"กำลังดูทอมแอนด์เจอร์รี่ค่ะ" ปาจรีย์วางรีโมตในมือแล้วตอบกลับ จากนั้นเลิกผ้าห่มเดินลงจากเตียงผู้ป่วย เดินไปหาคุณแม่ปารวี "แม่คะ แม่มาได้ยังไงคะ?"
"มาเยี่ยมลูก"คุณแม่ปารวีวางกระติกเก็บความร้อนในมือ ลูบศีรษะลูกสาว ตอบด้วยความรัก
ปาจรีย์เอาหน้าซบไหล่คุณแม่ปารวี "คุณพ่อละคะ?"
"คุณพ่อของลูกกำลังจัดสวนที่บ้าน บอกว่าหลังจากลูกกลับไป ให้ลูกเห็นสวนที่สวยงาม" คุณแม่ปารวีพูด
ภายในใจของปาจรีย์มีความอบอุ่นแล่นผ่าน "คุณพ่อดีจัง!”
"ทำไม ลูกบอกว่าพ่อดี ลูกว่าแม่ไม่ดี?" คุณแม่ปารวีแกล้งทำเป็นโมโห ทำหน้าไม่พอใจ "แม่ตุ๋นซุปไก่มาให้ลูก ตุ๋นหลายชั่วโมงแล้วยกมาให้ลูก แต่ลูกกลับดีจริงๆ เอ่ยปากก็มีแต่พอ"
"โอ๊ยแม่!” ปาจรีย์ไม่รู้ร้องไห้หรือหัวเราะ เธอกอดแขนคุณแม่ปารวีแล้วส่ายไปมา "พูดอะไรกันคะ ใครบอกว่าในสายตาของหนูมีแต่พ่อ ในสายตาของหนูก็มีแม่ด้วย คุณแม่ดูสิคะ ทันทีที่คุณแม่เข้ามาหนูก็มาต้อนรับแล้ว"
คุณแม่ปารวียิ้มอีกครั้ง "จ๊ะๆๆ แม่รู้ แม่ล้อเล่น พอได้แล้ว ลูกรีบกลับไปนอนบนเตียงเถอะ แม่ตักซุปไก่ตุ๋นให้"
"ค่ะ" ปาจรีย์พยักหน้า ปล่อยแขนคุณแม่ปารวี กลับไปนอนบนเตียงอย่างเชื่อฟัง
คุณแม่ปารวีเอากระติกเก็บความร้อนวางไว้บนหัวเตียง หลังจากนั้นเปิดฝากระติกเก็บความร้อน หยิบถ้วยสะอาดขึ้นมาหนึ่งใบ แล้วเริ่มตักน้ำซุป"
ดมกลิ่นหอมของซุปไก่ตุ๋นที่ลอยฟุ้ง ปาจรีย์น้ำลายสออย่างอดใจไม่ได้ "หอมจังค่ะ ไม่ได้กินซุปไก่ตุ๋นมานานแล้ว"
"ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวกินเยอะๆ นะ" คุณแม่ปารวีพูดด้วยรอยยิ้ม จากนั้นยื่นซุปไก่ตุ๋นให้ปาจรีย์ "นี่จ๊ะ ระวังร้อนนะ"
"หนูรู้ค่ะ วางใจเถอะ" ปาจรีย์ยิ้มให้คุณแม่ปารวี รับซุปไก่ตุ๋นมา แล้วใช้ช้อนคนเบาๆ
คุณแม่ปารวีดึงเก้าออกมาแล้วนั่งลง มองลูกสาวด้วยความรัก "ช่วงนี้อาการหนักไหม?"
