เข้าสู่ระบบผ่าน

ผู้กล้าเหนือกาลเวลา นิยาย บท 1012

บทที่ 1012 ชำระล้างแดนต้องห้าม

อดีตมากมาย ลอยขึ้นเบื้องหน้าสวี่ชิง สุดท้ายภาพความทรงจำเหล่านั้นก็ค่อยๆ รางเลือนไปราวหมึกที่ซึมกระจาย

ย้อมซึ่งทุกสิ่ง รวมเป็นใบหน้าบิดเบี้ยวของหลี่จื่อเหมยในต้นไม้นั่นตอนนี้

ชัดเจนเป็นอย่างยิ่ง

ดังนั้นความเหี้ยมโหดอำมหิตก็เปลี่ยนมายิ่งรุนแรงขึ้น

รวมกับจดหมายของหลี่จื่อเหมยในตอนนั้น ในดวงตาสวี่ชิงฉายแววเย็นเยือก มองไปทางบริเวณที่สำนักเซียนล้ำบารมีตั้งอยู่ทางนั้น

เขามองต้นสายปลายเหตุออกแล้ว

หลี่จื่อเหมยฝึกฝนเคล็ดวิชาพิเศษชนิดหนึ่ง วิญญาณของนางเกิดปัญหาขึ้นมา

ถูกพลังเหี้ยมโหดโจมตีอยู่ตลอด แหลกเละไม่เป็นชิ้นดี

การโจมตีเช่นนี้เห็นได้ชัดว่าไม่ได้เกิดขึ้นแค่วันเดียว

นี่อาจจะเป็นพิธีสัมผัสรับรู้ที่หลี่จื่อเหมยบอกในตอนนั้น

และภายใต้การโจมตีเช่นนี้ ความเจ็บปวดที่นำมาให้นางได้นิสัยบิดเบี้ยว ส่งผลกระทบต่อจิตใจของนาง

ทำให้นางจากคนที่ขี้ขลาดอ่อนแอคนหนึ่ง ค่อยๆ ถูกความบ้าคลั่งและจิตสังหารที่เกิดขึ้นจากความเจ็บปวดตลอดหลายปีนี้ กลืนกินไปทีละน้อย

หากสุดท้ายวิญญาณของหลี่จื่อเหมยถูกฉีกทึ้งโดยสมบูรณ์ ไม่หลงเหลืออยู่อีก เช่นนั้นบางทีพิธีนี้ก็อาจจะสำเร็จแล้ว

ที่หวนคืนกลับมาไม่ใช่หลี่จื่อเหมยอีกต่อไป แต่เป็นสัตว์ประหลาดจิตสังหารรุนแรงขั้นสุดตัวหนึ่ง

เห็นได้ชัดว่าระหว่างนั้นเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น ทำให้หลี่จื่อเหมยหนี จากนั้นก็เกิดข้อพิพาทขึ้นกับสำนักเซียนล้ำบารมี

“นี่น่าจะเป็นกลายเป็นปีศาจที่สำนักเซียนล้ำบารมีบรรยายจากในรายงานลับผู้ครองกระบี่”

ความเย็นเยือกในดวงตาสวี่ชิงยิ่งรุนแรงขึ้น

เขามองออกว่าพลังอำมหิตที่ว่านั่นความจริงแล้วก็คือวิญญาณ!

วิญญาณที่ทั้งเก่าแก่และโหดเหี้ยม

การโจมตีที่ว่าความจริงก็คือการเปลี่ยนแปลงและการช่วงชิงบางอย่าง

เปลี่ยนหลี่จื่อเหมยให้กลายเป็นวัตถุดิบร่างที่เหมาะสม หลังจากนั้นก็ให้วิญญาณโบราณเข้าครอบครองโดยสมบูรณ์แบบ

นี่ก็เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมหลี่จื่อเหมยอยู่ในแดนต้องห้ามเสียงวิญญาณจึงถูกต้นไม้ใหญ่ที่ใจกลางต้นนั้นห่อหุ้ม…เพราะร่างที่ถูกปรับเปลี่ยนร่างนี้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมมากของนายแห่งแดนต้องห้ามเสียงวิญญาณเช่นกัน

“อาศัยเกาะร่างที่เหมาะสม หลุดพ้นจากแดนต้องห้ามด้วยเหตุนั้น…”

สวี่ชิงพึมพำในใจ

ส่วนนี่เป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่…สวี่ชิงตอนนี้ไม่สนใจ เรื่องราวหลังจากนั้นกรมครองกระบี่มณฑลรับเสด็จราชันย่อมสืบออกมาได้

