ปาจรีย์ก้มหน้าไว้ไม่พูดจา
วารุณีถอนหายใจแล้วมองหน้าเธอ “แล้วตอนนี้เธอเตรียมจะทำยังไง?”
“อะไรทำยังไง?” ปาจรีย์ข้องใจ
วารุณีส่ายหัว “ก็ความสัมพันธ์ของเธอกับพงศกรไง เธอกับพงศกรก็อะไรอย่างนั้นกันแล้ว ไม่เตรียมพัฒนาความสัมพันธ์ไปอีกขั้นเหรอ?”
ปาจรีย์ยิ้มอย่างขมขื่น “วารุณี มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก พงศกรเกลียดฉัน ถึงเขารู้ว่าเมื่อคืนเป็นฉัน เขาก็ไม่คบกับฉันหรอก”
“อันนี้......”วารุณีอ้ำอึ้งไปครู่นึง ต่อมาก็ต้องยอมรับว่าสิ่งที่เธอพูดมีความเป็นไปได้สูงมาก
“งั้นเธอก็เตรียมจะอย่างนี้เลย?”วารุณีมองหน้าปาจรีย์ด้วยความสงสาร
ปาจรีย์นวดขมับที่ค่อนข้างปวดเกร็ง “ใช่ ถือซะว่าทุกอย่างของเมื่อคืนเป็นแค่อุบัติเหตุก็แล้วกัน พงศกรไม่ติดค้างฉัน ส่วนฉันก็ไม่ต้องการให้เขามารับผิดชอบ ถือซะว่าไม่เคยเกิดอะไรขึ้นเลยก็แล้วกัน เมื่อก่อนไปมาหาสู่ยังไง ตอนนี้ก็ยังไปมาหาสู่อย่างนั้น”
เห็นเพื่อนรักเป็นแบบนี้ วารุณีกอดเธอด้วยความสงสาร
ปาจรีย์รู้ว่าวารุณีกำลังเป็นห่วงตัวเองอยู่ เธอรู้สึกคัดจมูกอยากร้องไห้ เธอเองก็ได้กอดวารุณีไว้
วารุณีปลอบใจปาจรีย์ไปสักพักใหญ่ๆ ปาจรีย์ตบแผ่นหลังเธอเบาๆ “เอาล่ะวารุณี ฉันไม่เป็นไรแล้ว เธอไปยุ่งก่อนเถอะ”
“ไม่เป็นไรแล้วจริงอ่ะ?”วารุณีก้มหน้ามองเธอ ยังค่อนข้างไม่ไว้วางใจ
ปาจรีย์ยิ้มให้เธอ “จริงๆ”
“โอเค งั้นฉันไปยุ่งก่อน มีอะไรก็มาหาฉันนะ”วารุณีลูบศีรษะของปาจรีย์
ปาจรีย์เห็นเธอคอยกล่อมตัวเองอย่างกับกล่อมเด็กคนนึงแล้ว ได้พยักหน้าอย่างร้องไห้ไม่ได้หัวเราะไม่ออก “โอเค”
วารุณีเห็นปาจรีย์ยิ้มแล้ว ทีนี้ถึงวางใจที่จะจากไป
ตอนเที่ยง นัทธีได้พาลูกสองคนมาที่กินข้าวเที่ยงกับวารุณีที่บริษัท
ที่โต๊ะอาหาร จู่ๆนัทธีได้ยื่นแท็บเล็ตให้เธออันนึง “คุณลองดูว่าอยากไปเที่ยวที่ไหน?”
“ไปเที่ยวที่ไหนอะไรคะ?”วารุณีรับแท็บเล็ตมาอย่างค่อนข้างข้องใจ
อารัณรีบยกมือน้อยๆขึ้นมาพูดว่า:“ป่าป๊าอยากไปฮันนีมูนกับหม่ามี๊ครับ ถึงได้ถามหม่ามี๊ว่าอยากไปฮันนีมูนที่ไหน”
“อืมๆ หนูเป็นพยานได้ค่ะ” ไอริณกินข้าวไปด้วยและพยักหน้าไปด้วย
วารุณีมองผู้ชายอย่างประหลาดใจ “คุณอยากไปฮันนีมูน?”