ปาจรีย์รู้ว่าคุณแม่ปารวีถามถึงการแพ้ท้องของตน หลังจากกินซุปไก่ตุ๋น เธอก้มหน้าลงมองท้องของตนเอง แววตาอ่อนโยน "ช่วงนี้แพ้ท้องอยู่บ้าง แต่ว่าไม่แพ้หนักเท่าก่อนหน้านี้แล้ว ก่อนหน้านี้เวลาแพ้ท้อง ก็อาเจียนหนักมาก ไม่เพียงแค่ไม่สดชื่น ยังไม่อยากจะกินอะไร แต่ตอนนี้ไม่เป็นแล้วค่ะ อาเจียนเล็กน้อยเป็นครั้งคราวเท่านั้น ถึงแม้ความอยากอาหารจะยังไม่กลับมาทั้งหมด แต่อย่างน้อยก็กินอาหารได้แล้ว นี่ไงคะ ซุปไก่ตุ๋นที่เลี่ยนแบบนี้ หนูยังกินได้"
"ถ้าอย่างนั้นก็ดี" คุณแม่ปารวีได้ยินลูกสาวพูดแบบนี้ เธอก็วางใจ "กินอาหารได้ก็ดีแล้ว ไม่อย่างนั้นร่างกายรับไม่ไหว ไม่ดีกับลูกในท้อง"
"ใช่ค่ะ" ปาจรีย์พยักหน้า
คุณแม่ปารวีมองดูเธอ "ตอนนี้แพ้ท้องน้อยลงเป็นเรื่องที่ดี น่าจะอีกไม่นาน ก็จะไม่แพ้ท้องแล้ว"
"หนูถามหมอแล้วค่ะ ประมาณหลังจากสามเดือน ก็จะไม่ทรมานแล้ว" ปาจรีย์ดื่มซุปไก่ตุ๋นแล้วพูด
คุณแม่ปารวียิ้มพร้อมกับพยักหน้า "ถูกต้อง สามเดือนแรกเวลาท้องเป็นช่วงที่ทรมานที่สุดของผู้หญิง หลังจากผ่านสามเดือนนี้ไปก็ดีแล้ว"
"ค่ะ" ปาจรีย์ตอบ
คุณแม่ปารวีมองเธอด้วยความอ่อนโยนแบบนี้
มองเธอกินซุปไก่ตุ๋นจนหมด หลังจากกินซุปไก่ตุ๋นหมด เหยียดกายลุกขึ้น รับถ้วยในมือเธอ "ยังจะเอาเพิ่มไหม?"
ปาจรีย์ส่ายหน้า "ไม่เอาแล้วค่ะ พอแล้ว ถ้าตอนนี้กินเยอะ เดี๋ยวตอนกินข้าวจะกินไม่ลง"
"ก็จริง" คุณแม่ปารวีตอบ
ปาจรีย์มองแม่ "จริงด้วยค่ะ แม่ส่งซุปไก่ตุ๋นไปให้คุณพงศกรไหมคะ?"
คุณแม่ปารวีเก็บถ้วย แล้วตอบด้วยรอยยิ้มที่จางลงมาก:"ส่งไปให้แล้ว จะไม่ส่งได้ยังไง ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ที่เขาเข้าโรงพยาบาลก็เพราะพวกเราเป็นต้นเหตุ ก่อนหน้านี้ลูกดูแลเขา ต้องคอยเตรียมอาหารการกินให้เขา ถึงแม้ตอนนี้ลูกจะไม่ดูแลเขาแล้ว แต่สิ่งที่เขาส่งให้ก็ต้องส่งให้ แม่เข้าใจข้อนี้"
ปาจรีย์เชิดคางขึ้น "หนูรู้อยู่แล้วค่ะว่าคุณแม่รอบคอบที่สุด"
คุณแม่ปารวียิ้มแล้วดีดหน้าผากปาจรีย์เบาๆ "ประจบเก่งจริงๆ ลูกคนนี้"
ปาจรีย์กุมหน้าผากที่ถูกดีดจนเจ็บ แล้วหัวเราะแฮะๆ
เวลานี้ คุณแม่ปารวีคิดบางอย่างขึ้นมาได้กะทันหัน เอาถ้วยและตะเกียบเก็บเข้าไปในตะกร้าที่นำมา มองปาจรีย์แล้วเอ่ยถาม:"จริงด้วยปาจรีย์ สองสามวันนี้ ลูกกับเขามีเรื่องอะไรบางอย่างเกิดขึ้นใช่ไหม?"
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พิชิตใจหม่ามี๊ตัวแสบ
อ่านจบครบทุกตอนแล้วค่ะ สนุกมากค่ะเนื้อเรื่องน่าติดตาม ติดงอมแงมเลย นางเอกฉลาดทันคนดีค่ะ ขอติอย่างเดียวคือ พิมพ์ผิดเยอะมากทำให้เสียอรรถรสใน การอ่าน เป็นกำลังใจให้นักเขียนนะคะ🫶🏻...
แล้วกโอ้เอ คุยยืดยาดอยู่นั่น หนีสิคะ ไปหาตำรวจก่อน แจ้งว่ามีสตอคเกอร์ ขอความคุ้มครองจากตำรวจ รอนัทธีส่งคนไปรับ...
นางเอกโง่มาก มีคนชั่วอยู่ในบ้าน ก็ต้องรีบกำจัดสิ เก็บไว้ให้มันทำร้ายตัวเองกับลูกเหรอ น่าจะรีบบเอาวีดีโอให้สามีดูแล้วแจ้งตำรวจ...