ส่วนชิงชิวก็อยู่ในต้นไม้เช่นกัน

ถูกห่อเอาไว้ข้างในโดยสมบูรณ์ แสงเลือดที่สาดออกมาจากในตัวนางกลายเป็นสารอาหารหล่อเลี้ยงของนายแห่งแดนต้องห้ามเสียงวิญญาณแห่งนี้ในการอาศัยเกาะ

นี่ความจริงแล้วก็เป็นกฎการฝึกบำเพ็ญของสรรพสิ่งทั้งหลาย

ปลาใหญ่กินปลาเล็ก

ฝูเสียตอนนั้นเป็นเช่นนี้ สำนักเซียนล้ำบารมีเป็นเช่นนี้ นายแห่งแดนต้องห้ามก็เป็นเช่นนี้เช่นกัน

ผู้อ่อนแอในชะตาชีวิตที่แตกต่างกันไปล้วนได้รับประสบการณ์ที่คล้ายกันทั้งนั้น

สวี่ชิงเงียบนิ่ง

พลังแท้จริงของเขาในตอนนี้ไม่อาจเปลี่ยนกฎเกณฑ์การฝึกบำเพ็ญของสรรพชีวิตทั้งหลายได้ แต่เขาหยุดมันได้ ไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับคนที่เขาคุ้นเคย

ดังนั้นสวี่ชิงจึงยกฝีเท้าขึ้น ก้าวเดินไปในส่วนลึกของแดนต้องห้ามเสียงวิญญาณ

ทุกฝีเท้าของเขาที่เหยียบลงมาก็ทำให้แดนต้องห้ามแห่งนี้สั่นสะเทือน ไอพลังประหลาดที่นี่โจมตีทุกสรรพสิ่งได้ แต่ว่ากับสวี่ชิงก็ไม่อาจส่งผลโจมตีอะไรได้เลยแม้แต่น้อย

เพราะในตัวสวี่ชิงตอนนี้แผ่กลิ่นอายเทพเจ้าออกมาเช่นกัน ก่อเป็นไอพลังประหลาดที่เป็นเฉพาะของเขา แผ่ลามไปทั่วทุกสารทิศอย่างรวดเร็ว

ไอพลังประหลาดสองประเภทปะทะกันอย่างไร้รูปร่างทันที ทำให้แดนต้องห้ามทั้งแดนสั่นคลอนรุนแรง ต้นไม้นับไม่ถ้วนไหวโยก ขุนเขาแต่ละลูกๆ ส่งเสียงครืนครานเลื่อนลั่น

เสียงดังขึ้นทันที

และเสียงเหล่านี้ในเสี้ยวพริบตาที่ดังออกมา สวี่ชิงก็ควบคุมมันทันที กลายเป็นความรอบรู้แห่งเทพของเขา กลายเป็นอาวุธของเขา ลอยขึ้นมาจากพื้นที่ทุกแห่งหนในแดนต้องห้าม พุ่งตรงไปยังต้นไม้ใหญ่ที่ใจกลางต้นนั้น สังหารด้วยเสียงไป

ราวลมพายุน่าครั่นคร้าม

คลื่นเสียงที่เดิมควรจะไร้รูปร่าง ในเสี้ยวขณะนี้ก่อเป็นรูปร่างขึ้น เข้าไปใกล้ต้นไม้ใหญ่ใจกลางต้นนั้นอย่างทรงพลังไม่อาจต้านทาน ใกล้จะบดขยี้แล้วเต็มที

แต่ในตอนนี้เอง ศีรษะของหลี่จื่อเหมยเงยขึ้นมา อ้าปากด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว ส่งเสียงน่าขนลุกแหลมเล็กเป็นอย่างยิ่งออกมา

ทันทีที่เสียงแหลมนี้ดังออกมาก็ทะลุทะลวงสรรพสิ่ง

ฟ้าดินคำรามลั่น ทั่วทุกสารทิศสั่นไหว

เสียงในแดนต้องห้ามที่สวี่ชิงควบคุมในเสี้ยวขณะนี้เกิดสัญญาณว่าคิดจะสลัดให้หลุดพ้น

ที่นี่คือแดนต้องห้ามเสียงวิญญาณ ชื่อเสียงวิญญาณชื่อนี้ในระดับหนึ่งแล้วก็แสดงถึงความสามารถของนายแห่งแดนต้องห้าม แม้จะห่างชั้นไม่ถึงขั้นเดียวกับระดับเทพเจ้า แต่ในฐานะที่เป็นนายแห่งแดนต้องห้าม อาศัยข้อได้เปรียบของฐานะ การโจมตีของเขาก็ยังคงรวดเร็วทรงพลัง

