเขามากแล้ว
ดังนั้นเธอจึงไม่มีความคิดให้นัทธีให้อภัยให้กับสุภัทร
เนื่องจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก
ทำให้เนื้อตัวของทุกคนเริ่มเปียกชื้น
นัทธีถอดเสื้อคลุมด้านนอกออกเพื่อเอามาบังศีรษะให้เด็ก เขากล่าวกับวารุณีว่า “กลับกันก่อนเถอะ”
วารุณีเองก็เป็นห่วงกลัวว่าหากเด็กๆ ทั้งสองคนตากฝนมากเกินไปจะทำให้เป็นหวัดได้ “กลับก็ได้ค่ะ”
หลังจากที่ทั้งผู้ใหญ่และเด็กออกจากสุสานแล้วก็กลับขึ้นรถ
“กลับวิลล่ากันก่อนเถอะ” นัทธีหยิบผ้าขนหนูออกมาแล้วแจกจ่ายให้กับทุกคนก่อนจะกล่าวกำชับกับมารุตที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับ
มารุตตอบรับก่อนจะสตาร์ทรถออก
ระหว่างทางนัทธีไม่ได้สนใจว่าผมของตัวเองเปียกชื้น เขามัวแต่ใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมและใบหน้าให้เด็กๆ ทั้งสองคน
ศรัณย์กับวารุณีก็กำลังเช็ดเนื้อตัวให้ตัวเอง เมื่อเห็นภาพนั้น ศรัณย์ก็ยิ้มออกมา “พี่เขยเป็นพ่อที่ดีจริงๆ”
“ใช่แล้ว” วารุณียิ้มพลางพยักหน้า
เมื่อนัทธีได้ยิน แม้ว่าเขาจะไม่ได้ตอบแต่ริมฝีปากของเขาก็ปรากฏรอยยิ้ม อารมณ์ของเขาสดใส
“เสร็จแล้ว” เมื่อนัทธีเห็นผมของเด็กทั้งสองแห้งไปพอสมควรแล้วก็หยุดเช็ด จากนั้นจึงคว้าผ้าอีกผืนขึ้นมาเตรียมจะเช็ดให้ตัวเอง
ทันใดนั้นเอง ผ้าขนหนูสีขาวผืนหนึ่งก็ปลิวมาตกอยู่บนศีรษะของเขา
วารุณียิ้ม “เอาล่ะ ก็เมื่อกี้คุณเช็ดตัวให้อารัณกับไอริณ คุณคงเหนื่อยแล้ว ทีนี้ฉันจะเช็ดให้คุณบ้าง”
ระหว่างพูดเธอก็เริ่มเอามือจับผ้าขนหนูบนศีรษะของเขาแล้วเริ่มเช็ดผมให้
นัทธีอมยิ้มแล้วหลับตาลง แล้วปล่อยให้เธอเช็ดผมเขาไปมาตามใจ แม้ว่าเธอจะเช็ดผมเขาจนยุ่ง เขาก็ไม่ถือสาอะไร
ทันใดนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น ทำลายบรรยากาศความอบอุ่นในรถ
เมื่อวารุณีได้ยินมือถือของตัวเองดังขึ้นก็วางผ้าขนหนูลง แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา “ตำรวจโทรมาน่ะค่ะ”
ศรัณย์กับนัทธีมองไปที่เธอเป็นตาเดียวกัน
“คงเรื่องขยานี” นัทธีกล่าว
ศรัณย์พยักหน้า “ต้องใช่แน่ๆ ครับ วันนี้เป็นวันที่ขยานีโดนประหาร เวลาลงโทษคือเที่ยงตรง ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงสิบนาทีแล้ว ตำรวจโทรมาหลังผ่านไปสิบนาทีหลังจากลงโทษ คงเป็นเพราะเรื่องของเธอแน่ๆ”
วารุณีไม่ได้พูดอะไรเพียงเม้มปากแล้วรับโทรศัพท์ “ฉันวารุณีค่ะ”
“สวัสดีครับคุณวารุณี ผมเจ้าหน้าที่ตำรวจนะครับ”
“ทราบค่ะ มีเรื่องอะไรหรือคะ” วารุณีถามเสียงเครียด
ปลายสายจึงตอบกลับมาว่า “เกี่ยวกับเรื่องศพของคุณขยานีครับ ไม่ทราบว่าพวกคุณจะมารับไปไหมครับ”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พิชิตใจหม่ามี๊ตัวแสบ
อ่านจบครบทุกตอนแล้วค่ะ สนุกมากค่ะเนื้อเรื่องน่าติดตาม ติดงอมแงมเลย นางเอกฉลาดทันคนดีค่ะ ขอติอย่างเดียวคือ พิมพ์ผิดเยอะมากทำให้เสียอรรถรสใน การอ่าน เป็นกำลังใจให้นักเขียนนะคะ🫶🏻...
แล้วกโอ้เอ คุยยืดยาดอยู่นั่น หนีสิคะ ไปหาตำรวจก่อน แจ้งว่ามีสตอคเกอร์ ขอความคุ้มครองจากตำรวจ รอนัทธีส่งคนไปรับ...
นางเอกโง่มาก มีคนชั่วอยู่ในบ้าน ก็ต้องรีบกำจัดสิ เก็บไว้ให้มันทำร้ายตัวเองกับลูกเหรอ น่าจะรีบบเอาวีดีโอให้สามีดูแล้วแจ้งตำรวจ...