แม้วารุณีจะยังรู้สึกขุ่นเคืองพิชิตอยู่ แต่ตอนนี้นัทธีก็ต้องพึ่งพาเขา เธอจึงไม่สมควรที่จะเย็นชาใส่ ฝืนยิ้มออกมา “ ได้ ฉันรู้แล้ว เรื่องนัทธีต้องรบกวนคุณแล้ว ”
“วางใจเถอะ”พิชิตสวมหน้ากาก และเดินเข้าไปในห้องผ่าตัด
วารุณีกับมารุต และป้าส้มที่ยังนั่งอยู่บนรถเข็นก็กำลังรอกันอยู่ที่ด้านนอก
ในตอนนี้เอง วารุณีก็คิดอะไรขึ้นมาได้ หันมองไปหามารุต“ผู้ช่วยมารุต รบกวนคุณไปต่างประเทศ รับไอริณกลับมาให้ที ฉันรับปากแกไว้ หากเจอตัวนัทธี จะรีบไปรับแกกลับมาทันที”
เธออยากจะอยู่ดูแลนัทธี ก็จึงปลีกตัวไปไหนไม่ได้ และไม่วางใจให้คนอื่นไปรับเช่นกัน
คงต้องไหว้วานมารุตเท่านั้นแล้ว
“ได้ครับ งั้นผมไปเลยนะครับ ”มารุตพยักหน้า หันหลังแล้วเดินออกไป
วารุณีก็หันมองไปยังป้าส้ม “ป้าส้มค่ะ อย่าโทษตัวเองอีกเลยนะ หานัทธีเจอแล้ว รอสลายลิ่มเลือดในสมองได้ เขาก็จะฟื้นขึ้นเอง และหนูเชื่อว่า นัทธีเขาก็ไม่โทษป้าเหมือนกัน”
อันที่จริงแล้ว ไม่ว่ายังไง ที่นัทธีเกิดเรื่องขึ้น ล้วนไม่เกี่ยวอะไรกับป้าส้มเลย
ต่อให้จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับป้าส้ม และนัทธีไม่กลับมาที่นี่ นิรุตติ์ก็จะหาวิธีจัดการกับนัทธีอยู่ดี เพียงแค่ต่างวิธีการ ต่างเวลา และต่างสถานที่ก็เท่านั้น
ป้าส้มมองไปที่ประตูของห้องผ่าตัด “พระเจ้าคุ้มครองด้วย ต่อจากนี้ขออย่าให้คุณผู้ชายและคุณผู้หญิง กับลูกน้อยอีกสามคน เกิดเรื่องอะไรขึ้นอีกเลย หัวใจคนแก่อย่างฉันทนรับกับความสะเทือนใจอีกต่อไปไม่ได้แล้ว”
เมื่อวารุณีได้ฟังคำพูดของหญิงสูงวัย ก็ยกยิ้มขึ้นมา วางมือไปบนไหล่ของเธอ “ แน่นอนค่ะ เราจะไม่เป็นอะไรกันอีก”
ป้าส้มสะอื้นตอบอืมกลับมาคำหนึ่ง“ จะเป็นอย่างที่คุณผู้หญิงพูดค่ะ”
หลังจากนั้น ทั้งคู่ก็ไม่ได้พูดอะไรกันอีก นั่งรอนัทธีออกมากันอย่างเงียบๆ
เพราะไม่ใช่การผ่าตัดใหญ่อะไร ดังนั้นผ่านไปสองชั่วโมง การผ่าตัดก็แล้วเสร็จ
นัทธีถูกนำตัวออกมา วารุณีที่นั่งอยู่ตรงเก้าอี้ก็ดีดตัวลุกขึ้นทันที “นัทธี”
ป้าส้มเองก็รีบเลื่อนรถเข็นเข้าไปหา
วารุณียืนอยู่ข้างเตียง มองไปยังใบหน้าของนัทธีที่ซีดเซียว ปวดใจมากจนต้องยื่นมือไป แล้วลูบที่ใบหน้าของเขา“คุณหมอพิชิต ทุกอย่างของนัทธีเรียบร้อยดีไหมคะ?”
