เชอรีนปรบมือด้วยความดีใจ “เยี่ยมไปเลย ขอบคุณนะวารุณี”
วารุณีส่ายหัว“ ขอบคงขอบคุณอะไร ฉันต่างหากที่ต้องขอบคุณพวกเธอถึงจะถูก หากไม่มีพวกเธอคอยอยู่เคียงข้าง ฉันคงเดินออกจากความเจ็บปวดที่นัทธีหายตัวไปไม่ได้ ไม่แน่ว่าสุขใจก็คงจะ......เฮ้อ ไม่พูดถึงมันแล้ว มันผ่านไปแล้ว รอนัทธีหายดี พวกเราขอเลี้ยงข้าวตอบแทนนะ ”
“ได้สิ งั้นเราจะรอคำเชิญของเธอกับประธานนัทธีนะ” เชอรีนพูดด้วยรอยยิ้ม
วารุณีตอบอืมกลับมาคำหนึ่ง
หลังจากนั้น ทั้งสองคนก็คุยกันอีกสักพัก แล้ววางสายไป
เมื่อวางโทรศัพท์ลงแล้ว วารุณีก็กลับเข้าห้อง เดินเข้ามานั่งที่ข้างเตียงคนป่วย จากนั้นก็กุมมือนัทธีเอาไว้ ฟุบหน้าลงที่ข้างเตียงแล้วผล็อยหลับไป
สองวันต่อมา พิชิตก็มาตรวจเช็กสภาพร่างกายของนัทธี
วารุณีเดินไปส่งเขา และพูดคุยถึงอาการของนัทธีอยู่สักพัก ประเด็นสำคัญคือถามว่าทำไมนัทธีถึงยังไม่ฟื้น
พิชิตดันไปที่กรอบแว่น กำลังจะเอ่ยปากพูด เสียงที่ตื่นเต้นของอารัณก็ดังออกมาจากในห้องคนป่วย“หม่ามี๊คุณพ่อฟื้นแล้ว!”
เมื่อได้ยินคำนี้ หัวสมองของวารุณีค้างไป จากนั้นก็ดีดตัวขึ้นมาและตื่นเต้นอย่างมาก
นัทธีฟื้นแล้ว!
วารุณีไม่สนใจจะคุยอะไรกับพิชิตอีก หันหลังและวิ่งเข้าไปที่ห้องพักผู้ป่วย
พิชิตก็ตามติดไปด้วยเช่นกัน
ในห้องผู้ป่วย นัทธีนอนอยู่บนเตียง และลืมตาทั้งสองข้างขึ้น กำลังใช้มือลูบไปที่ศีรษะของอารัณอย่างอ่อนโยน
เมื่อได้ยินเสียง นัทธีก็หันไปมอง วารุณีที่ดวงตาแดงก่ำ ราวกับจะร้องไห้ และดวงตาที่อ่อนโยน ก็มีความรู้สึกผิดปะปนอยู่ “ขอโทษนะที่รัก ที่ทำคุณเป็นห่วง ”
เมื่อครู่ตอนที่รู้สึกตัว อารัณก็ได้บอกเขาแล้ว ว่าช่วงที่เขาหมดสติไปหลายวันนี้ วารุณีเป็นห่วงเขามาก จนไม่เป็นอันกินอันนอนเลย
ตอนนี้เมื่อเห็นรอยคล้ำที่ใต้ตาและใบหน้าที่ซูบผอมของวารุณี เขาก็รู้ทันที คงไม่เพียงไม่ได้พักผ่อน ดูท่าแล้วคงแทบไม่ได้กินอะไรเลยด้วยซ้ำ
วารุณีขบริมฝีปากแน่น น้ำตาก็ไหลออกมา ทั้งดีใจ และตื่นเต้นมาก
นัทธีเอามือออกจากศีรษะของอารัณ แล้วยื่นมันไปหาเธอ
เมื่อวารุณีเห็น ก็สูดน้ำมูก จากนั้นเอามือตัวเองวางลงไป
นัทธีกุมมือเธอแน่น แล้วบีบมันเบาๆ “ผอมลงนะ”
“อืม......”วารุณีทนไม่ไหวอีกต่อไป โถมตัวเข้าสู่อ้อมอกของเขา แล้วร้องไห้ออกมา
นัทธีเข้าใจในอารมณ์ตอนนี้ของเธอ กอดเธออย่างแผ่วเบา แล้วตบไปที่แผ่นหลังของเธอ พูดขอโทษซ้ำๆที่ข้างหูของเธอ
เขารู้ ว่าการหายตัวไปและสลบไสลของเขา ทำเธอหวาดกลัวมาก
พิชิตกับอารัณมองหน้ากัน
จากนั้นพิชิตก็อุ้มเขาลงจากเตียง ทั้งสองคนพากันเดินไปยืนอยู่ข้างกำแพงที่ซึ่งไม่ไกลมากนัก มองดูพวกเขาสองคน และไม่คิดที่จะเข้าไปขัดความสุขนั้นของพวกเขา
รอจนเสียงสะอื้นไห้ของวารุณีเบาลง พิชิตก็ถึงได้ปรบมือ“เอาล่ะวารุณี หยุดร้องไห้ก่อน ให้ผมได้ตรวจดูการมองเห็นของนัทธี และข้อต่อของเขาว่ามีปัญหาไหม”
ตอนที่นัทธียังไม่ฟื้น อาการเหล่านี้ก็ย่อมไม่สามารถที่จะตรวจเช็กได้
ตอนนี้ฟื้นแล้ว ก็สามารถทำมันได้แล้ว
วารุณีเช็ดน้ำตาออก แล้วพูดว่า “อืม มาดูสิ”
พูดไป ก็พลางหลีกทางให้ไป
แต่ก็ถูกนัทธีดึงมือเอาไว้ “อยู่ที่นี่แหละ”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พิชิตใจหม่ามี๊ตัวแสบ
อ่านจบครบทุกตอนแล้วค่ะ สนุกมากค่ะเนื้อเรื่องน่าติดตาม ติดงอมแงมเลย นางเอกฉลาดทันคนดีค่ะ ขอติอย่างเดียวคือ พิมพ์ผิดเยอะมากทำให้เสียอรรถรสใน การอ่าน เป็นกำลังใจให้นักเขียนนะคะ🫶🏻...
แล้วกโอ้เอ คุยยืดยาดอยู่นั่น หนีสิคะ ไปหาตำรวจก่อน แจ้งว่ามีสตอคเกอร์ ขอความคุ้มครองจากตำรวจ รอนัทธีส่งคนไปรับ...
นางเอกโง่มาก มีคนชั่วอยู่ในบ้าน ก็ต้องรีบกำจัดสิ เก็บไว้ให้มันทำร้ายตัวเองกับลูกเหรอ น่าจะรีบบเอาวีดีโอให้สามีดูแล้วแจ้งตำรวจ...