เสียงแหลมเล็กนี้ดังก้องไปทั่วฟ้าดิน สั่นคลอนการควบคุมของสวี่ชิง จากนั้นก็สังหารด้วยเสียงมาทางสวี่ชิงทางนี้

สวี่ชิงสีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง มือขวายกขึ้น คว้าไปยังความว่างเปล่าข้างหน้า จากนั้นนิ้วทั้งห้าก็กำเป็นหมัด

ราวขยี้ความว่างเปล่าแปลกละเอียด ช่วงชิงทุกสิ่งอย่างไป

เพียงพริบตา อำนาจแห่งเสียงที่ถูกสั่นคลอนก็ราวขุนเขาตั้งตระหง่าน สายลมยากที่จะสั่นคลอนแม้แต่น้อย

ไม่ใช่แค่นี้ แม้แต่จิตสังหารที่แปรเปลี่ยนมาจากเสียงแหลมเล็กที่ดังมาจากหลี่จื่อเหมย ในเสี้ยวขณะนี้สวี่ชิงก็ขยี้มันแหลกเช่นกัน

ช่วงชิงเสียง

ฟ้าดินเงียบสงัด!

จากนั้นฝ่ามือของสวี่ชิงก็ยื่นออกมา สะบัดไปยังแดนต้้องห้าม

เสี้ยวขณะต่อมา พลังของอำนาจแห่งเสียงก็ปลดปล่อยออกมาโดยสมบูรณ์

เสียงมหาศาลทำลายความเงียบสงัดชั่วคราวนี้ ประดุจดวงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณฉีกทึ้งราตรีมืด ในแดนต้องห้ามเสียงวิญญาณ ปะทุมาทุกด้าน

สายธารที่ถูกโจมตีทำลายเสียงสายน้ำแตกสลาย เสียงใบไม้ระเบิดเองจากกิ่งปีศาจ เสียงคำรามจากอสูรประหลาด และเสียงของสรรพสิ่งทั้งหลายในแดนต้องห้ามแห่งนี้ตอนนี้ ล้วนแปรเปลี่ยนเป็นพลังสังหารทำลายล้าง

ตอนนั้นศิษย์พี่ใหญ่เคยบอกว่า นี่เป็นเคล็ดวิชาต้องห้ามของสำนักเซียนล้ำบารมี ผู้ฝึกฝนต่อให้สำเร็จเพียงขั้นเล็กๆ ก็ยากลำบากเป็นอย่างยิ่ง

ว่ากันว่าคนที่บรรลุเขตแดนจินโลหิตได้สำเร็จจะมีบุคลิกมากกว่าสองบุคลิกขึ้นไป

และบุคลิกทุกบุคลิก โลกในสายตาของเขาก็จะขาดไปสีหนึ่ง จวบจนกระทั่งสำเร็จบุคลิกทั้งสิบเอ็ดบุคลิก เหลือเพียงสีเลือด ก็นับว่าบริบูรณ์

เพียงแต่จนถึงตอนนี้ ในประวัติศาสตร์สำนักเซียนล้ำบารมี ยังไม่มีคนที่สุดท้ายก็สำเร็จบุคลิกทั้งสิบเอ็ดบุคลิก ทั้งหมดต่างบ้าคลั่งแตกดับไปในระหว่างทางทั้งหมด

“เขตแดนจิตเป็นทิศทางการศึกษาค้นคว้าของวังครองกระบี่ในยุคจักรพรรดิโบราณเสวียนโยว เป้าหมายก็เพื่อหาพลังที่อาจจะทำให้เทพเจ้าก้มมองลงมา…แต่สุดท้ายก็ล้มเหลว”

ในสมองสวี่ชิงมีคำพูดที่รัฐทายาทถ่ายทอดการฝึกบำเพ็ญให้ตนในตอนที่อยู่แผ่นดินใหญ่เซ่นจันทราตอนนั้นดังขึ้นมา

ขณะขบคิด เผชิญหน้ากับหลี่จื่อเหมยและชิงชิวที่ที่พุ่งมาข้างหน้า ฝีเท้าของสวี่ชิงไม่หยุดแม้แต่น้อย เพียงแต่ตาขวาฉายพลังต้นกำเนิดออกมา เกิดเป็นรอยทางหนึ่ง

รอยนี้ปรากฏออกมา ฟ้าดิาสั่นคลอน

นั่นคืออำนาจลบเลือน!

