พิชิตใจหม่ามี๊ตัวแสบ นิยาย บท 606

วารุณีเองก็รู้สึกว่าคุณจุ๊บแจงคนนี้ดูแปลกมาก โดยเฉพาะคำพูดคำจาและนิสัยใจคอของเธอ เหมือนตัวละครในทีวีสมัยก่อน ที่นางเอกเป็นเด็กนักเรียนเข้มแข็งและยืนได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง

แต่ถึงแม้จะคิดแบบนั้น วารุณีก็คงไม่พูดมันออกมาแน่ๆ มองส่งสัญญาณให้กับมารุต แล้วยกยิ้มให้จุ๊บแจง“ก็ได้ ฉันไม่ดูถูกคุณจุ๊บแจงแล้ว แต่ฉันยังยืนยันคำเดิม คุณช่วยชีวิตสามีของฉันเอาไว้ ยังไงฉันก็ต้องขอบคุณคุณ คุณคิดดูก่อนว่าต้องการอะไร รอคุณคิดได้แล้ว ค่อยโทรบอกฉันก็ได้ เบอร์เมื่อคืนที่ฉันโทรหา เป็นเบอร์ส่วนตัวของฉัน”

พูดจบ เธอก็หันหลัง แล้วเดินเข้าห้องไป

เมื่อจุ๊บแจงเห็นเช่นนี้ ก็รีบตามเข้าไปด้วยเช่นกัน “พวกคุณเป็นใครกัน ?”

เธอถาม

ขาที่กำลังก้าวเดินของวารุณีหยุดลง“ฉันคิดว่าคุณน่าจะเดาได้ เมื่อสองวันก่อนบนโลกออนไลน์มีข่าวว่า กรรมการผู้จัดการของบริษัท ไชยรัตน์ กรุ๊ปหายตัวไป ? สามีของฉันเป็นกรรมการผู้จัดการของบริษัท ไชยรัตน์ กรุ๊ป ”

ดวงตาจุ๊บแจงเบิกกว้าง

ที่แท้เขาก็คือกรรมการผู้จัดการของบริษัท ไชยรัตน์ กรุ๊ปจริงๆด้วย !

ก็จริง บนโลกใบนี้ จะมีคนสองคนที่หน้าตาเหมือนกันได้อย่างไร

เขาเป็นกรรมการผู้จัดการของบริษัท ไชยรัตน์ กรุ๊ป และเขาก็แต่งงานแล้ว มีภรรยาที่สวยมาก และยังมีลูกแฝดชายหญิงด้วย ......

ความคิดของจุ๊บแจงที่คิดว่านัทธีอาจจะเป็นน้องชายฝาแฝดของกรรมการผู้จัดการของบริษัท ไชยรัตน์ กรุ๊ปก็พังทลายลง และในความรู้สึกที่เจ็บปวด ส่วนลึกก็แอบมีความสุขเล็กน้อยด้วยเช่นกัน

กรรมการผู้จัดการเหรอ คงต้องรวยมากแน่ๆ ?

หากเธอได้อยู่กับเขา คนเหล่านี้ก็จะเรียกเธอเหมือนที่เรียกผู้หญิงคนนี้ ว่าคุณผู้หญิงด้วยใช่ไหม ?

จุ๊บแจงยกยิ้มและมองดูแผ่นหลังที่สง่างามของวารุณี หัวใจก็เต้นรัวและเร็ว แววตามีความทะเยอทะยานบางอย่างไหววูบ

แต่บนใบหน้าของเธอ ไม่แสดงอาการอะไรออกมาเลย สองมือประสานกันแล้วถามว่า“ ในเมื่อเขาเป็นกรรมการผู้จัดการ แล้วทำไมก่อนหน้านั้นพวกคุณต้องโพสต์คลิปวิดีโอด้วย บอกว่าเขาไม่ได้หายตัวไปไหน ?”

“มันเป็นความลับทางธุรกิจ คุณจุ๊บแจงอย่ารู้มันเลยจะดีกว่า ”วารุณียังไม่ทันได้ตอบ มารุตก็พูดตัดหน้า น้ำเสียงยังแฝงการเตือนเอาไว้ด้วย

จุ๊บแจงขบริมฝีปากแน่น จู่ๆในใจก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมา

คนพวกนี้ก็ช่างชอบดูถูกคนเสียจริง !

มีเงินแล้วยังไง ?

วารุณีเอียงหน้าเล็กน้อย สายตามองมาที่จุ๊บแจง เห็นความคับแค้นใจบนใบหน้าของเธอ ก็ยกยิ้มอย่างมีเลศนัย ไม่อยากที่จะสนใจ เดินตรงเข้าไปหาหมอ

“คุณหมอ นัทธีเป็นยังไงบ้าง?” วารุณีถามอย่างเป็นห่วง

หมอเก็บอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์“ท่านประธานไม่ได้เป็นอะไรมากครับ แต่ที่ศีรษะมีลิ่มเลือดกดทับอยู่ ก็จึงทำให้ยังไม่ฟื้นสักที ผมได้ยินมาว่าท่านประธานเคยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเล็กๆมาก่อนใช่ไหม?”

“ใช่ค่ะ ”วารุณีพยักหน้า

หมอถอนหายใจ“ไม่แปลกเลย โรงพยาบาลขนาดเล็กมีเครื่องมือทางการแพทย์ไม่พร้อม การผ่าตัดหลายอย่างไม่สามารถดำเนินการได้ หากอยู่ในโรงพยาบาลใหญ่ๆ ลิ่มเลือดที่ศีรษะของท่านประธานสามารถใช้เครื่องมือแพทย์สลายได้ในทันที และคงฟื้นไปนานแล้ว ไม่ต้องเสียเวลานานขนาดนี้ ”

เมื่อได้ยินว่านัทธีไม่ได้เป็นอะไร หากได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลใหญ่ๆก็จะฟื้นขึ้นมาได้ วารุณีก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกขึ้นมาทันที

มารุตที่อยู่ข้างๆมองไปยังจุ๊บแจงอย่างกล่าวโทษ“คุณจุ๊บแจง ผมขอบคุณคุณมากที่ช่วยชีวิตท่านประธานเอาไว้ แต่คุณพาท่านประธานไปรักษาในโรงพยาบาลเล็กๆแบบนั้น มันเสียเวลาท่านประธานมากคุณรู้ไหม ?”

จุ๊บแจงกำมือแน่นอย่างรู้สึกผิด เสียงก็ดังแหลมขึ้นมา“ก็ฉันไม่มีทางเลือก โรงพยาบาลใหญ่ๆมันแพงเกินไป ฉันไม่มีเงินมากพอขนาดนั้นที่จะส่งเขาไปรักษาที่นั่นนี่นา !”

มารุตยิ้มเยาะ“ไม่มีเงินจริงๆ หรือไม่คิดที่จะพาไปกันแน่ ผมคิดว่าคุณจุ๊บแจงน่าจะรู้อยู่แก่ใจตัวเองดี ในเมื่อคุณไม่มีเงิน ท่านประธานก็น่าจะมี โทรศัพท์ของท่านประธานหายไป แต่กระเป๋าสตางค์ยังอยู่กับตัว ในเมื่อไม่มีกระเป๋าสตางค์ นาฬิกา ที่หนีบเนกไท กระดุมแขนเสื้อและอีกมากมายล้วนเป็นของมีราคาทั้งนั้น คุณถอดทุกอย่างให้โรงพยาบาลก็มากเกินพอแล้ว ”

ดวงตาของจุ๊บแจงมีความประหลาดใจผาดผ่าน

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พิชิตใจหม่ามี๊ตัวแสบ