“ลิ่มเลือดในสมองของเขาหายไปหมดแล้ว ภายในสองวันก็น่าจะฟื้น ” พิชิตตอบ
ป้าส้มร้องไห้ด้วยความดีใจ “ดีเลยค่ะ ดีเลย”
วารุณีก็โล่งใจ ยกยิ้มออกมาเช่นกัน
“เอาล่ะ ตอนนี้พานัทธีไปส่งที่ห้องผู้ป่วยก่อน พวกคุณก็อยู่ดูแลเขาในห้องพักได้เลย ” พิชิตกล่าว
วารุณีตอบอืมกลับมาคำหนึ่ง เดินหลบทางให้ ไม่ขวางทางการเข็นเตียงของเจ้าหน้าที่พยาบาล
เจ้าหน้าที่พยาบาลเข็นเตียงของนัทธีไปยังห้องพักผู้ป่วย วารุณีก็เข็นรถเข็นของป้าส้มตามหลังไป
ในตอนบ่าย ปาจรีย์ก็ตามมา และพาอารัณมาด้วย
ในตอนเช้า เธอกลัวว่าเด็กน้อยอยู่บ้านคนเดียวจะเบื่อ ระหว่างทางที่ไปรับนัทธี เธอได้โทรไปหาปาจรีย์ ให้ปาจรีย์ไปที่คฤหาสน์ตระกูลไชยรัตน์เพื่ออยู่เป็นเพื่อนอารัณ
ดังนั้นปาจรีย์ก็จึงเป็นอีกคนที่รู้ว่าเจอตัวนัทธีแล้ว
อารัณนอนอยู่ข้างเตียง จ้องมองดูนัทธีไม่วางตา
วารุณีกับปาจรีย์ก็ยืนอยู่ข้างกำแพง
ปาจรีย์ถามเรื่องราวความเป็นมาในการเจอตัวนัทธี
วารุณีไม่ได้ปิดบัง บอกเล่าเรื่องราวทุกอย่างที่เกิดขึ้นตอนอยู่กับจุ๊บแจงให้ฟัง
“อะไรนะ?”หลังจากที่ปาจรีย์ฟังจบ ก็รู้สึกไม่ดี“ผู้หญิงคนนั้นก็ช่างไร้ยางอายจริงๆ ตกหลุมรักประธานนัทธี ถึงขั้นปิดบังที่อยู่ของประธานนัทธีเอาไว้ จริงๆเลย......ยังนามสกุลเดียวกับเธออีก นี่ฉันรู้สึกว่าเขากำลังทำนามสกุลนี้เสื่อมเสียนะนี่ ”
ปาจรีย์โกรธมาก
วารุณีดื่มน้ำไปอึกหนึ่ง“ ช่างมันเถอะ รับตัวนัทธีมาแล้ว ฉันไม่โกรธอะไรแล้ว”
“วารุณี เธอเชื่อไหมว่าผู้หญิงคนนั้นไม่หยุดอยู่แค่นี้แน่ ”ปาจรีย์พูดแล้วเม้มริมฝีปาก
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พิชิตใจหม่ามี๊ตัวแสบ
อ่านจบครบทุกตอนแล้วค่ะ สนุกมากค่ะเนื้อเรื่องน่าติดตาม ติดงอมแงมเลย นางเอกฉลาดทันคนดีค่ะ ขอติอย่างเดียวคือ พิมพ์ผิดเยอะมากทำให้เสียอรรถรสใน การอ่าน เป็นกำลังใจให้นักเขียนนะคะ🫶🏻...
แล้วกโอ้เอ คุยยืดยาดอยู่นั่น หนีสิคะ ไปหาตำรวจก่อน แจ้งว่ามีสตอคเกอร์ ขอความคุ้มครองจากตำรวจ รอนัทธีส่งคนไปรับ...
นางเอกโง่มาก มีคนชั่วอยู่ในบ้าน ก็ต้องรีบกำจัดสิ เก็บไว้ให้มันทำร้ายตัวเองกับลูกเหรอ น่าจะรีบบเอาวีดีโอให้สามีดูแล้วแจ้งตำรวจ...