ใช้ดวงตาของอำนาจนี้ สวี่ชิงมองหลี่จื่อเหมยและชิงชิวอีกครั้ง ก็มองเป็นว่าบนร่างของผู้หญิงทั้งสองคนนี้มีเส้นด้ายนับไม่ถ้วนเชื่อมต่อกับตุ๊กตาไม้

และเมื่อมองไปก็สามารถลบได้

หนังตาดวงตาขวาของเสวี่ชิง กิริยาที่หลับลงเหมือนกรรไกรตัดขาด

เสี้ยวขณะต่อมา เงาร่างของหลี่จื่อเหมยและชิงชิวที่พุ่งมาก็สั่นสะท้าน

เส้นด้ายที่วิธีทั่วไปไม่อาจมองได้เห็นในร่างพวกนาง ทันทีที่สวี่ชิงหลับตาก็ขาดสะบั้นไปทั้งหมด!

ในพริบตาที่ลบไป ดวงตาที่ลืมขึ้นของผู้หญิงทั้งสองปิดลงพร้อมกัน ร่างร่วงไปยังพื้นดิน นิ่งไม่ไหวติง

เขตแดนจิตที่พวกนางแผ่ออกมาก็หายไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน

เสียงร้องโหยหวนน่าขนลุกเสียยิ่งกว่าก่อนหน้านี้ ดังออกมาจากปากของตุ๊กตาไม้ที่ถูกลบเส้นด้ายไป ส่งออกมาอย่างรุนแรง ร่างของมันในเสี้ยวขณะนี้ ภายใต้ความโกรธเคืองและอาฆาตแค้นของมันก็พลันทะยานขึ้น วิ่งตรงมาหาสวี่ชิง

รวมกับเสียงร้องโหยหวนของตัวเอง แปรเปลี่ยนเป็นหอกยาวคลื่นเสียงกึ่งโปร่งแสงเล่มหนึ่ง แทงไปยังบริวเณหัวใจของสวี่ชิงอย่างเต็มแรง

สวี่ชิงไม่ได้หลบหลีก ปล่อยให้หอกซัดมา

ในยามที่ปะทุ ก็เหมือนกระแทกเข้ากับภูเขายักษ์ที่แข็งแกร่งไม่อาจทำลายล้างได้ หอกเสียงพังทลายแตกสลายอย่างเห็นได้ด้วยตาเปล่า

เพียงพริบตาเดียวก็สลายไปหมด

ยิ่งสะท้อนกลับมาซัดตุ๊กตาไม้ ทำให้นายแห่งแดนต้องห้ามเสียงวิญญาณผู้นี้ร่างกระเด็นตลบม้วนทันที บนร่างเกิดรอยร้าวมากมาย

ความหวาดกลัวตามสัญชาตญาณต่อความตายที่ส่งมาจากชีวิต ในเสี้ยวขณะนี้ควบคุมความปั่นป่วนของสติปัญญามัน กำลังจะเร่งความเร็วถอยร่น ไปไกลจากที่แห่งนี้

แต่กลับช้าไปแล้ว

สวี่ชิงก้าวออกมาก้าวหนึ่ง ทะเลความรู้สึกในร่างมีดวงอาทิตย์รวมตัวมา ทำให้ภายนอกทั่วทั้งร่างระยิบระยับพร่างพรายไปในทันที แผ่แสงและความร้อนมหาศาลออก ตัวเองแปรเปลี่ยนเป็นดวงอาทิตย์ยิ่งใหญ่ทรงพลังดวงหนึ่ง

ลอยขึ้นมาจากแดนต้องห้ามเสียงวิญญาณ !

ตอนนี้เป็นเวลาที่พลบค่ำจากไป ราตรีมืดมาเยือน ทว่าในเสี้ยวพริบตานี้…ราตรีมืดไหลย้อนทวน ท้องฟ้าสว่างอีกครั้ง!

แดนต้องห้ามมืดมิดก็ถูกแสงทะลุผ่านเช่นกัน แม่น้ำที่ลอยตลบไปด้วยไอพลังประหลาดก็เผยความใสกระจ่างออกมา

สรรพสิ่งทั้งหมดราวถูกชำระล้าง!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผู้กล้าเหนือกาลเวลา