“ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่ต้องการคลังการออกแบบของไตรมาสที่แล้วน่ะ” วารุณีตอบด้วยรอยยิ้ม
ปาจรีย์พยักหน้า “ได้ เดี๋ยวฉันส่งไปทางอีเมลนะ”
“อืม” วารุณีตอบรับ
ปาจรีย์ถามอีกว่า “ยังมีอะไรอีกไหม? ถ้าไม่มีแล้ว ฉันกลับไปห้องทำงานก่อนนะ”
เธอเจ็บตรงส่วนนั้นมากจริงๆ และสองขาของเธอก็อ่อนระทวยจนไม่มีแรงเดินเลย เธออยากกลับไปนั่งพักที่ห้องทำงานเร็วๆ
ไม่งั้น เธอคงยืนไม่ไหวแล้วล่ะ!
“ไม่มีอะไรแล้วล่ะ” วารุณีส่ายหน้า
ปาจรีย์ได้ยินแล้วก็โล่งอก “งั้นฉันกลับไปก่อนนะ ลาก่อน”
พูดจบ เธอก็กำมือไว้ พยายามเดินให้เป็นปกติมากที่สุด แล้วรีบเดินไปที่ห้องทำงานตัวเอง
แต่ทว่าไม่ว่าเธอจะพยายามแค่ไหน แต่เธอยังดูผิดปกติอยู่ดี วารุณีเห็นแล้วก็หรี่ตาลง
“ปาจรีย์ท่าเดินของเธอมันดู……”
เธอเป็นคนที่อาบน้ำร้อนมาก่อน ก็เลยดูออกว่าท่าเดินของปาจรีย์แปลกๆ ไม่เหมือนคนที่บาดเจ็บตรงขา แต่เหมือนคนที่เสียบริสุทธิ์ครั้งแรก
นั่นก็หมายความว่า เมื่อคืนปาจรีย์อยู่กับผู้ชาย แต่ไม่รู้ว่าคือคนไหน
วารุณีไม่คิดว่าชายที่อยู่กับปาจรีย์จะเป็นพงศกร
ตอนนี้เรื่องเข้าใจผิดของพงศกรกับปาจรีย์ก็หายไปแล้ว พงศกรยังคงเกลียดปาจรีย์ ไม่มีทางแตะต้องปาจรีย์แน่นอน
งั้นก็หมายความว่า เมื่อคืนปาจรีย์มีความสัมพันธ์กับชายคนอื่น
แต่ไม่รู้ว่า ปาจรีย์สมยอมเองหรือถูกขืนใจ แต่เห็นท่าทางปาจรีย์ดูไม่โกรธแค้นหรือเสียใจเลยสักนิด ความเป็นไปได้ของการสมยอมเองนั้นสูงมาก
หรือว่าปาจรีย์ตัดใจจากพงศกรได้แล้วจริงๆ และตอนนี้ก็คบกับชายคนอื่นอยู่?
พอนึกถึงตรงนี้ วารุณีก็เบิกตาโพลง เธอตกใจอยู่นานมากกว่าจะใจเย็นลง
ถ้าเป็นจริงดั่งที่เธอคิดเอาไว้ เธอรู้สึกว่านี่ก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไร
ปาจรีย์แอบรักพงศกรมาสิบกว่าปี ในสิบกว่าปีนี้ ไม่รู้ว่าน้อยใจและถูกเขาเย็นชาใส่เท่าไหร่ เธอเห็นแล้วยังรู้สึกเห็นใจเลย
และถึงแม้ระหว่างพงศกรกับปาจรีย์จะปรับความเข้าใจกันแล้ว เธอก็ไม่คิดว่าพวกเขาจะคบกัน เพราะยังไงพงศกรก็ไม่รักปาจรีย์ อย่างมากพวกเขาก็เป็นได้แค่เพื่อน แต่ไม่ถึงขั้นคนรักแน่นอน
ดังนั้นเธอหวังว่าปาจรีย์จะหาคนที่รักตัวเองได้ อย่างน้อยก็ขอให้ปาจรีย์มีความสุขก็พอ
คิดได้แบบนี้ วารุณีก็เดินกลับเข้าห้องตัวเองไป
ภายในห้องทำงานข้างๆ ปาจรีย์พยุงขอบโต๊ะไว้แล้วนั่งลง จากนั้นก็พ่นลมหายใจออกยาวๆ รู้สึกเหมือนได้ชุบชีวิตตัวเองกลับมาอีกครั้ง
ตอนนี้เธอยังรู้สึกแสบร้อนตรงใต้สะดือลงไปของตัวเองอยู่เลย นั่งแล้วก็ยังไม่สบายอยู่ดี
ดูแล้วคงต้องไปซื้อยาที่ร้านขายยาแล้วล่ะ
ทันใดนั้น โทรศัพท์เธอก็ดังขึ้น
ปาจรีย์นวดระหว่างคิ้วเบาๆ แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู พอเห็นว่าใครโทรมา เธอก็แทบจะโยนโทรศัพท์ทิ้งออกไป “พง……พงศกร!”
เขาโทรมาได้ยังไง?
หรือว่า เขารู้ว่าเมื่อคืนเป็นเธอ จากนั้นก็เลยตั้งใจโทรมาถามเธอ?
ทำยังไงดี?
เธอจะรับและยอมรับไปเลยดีไหม?
โทรศัพท์ยังคงดังไม่หยุด และปาจรีย์ก็ยังคงลังเลไม่หาย
ผ่านไปสักพัก โทรศัพท์ก็วางสายไปเอง
ปาจรีย์เห็นแล้วก็รู้สึกเสียดายแต่ในขณะเดียวกัน ก็รู้สึกโล่งใจเหมือนกัน
แต่ไม่นาน โทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่ใช่โทรศัพท์ แต่เป็นวีแชท
ปาจรีย์มองดูข้อความที่พงศกรส่งมา เธอกัดริมฝีปากแล้วจำใจกดเข้าไป: เมื่อคืนเป็นเธอหรือเปล่า?
เห็นหกคำนั้น ปาจรีย์ก็สูดหายใจเข้าลึกๆ
เป็นไปตามที่คิดไว้เลย เขาเดาได้ว่าเป็นเธอ ถึงได้มาถามเธอแบบนี้
ปาจรีย์นิ้วมือสั่นเทา ไม่รู้ว่าควรตอบยังไงดี
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พิชิตใจหม่ามี๊ตัวแสบ
อ่านจบครบทุกตอนแล้วค่ะ สนุกมากค่ะเนื้อเรื่องน่าติดตาม ติดงอมแงมเลย นางเอกฉลาดทันคนดีค่ะ ขอติอย่างเดียวคือ พิมพ์ผิดเยอะมากทำให้เสียอรรถรสใน การอ่าน เป็นกำลังใจให้นักเขียนนะคะ🫶🏻...
แล้วกโอ้เอ คุยยืดยาดอยู่นั่น หนีสิคะ ไปหาตำรวจก่อน แจ้งว่ามีสตอคเกอร์ ขอความคุ้มครองจากตำรวจ รอนัทธีส่งคนไปรับ...
นางเอกโง่มาก มีคนชั่วอยู่ในบ้าน ก็ต้องรีบกำจัดสิ เก็บไว้ให้มันทำร้ายตัวเองกับลูกเหรอ น่าจะรีบบเอาวีดีโอให้สามีดูแล้วแจ้งตำรวจ...