“สองเดือนก่อน จัดการว่ามีอันที่ควรเก็บก็เก็บ อันที่ควรทำลายก็ทำลาย” ปาจรีย์ตบลงกองรายงานแล้วพูด
วารุณีพยักหน้า “ก็ใช่ อีกไม่นานก็ปีจะปีใหม่แล้ว เอกสารมากมาย ก็ควรตรวจสอบหน่อย”
“ใช่ เพราะฉะนั้นช่วงฉันว่าง เลยค่อยๆจัดการ” ปาจรีย์ยิ้ม
วารุณีบิดขี้เกียจ “โอเค งั้นเธอค่อยๆทำนะ ฉันกลับห้องทำงานฉันก่อน”
“บายๆ ” ปาจรีย์โบกมือ
วารุณีหันหลังออกไป แล้วกลับห้องทำงานตัวเอง
ภายในสองวันหลังจากนั้น ชีวิตของเธอวนอยู่ที่บริษัทโรงพยาบาลและคฤหาสน์ตระกูลไชยรัตน์ ไม่นานก็ถึงวันที่เธอต้องเดินทางไปต่างประเทศเพื่อเป็นกรรมการ
ที่สนามบิน วารุณีถือกระเป๋าเดินทางใบเล็กมองที่ชายหนุ่มและเด็กสองคน “ที่รัก ฉันไปนะคะ ต้องให้คุณดูแลอารัณกับไอริณคนเดียวแล้วล่ะ แล้วก็สุขใจ จำไว้เลยนะว่าต้องส่งรูปสุขใจให้ฉันดูบ่อยๆ นะคะ”
“ผมรู้แล้ว” นัทธีพยักหน้า เอื้อมมือไปทัดผมเธอเข้าข้างหู “เหมือนเมื่อก่อน อาทิตย์เว้นอาทิตย์ ผมจะพาลูกทั้งสองคนไปหาคุณ”
“อื้ม” วารุณีพยักหน้า
หลังจากนั้น เธอก็หันไปมองปาจรีย์ที่อยู่ข้างๆ “บริษัทยกให้เธอนะ”
“วางใจได้เลย ฉันจะดูแลอย่างดี” ปาจรีย์ตบเข้าที่หน้าอกแล้วพูด
วารุณียิ้ม “ฉันเชื่อเธอ”
พูดจบ สนามบินก็ประกาศการขึ้นเครื่อง
วารุณีเงยหน้ามองลำโพงกระจายเสียง แล้วหันสายตาลงมองหน้านัทธีกับลูกทั้งสอง สายตาเต็มไปด้วยความจำใจ “ฉันขึ้นเครื่องแล้วนะคะ”
“หม่ามี๊แล้วเจอกันค่ะ” ไอริณโบกมืออวบน่ารัก
อารัณมองวารุณี “หม่ามี๊ พวกเราจะคิดถึงนะครับ”
“หม่ามี๊ก็จะคิดถึงลูกนะ” วารุณีคลุกเข่า ลูบใบหน้าด็กทั้งสอง
ถ้าไม่ใช่เพราะกิจการ เธอก็ยะไม่จากเด็กสองคนนี้ไป
แต่ไม่ได้ เธอต้องทำงาน เธอไม่สามารถเป็นเหมือนพวกคุณหญิงในแวดวงร่ำรวยพวกนั้นได้ วันๆ อยู่ติดลูกกับสามี ใช้ชีวิตตัวเองกลายเป็นผู้หญิงที่ไร้อิสระ
แต่ที่โชคดีคือ สามีและลูกของเธอ เข้าใจความทะเยอทะยานในอาชพของเธอ และสนับสนุนอาชีพของเธอ
ดังนั้นเธอรู้สึกว่าแม้ว่าชีวิตครึ่งก่อนของเธอจะขมขื่น แต่หลังจากแต่งงาน วันเวลาช่างหวานชื่น และมีความสุขมาก
จูบลงบนหน้าเล็กๆ ของเด็กสองคน วารุณีลุกยืนขึ้น มองไปที่นัทธี “ที่รัก ฉันไปนะคะ”
นัทธีเม้มริมฝีปากบาง ไม่พูดอะไร แต่เอื้อมมือลากเธอเข้ามาในอ้อมกอด กอดไว้แน่นๆ แล้วพูดเสียงต่ำๆ ที่ข้างหูของเธอ “คฤหาสน์คนรับใช้แล้วก็บอดี้การ์ดที่นั่นผมเตรียมไว้คุณหมดแล้ว แต่ถึงจะแบบนี้ ผมหวังว่าคุณจะดูแลตัวเองดีๆ นะ”
“ไม่ต้องห่วงค่ะ” วารุณียิ้มแหละพยักหน้า “ฉันจะไม่ทำให้คุณเป็นห่วง”
“อืม” นัทธีลูบผมเธอ แล้วปล่อยเธอไป “ไปเถอะ ถึงแล้วโทรหาผมด้วย”
“ค่ะ ฉันไปแล้วนะ” วารุณีเบ้าตาแดงมองที่เขา จากนั้นก็เขย่งปลายเท้า แล้วจูบลงไปที่รืมฝีปากของเขา ลากกระเป๋าเดินทางแล้วหันหลังจากไป แล้วเดินไปทางประตูขึ้นเครื่อง
ด้านหลัง ยังมีบอดี้การ์ดอีกสองคน
“หม่ามี๊ลาก่อน!” เด็กสองคนมองดูเธอจากข้างหลัง ตะโกนขึ้นเสียงดัง
ฝีเท้าวารุณีชะงัก ทันใดนั้นความรู้สึกคิดถึงก็ผุดเข้ามาในหัวใจ
เธอไม่หันกลับมามอง สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วก้าวเท้าเดินไปข้างหน้าต่อ
เพราะเธอกลัวว่าหากหันหลังกลับ เธอจะไม่เต็มใจไปจริงๆ
ไม่นาน วารุณีก็ขึ้นเครื่องข้ามไปต่างประเทศ หกชั่วโมง เครื่องบินก็ถึง
วารุณีอยู่ภายใต้การคุ้มกันของบอดี้การ์ด เดินออกมาจากทางเดิน มาถึงล็อบบี้ของสนามบิน
เวลานี้ ทันใดนั้นบอดี้การ์ดคนหนึ่งที่อยู่ด้านหลังเธอก็พูดขึ้น “คุณหญิงครับ คุณลีน่า”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พิชิตใจหม่ามี๊ตัวแสบ
อ่านจบครบทุกตอนแล้วค่ะ สนุกมากค่ะเนื้อเรื่องน่าติดตาม ติดงอมแงมเลย นางเอกฉลาดทันคนดีค่ะ ขอติอย่างเดียวคือ พิมพ์ผิดเยอะมากทำให้เสียอรรถรสใน การอ่าน เป็นกำลังใจให้นักเขียนนะคะ🫶🏻...
แล้วกโอ้เอ คุยยืดยาดอยู่นั่น หนีสิคะ ไปหาตำรวจก่อน แจ้งว่ามีสตอคเกอร์ ขอความคุ้มครองจากตำรวจ รอนัทธีส่งคนไปรับ...
นางเอกโง่มาก มีคนชั่วอยู่ในบ้าน ก็ต้องรีบกำจัดสิ เก็บไว้ให้มันทำร้ายตัวเองกับลูกเหรอ น่าจะรีบบเอาวีดีโอให้สามีดูแล้วแจ้งตำรวจ...