“นี่เป็นเรื่องที่สมควรไม่ใช่เหรอ?ก่อนหน้านี้เรารับใบจดทะเบียนสมรสเสร็จ ต่างก็เพราะหน้าที่การงานของตัวเอง เลยไม่ได้จัดงานแต่ง และไม่ได้ไปฮันนีมูน ตอนนี้งานแต่งของเราก็ได้จัดแล้ว งั้นฮันนีมูนก็จะขาดไม่ได้ สิ่งที่คนอื่นมี ผมก็จะให้คุณน้อยกว่าไม่ได้”นัทธีมองหน้าวารุณีพร้อมพูดด้วยแววตาลึกซึ้ง
ในขณะที่วารุณีหน้าแดงก็รู้สึกซึ้งใจมาก ได้หัวเราะด้วยเบ้าตาเปียกชื้น “ผู้ชายเคร่งขรึมเวลาพูดคำหวานขึ้นมา มีแรงโน้มน้าวไม่น้อยเลย”
นัทธียกมุมปากขึ้น “ถือว่าคุณกำลังชมผมอยู่ก็แล้วกัน”
“ฉันก็กำลังชมคุณอยู่นี่ไงคะ” วารุณีกลอกตาขาวใส่เขาทีนึง
นัทธียิ้มอย่างลึกซึ้งขึ้น “ลองดูว่าอยากไปไหน ถึงเวลาผมให้มารุตจองโรงแรมไว้ล่วงหน้า”
“ค่ะ” วารุณีพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม จากนั้นได้เริ่มเช็คประเทศและสถานที่ๆเหมาะกับการฮันนีมูน
ลูกทั้งสองตัวติดอยู่ที่ข้างกายเธอ คนนึงซ้ายคนนึงขวา ก็ได้ดูกับเธอด้วย และยังช่วยเธอเลือกอยู่เป็นครั้งคราว
สุดท้ายแม่ลูกทั้งสามเลือกไว้สี่ประเทศ ก็ไม่ได้เลือกต่ออีกเลย
ที่สำคัญคือเวลาฮันนีมูนแค่เดือนเดียว เดือนเดียวตะลอนสี่ประเทศก็พอสมควรแล้ว
บวกกับงานของเธอและงานของนัทธีต่างก็ทิ้งไว้นานไม่ได้ เพราะฉะนั้นพอประมาณก็พอ
“ที่รัก เสร็จแล้วค่ะ ”วารุณียื่นแท็บเล็ตไปให้เขา
หลังจากนัทธีรับแท็บเล็ตมาดูแล้วได้ยักคิ้ว “คอนเฟิร์มแล้ว?”
“คอนเฟิร์มแล้วค่ะ สถานีแรกไปที่ประเทศนาฟาก่อนหน้านี้ตอนที่แข่งขันระดับนานาชาติ ทางนิตยสารได้ให้ตั๋วcentury concertกับฉันใบนึง สถานที่ที่จัดคอนเสิร์ตคือประเทศนาฟาพอดีเลย สามารถถือโอกาสไปดูหน่อยค่ะ”วารุณีพูดด้วยรอยยิ้ม
ไอริณก็รีบพูดว่า:“ไอริณอยากไปดูหิมะที่ประเทศสวิสค่ะ”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พิชิตใจหม่ามี๊ตัวแสบ
อ่านจบครบทุกตอนแล้วค่ะ สนุกมากค่ะเนื้อเรื่องน่าติดตาม ติดงอมแงมเลย นางเอกฉลาดทันคนดีค่ะ ขอติอย่างเดียวคือ พิมพ์ผิดเยอะมากทำให้เสียอรรถรสใน การอ่าน เป็นกำลังใจให้นักเขียนนะคะ🫶🏻...
แล้วกโอ้เอ คุยยืดยาดอยู่นั่น หนีสิคะ ไปหาตำรวจก่อน แจ้งว่ามีสตอคเกอร์ ขอความคุ้มครองจากตำรวจ รอนัทธีส่งคนไปรับ...
นางเอกโง่มาก มีคนชั่วอยู่ในบ้าน ก็ต้องรีบกำจัดสิ เก็บไว้ให้มันทำร้ายตัวเองกับลูกเหรอ น่าจะรีบบเอาวีดีโอให้สามีดูแล้วแจ้งตำรวจ...